Sunday, 20 April 2008

สำรอง


ทำอะไรจ๊ะ?"

เดือนฉายทักทายเหมือนทุกวันตามประสาคนสนิทคุ้นเคยกัน เมื่อผ่านไปผ่านมาก็แวะเกาะรั้วคุยกันสักหน่อย และบางวันเดือนฉายก็เข้ามาคุยกับพี่แน่งน้อยนายของสมศร

แน่งน้อยและเดือนฉายห่างกันประมาณสามปี ทั้งคู่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน เดือนฉายเป็นเด็กเดิน ส่วนแน่งน้อยเป็นนักเรียนประจำมาตลอดตอนหลังเดือนฉายเป็นแฟนกับมนต์เพื่อนคนหนึ่งของเดือนฉาย

แล้วต่อมาอย่างไรไม่ทราบในขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยปีที่สาม อยู่ดี ๆ แน่งน้อยก็เลิกเรียนหนังสือ แล้วเปิดร้านขายดอกไม้สด ผ่อนบ้านหลังน้อยในหมู่บ้านเดียวกับเดือนฉายนี่ และใช้ชีวิตร่วมกับมนต์..ว่ากันว่าเธอส่งเสียมนต์เรียนหนังสือด้วย..

“คุณน้อยของเธอไม่ขายของหรือสมศรี?” ที่ถามเพราะเดือนฉายเห็นรถเก๋งสีฟ้าอ่อนของแน่งน้อยยังจอดอยู่ในโรงรถ

“ยังไม่ตื่นค่ะ”

“อะไรนะ?” เสียงออกแปลกใจระคนห่วงใย

“พี่ฉาย” สมศรียื่นหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบกระซาบเบา ๆว่า

“เมื่อคืนคุณน้อยกินเหล้า”

“หา?”

“สงสัยเพิ่งไปทะเลาะกับพี่มนต์..”

หลายวันก่อนเดือนฉายได้ยินจากสมศรีนี่แหล่ะว่าแน่งน้อยไปอีสาน เพราะมนต์สอบติดมหาวิทยาลัยที่โน่น...

เฮ้อ..ไกลกันอย่างนี้ยังมีเรื่องอะไรให้แน่งน้อยตามไปทะเลาะอีกจนได้ แล้วนี่มันร้ายแรงขนาดที่ทำให้คนอย่างแน่งน้อยลุกขึ้นมากินเหล้าเชียวหรือ?

แน่งน้อยเป็นคนเรียบร้อยและดูหยิ่งตามสายตาของเดือนฉายที่เห็นเธอมานานวัน แต่แล้วเมื่อมีมนต์ ดูเหมือนทุกอย่างจะแย่ลง และแน่งน้อยก็ดูจะยอมแย่ เพราะแน่งน้อยที่เย่อหยิ่งกลับเที่ยวตามหึงหวงมนต์ ตามทะเลาะเบาะแว้งอยู่นั่นแล้ว

เดือนฉายและสมศรีได้ยินเสียงกริ่งนาฬิกาดังมาจากห้องนอนของแน่งน้อย และมันไม่ยอมหยุดสักที สองคนนิ่งฟังอยู่เป็นนาน ต่างหมายรอให้มันถูกหยุดลงแต่..มันนานเกินไปเสียแล้ว

“ตั้งนาน ทำไมคุณน้อยยังไม่ยอมตื่นล่ะพี่ฉาย?”

พรวดเดียวเท่านั้นแหล่ะ นักศึกษาพละในชุดวอร์มที่ชื่อเดือนฉายก็กระโจนข้ามรั้วเตี้ย ๆนั้นเข้าไป ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ถึงหน้าห้องนอนเจ้าของบ้าน

“พี่น้อย พี่น้อยฮะ ...” ทั้งเคาะ ทั้งเรียก ทั้งเสียงกริ่งนาฬิกาปลุกดังประสานกันจนระทึกใจ

สมศรียืนทำตาปริบ ๆอยู่เบื้องหลัง เดือนฉายหันมามองอย่างหาผู้ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ แต่เธอก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรคนที่ยืนอยู่ด้วย หากหันกลับมาแล้วตัดสินใจกระแทกประตู กระแทกอยู่หนหลายหนจนเจ็บไหล่ไปทั้งแถบ แต่ความห่วงใยที่ทวีทบขึ้นเรื่อย ๆก็ยิ่งทำให้เธอร้อนใจ หวาดวิตกสารพัดสารพัน

พอประตูเปิดออก เดือนฉายและสมศรีก็เห็นแน่งน้อยนอนนิ่งอยู่บนเตียง ที่โต๊ะหัวเตียงมีแก้วน้ำ ขวดยา และซองจดหมาย!

“พี่น้อย..” เดือนฉายแตะตัวเธอ ยังอุ่น ๆและยังหายใจแผ่วเบาโรยริน

“สมศรี..สมศรีหากุญแจรถให้พี่ ๆจะพาพี่น้อยไปหาหมอ..” เดือนฉายถือวิสาสะหยิบจดหมายนั่นใส่กระเป๋ากางเกง จดหมายจ่าหน้าซองถึงมนต์ ถ้าใครมาเจอคงไม่ดีแน่

.........

“มนต์ค่ะ”

“มนต์..เราฉายนะ”

“ฉายเหรอ..มีอะไรหรือเปล่า?”

“.....”เดือนฉายหายใจเข้าปอดแรง ๆก่อน คิดว่ามันจะช่วยผ่อนคลายความเครียดที่มีได้บ้างนิดหน่อยก่อนที่จะเอ่ยอะไรกับมนต์

เธอรู้สึกต่อมนต์เหมือนมันเป็นความผิดของมนต์ ถ้าแน่งน้อยเป็นอะไรไป ถ้าหมอช่วยอะไรไม่ได้ ก็คงช่วยไม่ได้ที่เธอจะรู้สึกว่ามนต์เป็นฆาตกร..

“ฮัลโล..ฉาย..”

“ฮื่อ...”

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“มนต์” เดือนฉายอยากต่อว่ามนต์มากมาย แต่แล้วก็ได้แต่สะบัดเสียงบอกไปอย่างรวบรัดที่สุดว่า

“พี่น้อยไม่สบาย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ..มนต์มาดูเธอหน่อยได้ไหม?” ท้ายประโยคนั้นริ้วคลื่นแห่งความสะเทือนใจแล่นขึ้นจมูก และน้ำตาก็พากันเอ่อรื้อขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“แค่นี้นะมนต์”

“เดี๋ยว..”

แต่..เดือนฉายวางหูโทรศัพท์แล้ว และอดไม่ได้ที่จะหยิบจดหมายนั้นขึ้นดูอีกครั้ง ตัวหนังสือของแน่งน้อยมีระเบียบ สะอาด

มนต์..สามสี่ตัวเท่านั้นที่หน้าซอง และชื่อนี้เท่านั้นที่ผู้หญิงคนนี้ทุ่มเทใจให้

เพราะรักมนต์ แน่งน้อยจึงยอมมีเรื่องกับทางบ้าน และเธอเลือกที่จะมีมนต์..โชคดีที่พี่น้องคอยช่วยเหลือ คงเป็นพี่ ๆของแน่งน้อยที่หยิบยื่นเงินทองให้เป็นทุนรอนสำหรับชีวิตที่เหมือนเพิ่งแตกกออ่อน แทงยอดออกนอกระเบียบ เดือนฉายก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจแน่งน้อยอย่างไรบ้าง แต่ที่รู้แน่ ๆคือเยื่อใยที่พ่อแม่พี่น้องมีต่อแน่งน้อยนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับมนต์

นาน ๆทีที่แน่งน้อยจะกลับบ้านซึ่งอยู่อีกอำเภอหนึ่ง และพี่น้องก็จะมาเยี่ยมเยือนเธอบ้างเช่นกัน แต่ระหว่างเธอกับพวกเขา..จะต้องไม่มีมนต์..

หลายปีก่อน ตอนแน่งน้อยเรียนอยู่ปีสองในมหาวิทยาลัย เดือนฉายเห็นมนต์มีอาการแย่มากอยู่พักหนึ่ง ได้ยินมาว่ามนต์มีเรื่องกับทางบ้านของแน่งน้อย

“ฉายเคยรู้สึกขื่นขมบ้างไหมกับการเป็นทอมอย่างที่เราเป็นกันอยู่นี่” เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เดือนฉายเห็นมนต์แง้มประตูของความรู้สึกออกมาบ้าง มนต์ที่เธอเคยเห็นมีแต่ท่าทางที่มีความสุขอยู่เสมอ..และนั่นล่ะคือเสน่ห์ของมนต์..

“มีเรื่องหรือมนต์” เดือนฉายย้อนถามเบา ๆในคราวนั้น

“อือ..ลูกเค้าถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ฉันเหมือนไปทำให้สกปรก” มนต์ยักไหล่

เดือนฉายเข้าใจว่าบางที่สองคนนี้อาจเลิกร้างจากกัน แต่กลับกลายเป็นว่าแน่งน้อยไม่กลับเข้าบ้านอีกเลย และต่อมาเธอก็เลิกเรียน และเลือกที่จะมีมนต์

แล้วดูที่มนต์ทำกับแน่งน้อยตอนนี้ เดือนฉายไม่เข้าใจความรู้สึกของคนเจ้าชู้ว่าเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าถ้าเป็นเธอ แน่งน้อยจะปลอดภัยและไม่เป็นอย่างนี้แน่ มนต์โชคดีที่มีคนที่รักเธอสุดชีวิตเช่นนี้ แต่มนต์ช่างไม่ถนอมแก้วงามในมือเสียเลย

“มนต์” ดูเอาเถอะ แม้นยามหลับแน่งน้อยก็เรียกหามนต์..เดือนฉายภาวนา ขออย่าให้มนต์ทิ้งขว้างผู้หญิงคนนี้ เธอคิดว่าแน่งน้อยคงตายแน่ คงทนไม่ได้ คงวิบัติยับเยิน...

“มนต์..”

“ฉาย..” เดือนฉายเปิดประตูรับมนต์ ต่างมองหน้ากันนิ่ง ๆชั่วครู่ แล้วมนต์ก็เดินไปที่เตียง ยืนมองแน่งน้อยหลับอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน แต่ สะเทือนใจรุนแรง

เดือนฉายยื่นจดหมายให้มนต์

“พี่น้อยวางไว้ที่หัวเตียง ฉายเก็บเอาไว้ให้มนต์..ดูแลนะ จะกลับแล้วล่ะ" เดือนฉายเดินช้า ๆจากมาจนกระทั่งถึงหน้าประตู

“ฉาย..”มนต์ร้องเรียก

“ขอบใจนะ”

เดือนฉายพยักหน้าให้ แล้วเดินออกจากห้อง ..หยุดยืนอยู่หน้าประตูอีกครู่ใหญ่ และเมื่อหันไปมองตรงช่องกระจกก็เห็นมนต์โน้มตัวลงกอดแน่งน้อยด้วยแสนรัก

เดือนฉายเดินจากมาด้วยรอยยิ้ม..

ตัวเดือนฉายเองไม่เคยมีใคร ไม่คิดว่าต้องมีหรือไม่ เธอปล่อยทุกอย่างไปตามแต่จะเป็น .. แต่ด้วยความสัตย์ซื่อแล้ว เดือนฉายยอมรับกับตัวเองว่าเธอมีความรักมานาน เป็นความรักเงียบ ๆนิ่ง ๆที่มีต่อผู้หญิงที่นอนแบ่บอยู่ในห้องนั้น..และเชื่อว่าเธอสามารถดูแลผู้หญิงคนนี้ได้เป็นอย่างดี แต่เธอไม่เชื่อว่าแน่งน้อยจะใครได้เท่าที่รักมนต์ เพราะแน่งน้อยเกิดมาเพื่อมนต์..

มนต์ร้องไห้ วางจดหมายไว้บนโต๊ะ เบนสายตาออกนอกหน้าต่าง ปล่อยมันลอยเคว้งไปในอากาศ ในซองจดหมายไม่ใช่จดหมายร่ำรำพัน แต่เป็นพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติส่วนต่าง ๆของเอที่มีอยู่ คือร้านดอกไม้ เงินในธนาคาร รถยนต์และข้าวของอีกมาก..เธอยกทุกสิ่งทุกอย่างให้มนต์..

ความรักของแน่งน้อยยิ่งใหญ่และไร้เดียงสาในขณะเดียวกัน แล้วอย่างนี้มนต์ยังจะคิดจากเธอไปไหนได้อย่างไรกัน จะจากไปสู่อ้อมอกที่ไม่แน่ใจเท่า เพียงแต่เร้าใจกว่า หอมหวานและแปลกใหม่กว่า..ไม่ล่ะ..พอแล้ว..หรือว่ายัง..อาจจะนาน ๆหวาม ๆสักที..

มนต์รู้ตัวเหมือนกันว่าทุกครั้งที่มัวหลงอย่ากับคนใหม่ ๆ ก็เหมือนเธอระเริงอยู่ในอ่าวน้ำตาของแน่งน้อย เธอก็รักแน่งน้อย แต่ไม่เท่าที่ได้รับ..รักของมนต์เบาน้ำหนักกว่ากันเยอะ รักของแน่งน้อยมั่นคงหนักแน่นและจริงจังเสียจนอึดอัด และเกินกว่าจะเรียกว่าอบอุ่น แต่..

ที่สุดแล้วจนแล้วจนรอดมนต์ก็ไม่คิดจะรักใครเท่าแน่งน้อย และไม่คิดจะอยู่กับใครนอกเหนือจากผู้หญิงคนนี้ เพียงแต่เธออยากให้เส้นเชือกที่ตึงแน่นนั้นคลายลงบ้าง มนต์เหมือนคนที่อึดอัด จึงดิ้นเพื่อหาอากาศหายใจ..

มนต์มาจากครอบครัวที่แตกแยก มีพ่อเจ้าชู้ มีแม่ที่คอยแต่ด่าทอ แม่ไม่มีใครใหม่ มุแต่ทำงานทดแทนหน้าที่ของพ่อ และสอนลูก ๆด้วยการด่าพ่อให้ฟัง ..การด่าของแม่ทำให้ทุกอย่างกระจาย แม่เอาใครไว้ไม่อยู่สักคนเดียว พ่อก็ไป ลูก ๆอีกล่ะ..ต่างกระสานซ่านเซ็นไร้ระเบียบ มนต์เองผูกติดอยู่กับแม่ก็เพราะเงินเท่านั้น อยู่ด้วยกันนาน ๆ แล้วร้อน มนต์ไม่คิดหรอกว่าต่อมามนต์จะได้ชื่อว่าเป็นคนเจ้าชู้อย่างพ่อ และให้บังเอิญคนที่มนต์รักก็กำลังจะเหมือนแม่เข้าไปทุกที...

“มนต์ขาดเรียนหลายวันแล้วนะ ..” แน่งน้อยถามขณะจัดอกไม้ใส่แจกันให้ลูกค้าอยู่ที่ร้าน หลายวันมานี่มนต์อยู่กับเธอตลอดเวลาแทบไม่ยอมให้เธอคลาดสายตา และทำท่าว่าไม่คิดจะไปไหนเสียด้วย

“ยังไม่อยากกลับ”

“อย่าห่วงพี่เลย พี่ไม่คิดจะทำอย่างที่แล้วมาอีกแล้วล่ะ สบายใจเถอะ”

มนต์นิ่ง..แน่งน้อยเปลี่ยนไป ไม่ตัดพ้อ ไม่พร่ำพิไรจู้จี้อย่างเคย แต่ก็ไม่ถึงกับเฉยชา แต่กระนั้นก็ทำให้มนต์อดรู้สึกไม่ได้ว่าความหมายของเธอลดน้อยลง และมนต์ก็เริ่มมึนงงกับสิ่งที่เป็นเหมือนเงาที่วิ่งไล่จับกัน

ความรักของมนต์และแน่งน้อยกำลังเป็นไปในรูปแบบนั้น เมื่อมนต์เลิกวิ่งหนี แน่งน้อยก็เลิกตาม และกลับถอยหนี มนต์เป็นฝ่ายอยากตามความคิดเธอให้ทัน อยากวิ่งไล่ไขว่คว้าให้กลับคืนมา

สองตาที่มองมนต์ก็เปลี่ยนไป มนต์รู้สึกว่าใยรักนั้นเบาบางลงเรื่อย ๆ มันช่างเป้นความรู้สึกที่แปลกและทรมานเหลือเกิน แต่มนต์ก็รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน ที่แน่งน้อยเผชิญมาตลอดเวลา..

มนต์ยื่นจดหมายคืนกลับให้แน่งน้อยที่สนามบิน

“พี่เอาตัวเองกลับคืนมาให้มนต์เถอะฮะ อะไรอย่างอื่นที่พี่คิดจะให้มนต์น่ะมันไม่สำคัญหรอก..มนต์ขอโทษที่ทำให้พี่เสียใจ..ให้โอกาสมนต์นะฮะ มนต์สัญญาว่า..” แน่งน้อยยกมือแตะปากมนต์เป็นเชิงว่าไม่ให้พูดอะไรออกมาอีก

“ไปเถอะมนต์” ใบหน้านั้นนิ่งเฉยและทำให้มนต์รู้สึกกลัว

“พี่น้อย”

“พี่จะรอ” แน่งน้อยยิ้มให้

มนต์กอดเธอไว้ทั้งตัวแน่น ๆ..พอแล้วล่ะ มนต์จะไม่มีใครอีกแล้ว มนต์รู้สึกทนทุกข์ทรมานกับความรู้สึกของผู้ที่กำลังจะสูญเสียไม่ได้

“ขอบคุณฮะ”

“อะไรนะคะ?”

มนต์ยิ้มน้ำตาคลอตา มองลึกซึ้งเข้าไปในดวงตาของแน่งน้อย

“ขอบคุณที่รักมนต์”

“ตั้งใจเรียนนะคะ”

แปลกแท้ วันนี้มนต์รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนว่าริ้วรอยบาดแผลในชีวิตจะลบเลือนไปเสียสิ้น ความรักของแน่งน้อยทดแทนได้ทุกอย่าง และบัดนี้มันไม่รัดรึงพันธนาการเหมือนอย่างเคย แต่กลายเป็นความนิ่งและเย็นฉ่ำที่ด่ำลึกราวกับจะชโลมไล้ความใสเย็นให้ลึกถึงรากเหง้าของวิญญาณ

มนต์ขโมยจูบแก้มแน่งน้อยก่อนวิ่งจากไปขึ้นเครื่อง แน่งน้อยมองตามจนเครื่องบินลำนั้นพาคนรักของเธอทะยานลับหายไปกับสายตา...

“ว๊าย...อะไรกันยะ?” แม่ส่งเสียงตกใจเมื่อนั่งดูข่าวกันอยู่ดี ๆ เดือนฉายก็ลุกพรวดกระโจนผลุงผ่านไปและออกจากบ้านหายไปไหนไม่ทราบ

“อะไรของเค้านะ”

“เพื่อนฉายมันอยู่ในเครื่องเที่ยวนี้หรือเปล่ามันถึงได้ตกใจขนาดนั้น” พ่อออกความเห็น

“พี่มนต์หรือเปล่าไม่รู้นะครับพ่อ?”

แล้วทั้งบ้านก็นิ่งไปชั่วเวลาหนึ่งราวชั่วเวลาที่เทวดาเดินผ่าน

กระทั่งน้องสาวคนสวยของเดือนฉายค้านขึ้นมาว่า

“ไม่หรอกมั้ง พี่มนต์นะเหรอจะตายเท่ห์ขนาดนั้น..อย่างพี่มนต์น่าจะตายด้วยเรื่องหึงหวงมากกว่า”..

.........


“พี่ฉาย..พี่ฉาย” สมศรีเห็นเดือนฉายก็วิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าตกใจ เดือนฉายโผล่ไปเห็นแน่งน้อยอยู่หน้าโทรศัพท์กำลังกดผิดกดถูก จะติดต่อไปไหนสักแห่งหนึ่ง มือขาว ๆนั้นซีดและสั่นระริกอย่างชัดเจน

“ฉาย..”

“โทรไปสนามบินหรือฮะพี่?”

“ฮื่อ.. ฉาย.. ฉายช่วย..ช่วย..” แน่งน้อยพูดจาไม่เป็นภาษาแล้ว หน้าซีดขาวเนื้อตัวเย็นเฉียบเหมือนคนกำลังจะหมดสติ

“มาฮะพี่” เธอคว้ากระบอกโทรศัพท์มาถือไว้แทน มืออีกข้างโอบจัวแน่งน้อยไว้อย่างปลอบโยน

“ไม่เป็นไรฮะ อาจไม่ใช่ก็ได้..” ในใจเดือนฉายก็ขอให้ไม่ใช่

“สมศรีหายาดมให้หน่อย” เธอสั่งสมศรีแล้วกดเบอร์โทรศัพท์ไปสอบถาม

ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นเหมือนมีมาสูบเธอให้จมดิน...น้ำตากลิ้งออกจากสองตาร้อนผ่าว..

“ฉาย..”

ไม่ต้องบอกแน่งน้อยก็รู้คำตอบนั้นแล้ว

“ใจเย็น ๆพี่น้อย” เธอเอ่ยปลอบโยนด้วยริมฝีปากแห้งผาก แต่แน่งน้อยก็ร้องไห้เป็นลมไปแล้ว..ยังได้ยินอยู่สองหูถึงเสียงของมนต์ที่ว่า ..ขอบคุณที่รักมนต์..ยังเหมือนเพิ่งถูกสัมผัสที่แก้มไปเมื่อกี้นี้เอง สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความรักอันสดใสเหมือนวันเวลาแรก ๆที่ทุกอย่างเป็นสิ่งใหม่หมดจดและโลกทั้งโลกพร่างพราวไปด้วยสีชมพู..

“มนต์..”แน่งน้อยครวญครางหา และถูกโอบกอดด้วยความแข็งแกร่ง ถูกโอบอุ้ม..อุ่นด้วยความปลอดภัยอีกหน

“สมศรีไปเปิดรถให้ที พี่จะพาพี่น้อยไปหาหมอ”...

รวมเรื่องสั้นชุดที่ 1

รวมเรื่องสั้นชุดที่ 1
"ความทรงจำ" เล่มละ 220 บาท (ต้องการสั่งซื้อ โปรดคลิกที่ภาพค่ะ)

รวมเรื่องสั้นชุดที่ 2

รวมเรื่องสั้นชุดที่ 2
"รักร้อน" เล่มละ 220 บาท(ต้องการสั่งซื้อ โปรดคลิกที่ภาพค่ะ)
 

เรื่องสั้นของราชา'วดี Copyright © 2008 Green Scrapbook Diary Designed by SimplyWP | Made free by Scrapbooking Software | Bloggerized by Ipiet Notez Blogger Templates