<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263</id><updated>2012-01-31T13:39:34.308+07:00</updated><category term='วันวานตะวันร้าว'/><title type='text'>เรื่องสั้นของราชา'วดี</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://vdcool.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vdcool.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>21</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263.post-4656180874789365448</id><published>2008-04-20T17:16:00.001+07:00</published><updated>2008-04-24T17:55:13.352+07:00</updated><title type='text'>สำรอง</title><content type='html'>ทำอะไรจ๊ะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนฉายทักทายเหมือนทุกวันตามประสาคนสนิทคุ้นเคยกัน เมื่อผ่านไปผ่านมาก็แวะเกาะรั้วคุยกันสักหน่อย และบางวันเดือนฉายก็เข้ามาคุยกับพี่แน่งน้อยนายของสมศร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่งน้อยและเดือนฉายห่างกันประมาณสามปี ทั้งคู่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน เดือนฉายเป็นเด็กเดิน ส่วนแน่งน้อยเป็นนักเรียนประจำมาตลอดตอนหลังเดือนฉายเป็นแฟนกับมนต์เพื่อนคนหนึ่งของเดือนฉาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วต่อมาอย่างไรไม่ทราบในขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยปีที่สาม อยู่ดี ๆ แน่งน้อยก็เลิกเรียนหนังสือ แล้วเปิดร้านขายดอกไม้สด ผ่อนบ้านหลังน้อยในหมู่บ้านเดียวกับเดือนฉายนี่ และใช้ชีวิตร่วมกับมนต์..ว่ากันว่าเธอส่งเสียมนต์เรียนหนังสือด้วย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณน้อยของเธอไม่ขายของหรือสมศรี?” ที่ถามเพราะเดือนฉายเห็นรถเก๋งสีฟ้าอ่อนของแน่งน้อยยังจอดอยู่ในโรงรถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไม่ตื่นค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรนะ?” เสียงออกแปลกใจระคนห่วงใย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ฉาย” สมศรียื่นหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบกระซาบเบา ๆว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อคืนคุณน้อยกินเหล้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หา?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สงสัยเพิ่งไปทะเลาะกับพี่มนต์..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายวันก่อนเดือนฉายได้ยินจากสมศรีนี่แหล่ะว่าแน่งน้อยไปอีสาน เพราะมนต์สอบติดมหาวิทยาลัยที่โน่น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮ้อ..ไกลกันอย่างนี้ยังมีเรื่องอะไรให้แน่งน้อยตามไปทะเลาะอีกจนได้ แล้วนี่มันร้ายแรงขนาดที่ทำให้คนอย่างแน่งน้อยลุกขึ้นมากินเหล้าเชียวหรือ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่งน้อยเป็นคนเรียบร้อยและดูหยิ่งตามสายตาของเดือนฉายที่เห็นเธอมานานวัน แต่แล้วเมื่อมีมนต์ ดูเหมือนทุกอย่างจะแย่ลง และแน่งน้อยก็ดูจะยอมแย่ เพราะแน่งน้อยที่เย่อหยิ่งกลับเที่ยวตามหึงหวงมนต์ ตามทะเลาะเบาะแว้งอยู่นั่นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนฉายและสมศรีได้ยินเสียงกริ่งนาฬิกาดังมาจากห้องนอนของแน่งน้อย และมันไม่ยอมหยุดสักที สองคนนิ่งฟังอยู่เป็นนาน ต่างหมายรอให้มันถูกหยุดลงแต่..มันนานเกินไปเสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตั้งนาน ทำไมคุณน้อยยังไม่ยอมตื่นล่ะพี่ฉาย?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรวดเดียวเท่านั้นแหล่ะ นักศึกษาพละในชุดวอร์มที่ชื่อเดือนฉายก็กระโจนข้ามรั้วเตี้ย ๆนั้นเข้าไป ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ถึงหน้าห้องนอนเจ้าของบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่น้อย พี่น้อยฮะ ...” ทั้งเคาะ ทั้งเรียก ทั้งเสียงกริ่งนาฬิกาปลุกดังประสานกันจนระทึกใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมศรียืนทำตาปริบ ๆอยู่เบื้องหลัง เดือนฉายหันมามองอย่างหาผู้ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ แต่เธอก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรคนที่ยืนอยู่ด้วย หากหันกลับมาแล้วตัดสินใจกระแทกประตู กระแทกอยู่หนหลายหนจนเจ็บไหล่ไปทั้งแถบ แต่ความห่วงใยที่ทวีทบขึ้นเรื่อย ๆก็ยิ่งทำให้เธอร้อนใจ หวาดวิตกสารพัดสารพัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอประตูเปิดออก เดือนฉายและสมศรีก็เห็นแน่งน้อยนอนนิ่งอยู่บนเตียง ที่โต๊ะหัวเตียงมีแก้วน้ำ ขวดยา และซองจดหมาย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่น้อย..” เดือนฉายแตะตัวเธอ ยังอุ่น ๆและยังหายใจแผ่วเบาโรยริน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สมศรี..สมศรีหากุญแจรถให้พี่ ๆจะพาพี่น้อยไปหาหมอ..” เดือนฉายถือวิสาสะหยิบจดหมายนั่นใส่กระเป๋ากางเกง จดหมายจ่าหน้าซองถึงมนต์ ถ้าใครมาเจอคงไม่ดีแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนต์ค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนต์..เราฉายนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉายเหรอ..มีอะไรหรือเปล่า?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“.....”เดือนฉายหายใจเข้าปอดแรง ๆก่อน คิดว่ามันจะช่วยผ่อนคลายความเครียดที่มีได้บ้างนิดหน่อยก่อนที่จะเอ่ยอะไรกับมนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอรู้สึกต่อมนต์เหมือนมันเป็นความผิดของมนต์ ถ้าแน่งน้อยเป็นอะไรไป ถ้าหมอช่วยอะไรไม่ได้ ก็คงช่วยไม่ได้ที่เธอจะรู้สึกว่ามนต์เป็นฆาตกร..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮัลโล..ฉาย..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีอะไรหรือเปล่า?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนต์” เดือนฉายอยากต่อว่ามนต์มากมาย แต่แล้วก็ได้แต่สะบัดเสียงบอกไปอย่างรวบรัดที่สุดว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่น้อยไม่สบาย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ..มนต์มาดูเธอหน่อยได้ไหม?” ท้ายประโยคนั้นริ้วคลื่นแห่งความสะเทือนใจแล่นขึ้นจมูก และน้ำตาก็พากันเอ่อรื้อขึ้นมาอย่างกะทันหัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แค่นี้นะมนต์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เดี๋ยว..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่..เดือนฉายวางหูโทรศัพท์แล้ว และอดไม่ได้ที่จะหยิบจดหมายนั้นขึ้นดูอีกครั้ง ตัวหนังสือของแน่งน้อยมีระเบียบ สะอาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์..สามสี่ตัวเท่านั้นที่หน้าซอง และชื่อนี้เท่านั้นที่ผู้หญิงคนนี้ทุ่มเทใจให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะรักมนต์ แน่งน้อยจึงยอมมีเรื่องกับทางบ้าน และเธอเลือกที่จะมีมนต์..โชคดีที่พี่น้องคอยช่วยเหลือ คงเป็นพี่ ๆของแน่งน้อยที่หยิบยื่นเงินทองให้เป็นทุนรอนสำหรับชีวิตที่เหมือนเพิ่งแตกกออ่อน แทงยอดออกนอกระเบียบ เดือนฉายก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจแน่งน้อยอย่างไรบ้าง แต่ที่รู้แน่ ๆคือเยื่อใยที่พ่อแม่พี่น้องมีต่อแน่งน้อยนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับมนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นาน ๆทีที่แน่งน้อยจะกลับบ้านซึ่งอยู่อีกอำเภอหนึ่ง และพี่น้องก็จะมาเยี่ยมเยือนเธอบ้างเช่นกัน แต่ระหว่างเธอกับพวกเขา..จะต้องไม่มีมนต์..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายปีก่อน ตอนแน่งน้อยเรียนอยู่ปีสองในมหาวิทยาลัย เดือนฉายเห็นมนต์มีอาการแย่มากอยู่พักหนึ่ง ได้ยินมาว่ามนต์มีเรื่องกับทางบ้านของแน่งน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉายเคยรู้สึกขื่นขมบ้างไหมกับการเป็นทอมอย่างที่เราเป็นกันอยู่นี่” เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เดือนฉายเห็นมนต์แง้มประตูของความรู้สึกออกมาบ้าง มนต์ที่เธอเคยเห็นมีแต่ท่าทางที่มีความสุขอยู่เสมอ..และนั่นล่ะคือเสน่ห์ของมนต์..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีเรื่องหรือมนต์” เดือนฉายย้อนถามเบา ๆในคราวนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อือ..ลูกเค้าถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ฉันเหมือนไปทำให้สกปรก” มนต์ยักไหล่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนฉายเข้าใจว่าบางที่สองคนนี้อาจเลิกร้างจากกัน แต่กลับกลายเป็นว่าแน่งน้อยไม่กลับเข้าบ้านอีกเลย และต่อมาเธอก็เลิกเรียน และเลือกที่จะมีมนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วดูที่มนต์ทำกับแน่งน้อยตอนนี้ เดือนฉายไม่เข้าใจความรู้สึกของคนเจ้าชู้ว่าเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าถ้าเป็นเธอ แน่งน้อยจะปลอดภัยและไม่เป็นอย่างนี้แน่ มนต์โชคดีที่มีคนที่รักเธอสุดชีวิตเช่นนี้ แต่มนต์ช่างไม่ถนอมแก้วงามในมือเสียเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนต์” ดูเอาเถอะ แม้นยามหลับแน่งน้อยก็เรียกหามนต์..เดือนฉายภาวนา ขออย่าให้มนต์ทิ้งขว้างผู้หญิงคนนี้ เธอคิดว่าแน่งน้อยคงตายแน่ คงทนไม่ได้ คงวิบัติยับเยิน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนต์..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉาย..” เดือนฉายเปิดประตูรับมนต์ ต่างมองหน้ากันนิ่ง ๆชั่วครู่ แล้วมนต์ก็เดินไปที่เตียง ยืนมองแน่งน้อยหลับอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน แต่ สะเทือนใจรุนแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนฉายยื่นจดหมายให้มนต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่น้อยวางไว้ที่หัวเตียง ฉายเก็บเอาไว้ให้มนต์..ดูแลนะ จะกลับแล้วล่ะ" เดือนฉายเดินช้า ๆจากมาจนกระทั่งถึงหน้าประตู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉาย..”มนต์ร้องเรียก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบใจนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนฉายพยักหน้าให้ แล้วเดินออกจากห้อง ..หยุดยืนอยู่หน้าประตูอีกครู่ใหญ่ และเมื่อหันไปมองตรงช่องกระจกก็เห็นมนต์โน้มตัวลงกอดแน่งน้อยด้วยแสนรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนฉายเดินจากมาด้วยรอยยิ้ม..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวเดือนฉายเองไม่เคยมีใคร ไม่คิดว่าต้องมีหรือไม่ เธอปล่อยทุกอย่างไปตามแต่จะเป็น .. แต่ด้วยความสัตย์ซื่อแล้ว เดือนฉายยอมรับกับตัวเองว่าเธอมีความรักมานาน เป็นความรักเงียบ ๆนิ่ง ๆที่มีต่อผู้หญิงที่นอนแบ่บอยู่ในห้องนั้น..และเชื่อว่าเธอสามารถดูแลผู้หญิงคนนี้ได้เป็นอย่างดี แต่เธอไม่เชื่อว่าแน่งน้อยจะใครได้เท่าที่รักมนต์ เพราะแน่งน้อยเกิดมาเพื่อมนต์..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์ร้องไห้ วางจดหมายไว้บนโต๊ะ เบนสายตาออกนอกหน้าต่าง ปล่อยมันลอยเคว้งไปในอากาศ ในซองจดหมายไม่ใช่จดหมายร่ำรำพัน แต่เป็นพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติส่วนต่าง ๆของเอที่มีอยู่ คือร้านดอกไม้ เงินในธนาคาร รถยนต์และข้าวของอีกมาก..เธอยกทุกสิ่งทุกอย่างให้มนต์..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักของแน่งน้อยยิ่งใหญ่และไร้เดียงสาในขณะเดียวกัน แล้วอย่างนี้มนต์ยังจะคิดจากเธอไปไหนได้อย่างไรกัน จะจากไปสู่อ้อมอกที่ไม่แน่ใจเท่า เพียงแต่เร้าใจกว่า หอมหวานและแปลกใหม่กว่า..ไม่ล่ะ..พอแล้ว..หรือว่ายัง..อาจจะนาน ๆหวาม ๆสักที..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์รู้ตัวเหมือนกันว่าทุกครั้งที่มัวหลงอย่ากับคนใหม่ ๆ ก็เหมือนเธอระเริงอยู่ในอ่าวน้ำตาของแน่งน้อย เธอก็รักแน่งน้อย แต่ไม่เท่าที่ได้รับ..รักของมนต์เบาน้ำหนักกว่ากันเยอะ รักของแน่งน้อยมั่นคงหนักแน่นและจริงจังเสียจนอึดอัด และเกินกว่าจะเรียกว่าอบอุ่น แต่..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สุดแล้วจนแล้วจนรอดมนต์ก็ไม่คิดจะรักใครเท่าแน่งน้อย และไม่คิดจะอยู่กับใครนอกเหนือจากผู้หญิงคนนี้ เพียงแต่เธออยากให้เส้นเชือกที่ตึงแน่นนั้นคลายลงบ้าง มนต์เหมือนคนที่อึดอัด จึงดิ้นเพื่อหาอากาศหายใจ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์มาจากครอบครัวที่แตกแยก มีพ่อเจ้าชู้ มีแม่ที่คอยแต่ด่าทอ แม่ไม่มีใครใหม่ มุแต่ทำงานทดแทนหน้าที่ของพ่อ และสอนลูก ๆด้วยการด่าพ่อให้ฟัง ..การด่าของแม่ทำให้ทุกอย่างกระจาย แม่เอาใครไว้ไม่อยู่สักคนเดียว พ่อก็ไป ลูก ๆอีกล่ะ..ต่างกระสานซ่านเซ็นไร้ระเบียบ มนต์เองผูกติดอยู่กับแม่ก็เพราะเงินเท่านั้น อยู่ด้วยกันนาน ๆ แล้วร้อน มนต์ไม่คิดหรอกว่าต่อมามนต์จะได้ชื่อว่าเป็นคนเจ้าชู้อย่างพ่อ และให้บังเอิญคนที่มนต์รักก็กำลังจะเหมือนแม่เข้าไปทุกที...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนต์ขาดเรียนหลายวันแล้วนะ ..” แน่งน้อยถามขณะจัดอกไม้ใส่แจกันให้ลูกค้าอยู่ที่ร้าน หลายวันมานี่มนต์อยู่กับเธอตลอดเวลาแทบไม่ยอมให้เธอคลาดสายตา และทำท่าว่าไม่คิดจะไปไหนเสียด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไม่อยากกลับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าห่วงพี่เลย พี่ไม่คิดจะทำอย่างที่แล้วมาอีกแล้วล่ะ สบายใจเถอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์นิ่ง..แน่งน้อยเปลี่ยนไป ไม่ตัดพ้อ ไม่พร่ำพิไรจู้จี้อย่างเคย แต่ก็ไม่ถึงกับเฉยชา แต่กระนั้นก็ทำให้มนต์อดรู้สึกไม่ได้ว่าความหมายของเธอลดน้อยลง และมนต์ก็เริ่มมึนงงกับสิ่งที่เป็นเหมือนเงาที่วิ่งไล่จับกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักของมนต์และแน่งน้อยกำลังเป็นไปในรูปแบบนั้น เมื่อมนต์เลิกวิ่งหนี แน่งน้อยก็เลิกตาม และกลับถอยหนี มนต์เป็นฝ่ายอยากตามความคิดเธอให้ทัน อยากวิ่งไล่ไขว่คว้าให้กลับคืนมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองตาที่มองมนต์ก็เปลี่ยนไป มนต์รู้สึกว่าใยรักนั้นเบาบางลงเรื่อย ๆ มันช่างเป้นความรู้สึกที่แปลกและทรมานเหลือเกิน แต่มนต์ก็รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน ที่แน่งน้อยเผชิญมาตลอดเวลา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์ยื่นจดหมายคืนกลับให้แน่งน้อยที่สนามบิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เอาตัวเองกลับคืนมาให้มนต์เถอะฮะ อะไรอย่างอื่นที่พี่คิดจะให้มนต์น่ะมันไม่สำคัญหรอก..มนต์ขอโทษที่ทำให้พี่เสียใจ..ให้โอกาสมนต์นะฮะ มนต์สัญญาว่า..” แน่งน้อยยกมือแตะปากมนต์เป็นเชิงว่าไม่ให้พูดอะไรออกมาอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปเถอะมนต์” ใบหน้านั้นนิ่งเฉยและทำให้มนต์รู้สึกกลัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่น้อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่จะรอ” แน่งน้อยยิ้มให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์กอดเธอไว้ทั้งตัวแน่น ๆ..พอแล้วล่ะ มนต์จะไม่มีใครอีกแล้ว มนต์รู้สึกทนทุกข์ทรมานกับความรู้สึกของผู้ที่กำลังจะสูญเสียไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบคุณฮะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรนะคะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์ยิ้มน้ำตาคลอตา มองลึกซึ้งเข้าไปในดวงตาของแน่งน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบคุณที่รักมนต์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตั้งใจเรียนนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แปลกแท้ วันนี้มนต์รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนว่าริ้วรอยบาดแผลในชีวิตจะลบเลือนไปเสียสิ้น ความรักของแน่งน้อยทดแทนได้ทุกอย่าง และบัดนี้มันไม่รัดรึงพันธนาการเหมือนอย่างเคย แต่กลายเป็นความนิ่งและเย็นฉ่ำที่ด่ำลึกราวกับจะชโลมไล้ความใสเย็นให้ลึกถึงรากเหง้าของวิญญาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนต์ขโมยจูบแก้มแน่งน้อยก่อนวิ่งจากไปขึ้นเครื่อง แน่งน้อยมองตามจนเครื่องบินลำนั้นพาคนรักของเธอทะยานลับหายไปกับสายตา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว๊าย...อะไรกันยะ?” แม่ส่งเสียงตกใจเมื่อนั่งดูข่าวกันอยู่ดี ๆ เดือนฉายก็ลุกพรวดกระโจนผลุงผ่านไปและออกจากบ้านหายไปไหนไม่ทราบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรของเค้านะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อนฉายมันอยู่ในเครื่องเที่ยวนี้หรือเปล่ามันถึงได้ตกใจขนาดนั้น” พ่อออกความเห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่มนต์หรือเปล่าไม่รู้นะครับพ่อ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วทั้งบ้านก็นิ่งไปชั่วเวลาหนึ่งราวชั่วเวลาที่เทวดาเดินผ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทั่งน้องสาวคนสวยของเดือนฉายค้านขึ้นมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หรอกมั้ง พี่มนต์นะเหรอจะตายเท่ห์ขนาดนั้น..อย่างพี่มนต์น่าจะตายด้วยเรื่องหึงหวงมากกว่า”..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ฉาย..พี่ฉาย” สมศรีเห็นเดือนฉายก็วิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าตกใจ เดือนฉายโผล่ไปเห็นแน่งน้อยอยู่หน้าโทรศัพท์กำลังกดผิดกดถูก จะติดต่อไปไหนสักแห่งหนึ่ง มือขาว ๆนั้นซีดและสั่นระริกอย่างชัดเจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉาย..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โทรไปสนามบินหรือฮะพี่?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ.. ฉาย.. ฉายช่วย..ช่วย..” แน่งน้อยพูดจาไม่เป็นภาษาแล้ว หน้าซีดขาวเนื้อตัวเย็นเฉียบเหมือนคนกำลังจะหมดสติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาฮะพี่” เธอคว้ากระบอกโทรศัพท์มาถือไว้แทน มืออีกข้างโอบจัวแน่งน้อยไว้อย่างปลอบโยน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรฮะ อาจไม่ใช่ก็ได้..” ในใจเดือนฉายก็ขอให้ไม่ใช่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สมศรีหายาดมให้หน่อย” เธอสั่งสมศรีแล้วกดเบอร์โทรศัพท์ไปสอบถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นเหมือนมีมาสูบเธอให้จมดิน...น้ำตากลิ้งออกจากสองตาร้อนผ่าว..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉาย..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องบอกแน่งน้อยก็รู้คำตอบนั้นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใจเย็น ๆพี่น้อย” เธอเอ่ยปลอบโยนด้วยริมฝีปากแห้งผาก แต่แน่งน้อยก็ร้องไห้เป็นลมไปแล้ว..ยังได้ยินอยู่สองหูถึงเสียงของมนต์ที่ว่า ..ขอบคุณที่รักมนต์..ยังเหมือนเพิ่งถูกสัมผัสที่แก้มไปเมื่อกี้นี้เอง สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความรักอันสดใสเหมือนวันเวลาแรก ๆที่ทุกอย่างเป็นสิ่งใหม่หมดจดและโลกทั้งโลกพร่างพราวไปด้วยสีชมพู..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มนต์..”แน่งน้อยครวญครางหา และถูกโอบกอดด้วยความแข็งแกร่ง ถูกโอบอุ้ม..อุ่นด้วยความปลอดภัยอีกหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สมศรีไปเปิดรถให้ที พี่จะพาพี่น้อยไปหาหมอ”...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6686168106139697263-4656180874789365448?l=vdcool.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vdcool.blogspot.com/feeds/4656180874789365448/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6686168106139697263&amp;postID=4656180874789365448&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/4656180874789365448'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/4656180874789365448'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vdcool.blogspot.com/2008/04/blog-post_733.html' title='สำรอง'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263.post-5838546328431876298</id><published>2008-04-20T17:01:00.000+07:00</published><updated>2008-04-20T17:03:22.380+07:00</updated><title type='text'>ตะวันในสายหมอก</title><content type='html'>เสียงนาฬิกาปลุก ปลุกให้กินรีงัวเงียตื่นขึ้นมาในเวลาตีสามครึ่ง เธอนอนไปสามชั่วโมงครึ่ง มีงานค้างไว้ต้องทำให้เสร็จ แต่เธอก็ง่วงมากจนต้องขอนอนก่อน แล้วตั้งนาฬิกาไว้แบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวลุกขึ้นจากที่นอน เปิดไฟหัวเตียงแล้วหยิบแว่นมาสวม เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวและปวดหัวเล็กน้อย เพราะเป็นไข้นิดหน่อยมาตั้งแต่หัวค่ำ โอ้ชีวิตหนอชีวิต จะว่าลำบากหรือ จริงๆ แล้วอาชีพการงานของเธอก็จัดว่าดีกว่าชาวบ้านตั้งหลายคน แต่จะว่าสบายหรือก็ใช่ว่าจะสบาย ก็ดูสิ ต้องลุกขึ้นมาตอนตีสามกว่า มานั่งทำงานงกๆ แบบนี้ในขณะที่ใครต่อใครมากมายกำลังหลับสบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าห้องน้ำพักหนึ่ง กินรีก็ออกมานั่งหน้าคอมพ์ พิมพ์งานก็อกแก็ก ก้มๆ เงยๆ เพราะเธอพิมพ์สัมผัสไม่เป็น จริงๆ แล้วเธอเพิ่งมาพิมพ์นั่นพิมพ์นี่เองเมื่อไม่นานนี้เอง แต่ก่อนนี้ มีงานที่ต้องพิมพ์ เธอก็แค่อ้อนเล็กน้อย ก็จะมีคนใจดีมานั่งพิมพ์ให้อย่างรวดเร็ว เฮ้อ.. คิดถึงแก้วอีกแล้ว คิดถึงแม้นทราบดีว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะคิดถึง แต่ก็คิดถึงเสมอ ความคิดถึงนั้นอยู่นอกเหนือการบังคับจริงๆ แต่ถ้าเธอบังคับได้ เธอจะบังคับให้ตัวเองลืมแก้วเสีย และลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนๆ นี้เสียให้หมดสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์แล้วยังต้องพริ้นท์ออกมาอีกด้วย เครื่องพริ้นท์รุ่นเก่าก็แสนจะเชื่องช้า กินรีโอดครวญในใจ ทำไมชีวิตเธอจึงลำบากอย่างนี้หนอ ไม่มีแก้วซะคน อะไรๆ ดูเหมือนเป็นเรื่องยากไปหมด แต่ก่อนนี้แก้วจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่าย เวลาเธอไม่สบาย แก้วจะดูแลสุดๆ แก้วนั่นแหล่ะที่ทำให้เธอลำบาก เหมือนเรื่องพ่อแม่รังแกฉันยังไงยังงั้นเลย ฮึ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้แก้วก็ไปรังแกคนอื่น ไปทำให้เคยตัว .. เออ คิดอย่างนี้ได้ก็สบายใจไปอีกแบบเหมือนกันแฮะ ความทุกข์จากความผิดหวังกระมังที่ทำให้บางที เหมือนกับเข็มตาชั่งตีกลับ ทั้งที่เธอทุกข์แสนทุกข์ แต่ที่สุด เธอก็คิดอะไรๆ ไปเพื่อให้คลายจากความทุกข์ที่มีได้ นี่คงเป็นธรรมชาติอย่างนี้เอง ดูแต่หอยมุกสิ .. ใครคนหนึ่งบอกเธออย่างนี้ หอยมุกเจ็บปวดจากการถูกทิ่มแทงเนื้ออ่อนๆ จึงสร้างสารเคลือบขึ้นมาเคลือบสิ่งแปลกปลอมนั้น จนกลายเป็นไข่มุกที่สวยงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีใครที่เจ็บปวดจนทนไม่ได้ ธรรมชาติจะค่อยๆ สร้างภูมิคุ้มกันให้เอง แต่ต้องรอคอยและต้องอดทนบ้าง .. ไม่มีชีวิตไหนที่ไม่ต้องอดทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระไอเย็นสดชื่นแทรกเข้ามา เช้าๆ อากาศดีจังเลย กินรีได้กลิ่นดอกแก้วโชยมาจากหน้าต่าง ดอกไม้กลางคืนหอมแรงเสมอ ชดเชยกับความไม่มีสีสัน นี่ก็อีกเช่นกัน ธรรมชาติสร้างมาอย่างนั้น ก็ดอกไม้กลางคืน จะอวดสีสันไปทำไม อวดสีไม่ได้จึงได้รับสิทธิพิเศษให้มีกลิ่นหอมแรง โชยกำจรกำจายไปทั่ว .. แต่นานไป กลิ่นหอมแรงก็ทำให้หญิงสาวปวดหัว และคลื่นไส้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอละจากหน้าจอไปที่ห้องน้ำ อาเจียรโอ้กอ้าก ตายแล้วตายจริง งานก็ยังไม่เสร็จ จะเป็นอะไรค่อยเป็นตอนเสร็จงานก่อนไม่ได้หรือ ฮือ.. โอ้กออกมามีแต่ลม กินรีถือโอกาสล้างหน้าแปรงฟัน แล้วโอ้กต่ออีกหน่อย เธอเช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนู แล้วมองตัวเองในกระจก โอย นี่ตัวเธอหรือนี่ ..&lt;br /&gt;จริงอยู่ แม้นเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ดูแลตัวเองดีนักหนา แต่เธอก็ไม่เคยทรุดโทรมอย่างนี้ ตอนนี้เธอตาแดงโรย ใบหน้าหม่นหมอง .. เอ นี่เป็นครั้งแรกหรืออย่างไรกันนะ ที่เธอดูตัวเองในกระจกอย่างจริงจัง และพบว่า ข้างหน้าเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่เหมือนเธอเลย ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินรีเป็นผู้หญิงที่ดูมีความสุขนี่ เป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ และเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ มีเพื่อนฝูงมากมายรายล้อม และจริงๆ แล้วก็ยังรายล้อมอยู่อย่างเดิมนั่นล่ะ เพื่อนๆ จะไปไหนเสียเล่า เพียงแต่ความสุขในใจมันหายไป .. ความมีชีวิตชีวามันหายไป .. หายไปพร้อมกับความรักของคนๆ เดียวเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฮ้อ.. แปรงฟันเสร็จแล้ว คว้ากระปุกแป้งมาเท ประหน้าซะหน่อยให้หอมพอชื่นใจ แล้วออกไปทำงานต่อดีกว่า อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว หากมีเวลาอาจได้นอนอีกซักงีบ แต่กระนั้น กินรีก็ไม่ได้นอน เพราะเมื่อเธอจัดเอกสารทุกอย่างใส่ไว้ในกระเป๋า ก็เป็นเวลาที่เธอควรอาบน้ำแต่งตัว ทานอาหารเช้า แล้วออกไปส่งหลานๆ ไปโรงเรียน .. โรงเรียนก็อยู่ไม่ไกล แต่ก็ต้องไปรับไปส่งทุกวัน เป็นกิจวัตรประจำวันของน้าที่ดีอย่างเธอ ก็พ่อแม่เขาฝากเอาไว้ ก็ต้องดูแลเป็นอย่างดีสิ แล้วอีกอย่าง เธอก็รักของเธอมากด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.. บางที เด็กๆ ก็ช่วยให้เธอลืมๆ บางสิ่งบางอย่าง ความสดใสของเด็กช่วยถ่ายทอดความสดชื่นมาให้เธอได้บ้าง แม้นว่าบางทีอีกเช่นกัน ที่เธอหงุดหงิดท้อใจกับพวกเขา ที่ไม่ได้อย่างใจ แต่มีใครเป็นได้อย่างใจใครเต็มร้อยบ้างเล่าหนอ? อาจมีบ้างนั่นแหล่ะ แต่คงหายากเต็มทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้อนเด็กสามคนที่ค่อนข้างซนให้เข้าโรงเรียนไปได้ กินรีจึงขับรถไปทำงาน ซึ่งก็ไม่ได้ไกล ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แค่ใกล้ๆ ทั้งบ้านทั้งโรงเรียนและที่ทำงานของเธอ ชีวิตเหมือนสบาย และน่าจะมีความสุขตามอัตภาพได้อย่างง่ายๆ แต่กระนั้น เธอก็ยังรู้สึกว่าเธอยังขาดอยู่เสมอ ยิ่งตอนนี้ยิ่งขาดจริงๆ .. ขาดคนเอาใจ ขาดคนบอกรัก .. ซึ่งเหมือนกับว่าเธอกำลังจะขาดใจทุกครั้งเมื่อคิดถึงตรงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กระนั้น.. อย่างไรก็ตาม ความจริงเธอก็ยังอยู่ ยังไม่ขาดใจ และยังไม่เป็นไรไปซะที .. เธอไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางและอ่อนแอถึงเพียงนั้นซักหน่อย ถึงแม้นว่าเธอจะไม่ใช่หญิงเหล็กก็เถอะ ถึงอย่างไรเธอก็ยังอยู่จนถึงวันนี้ และยังหายใจ แม้นว่าลมหายใจเข้าและออกของเธอยังมีแต่ความคิดถึงคนๆ นั้น และแม้นว่าเธอจะอิดโรยทรุดโทรมหรือผ่ายผอมลง แต่เธอก็ยังยืน ยังเดิน ยังทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามปรกติอย่างที่ควรทำ .. และเธอเชื่อว่า สักวันหนึ่ง เธอจะดีขึ้น .. เธอเป็นคนไข้ที่ฟื้นฟูได้ .. เธอไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่อกหักเท่านั้น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อเธอก้าวเท้าเข้ามาถึงที่ทำงาน เธอก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่เข้มแข็งอย่างน่าแปลก .. ซึ่งแม้นแต่ตัวเธอเองก็ยังฉงนใจ ว่าผู้หญิงคนนี้ กับคนที่นอนร้องไห้อยู่ในห้องนอน เป็นคนๆ เดียวกันหรือนี่? .. ผู้หญิงคนนี้ เป็นคนที่ดูแลคนนั้นคนนี้ได้ดีถึงดีมาก แต่ผู้หญิงคนนั้น ต้องการคนดูแลทั้งกายใจ และต้องการคนที่เธอจะอ้อนหรือโอดครวญด้วยได้ เฮ้อ.. ทำไมคนเราถึงต้องมีสองด้านก็ไม่รู้ หรืออาจเลียนแบบเหรียญที่ต้องมีสองด้าน ไม่มีเหรียญอันไหนในโลกนี้ที่มีด้านเดียว โลกกลมๆ ของเรายังมีด้านมืดด้านสว่าง ถ้าเมืองไทยมืด ฝั่งยุโรปก็สว่างล่ะน่า.. เกี่ยวอะไรกันหรือเปล่าไม่รู้ แต่คิดแล้วรู้สึกดีก็นับว่าใช้ได้ กินรีอดยิ้มให้กับความคิดฟุ้งๆ ของตัวเองไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่คะ”&lt;br /&gt;ผู้หญิงผมสั้นคนหนึ่งตรงเข้ามาทัก&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“เอ้อ .. มีเหรียญบาทซักเหรียญไหมคะ?” เธอถามด้วยสีหน้าเขินๆ แลดูน่าขัน และทำให้กินรีอดยิ้มกว้างๆ ไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้โผล่มาจากไหน อยู่ดีๆ ก็มาถามถึงเหรียญในตอนที่เธอคิดถึงเหรียญสองด้านอยู่พอดี เหมือนเธอโผล่ออกมาจากความคิด .. แต่เธอมีเนื้อมีหนัง และดูมีชีวิตชีวา&lt;br /&gt;“เอ้อ.. น่าจะมีนะคะ” กินรีเปิดกระเป๋าค้นหาเป็นพัลวัล และเหรียญบาทเหรียญห้าบาทก็ร่วงกราวลงมาให้ช่วยกันเก็บเป็นพัลวัล จนน้องที่รู้จักกันเดินผ่านมาถึงกับทักว่า&lt;br /&gt;“แคะกะปุกเหรอคะพี่นก”&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ พี่หาเหรียญให้น้องคนนี้แล้วมันร่วงลงมา น้องจะเอากี่บาท?” เธอถามเหมือนสนิทกันมาก ทั้งที่เพิ่งเคยเห็นหน้า ถามออกไปแล้วก็ขำตัวเอง&lt;br /&gt;“ขอเหรียญเดียวค่ะ จะโทรศัพท์”&lt;br /&gt;“เหรียญเดียวพอหรือคะ?” กินรีถาม เพราะเธอไม่ได้ใช้โทรศัพท์สาธารณะตั้งนานแล้ว&lt;br /&gt;“พอค่ะ”&lt;br /&gt;“แน่ใจนะคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้อีกฝ่ายยิ้มให้ แล้วยื่นเหรียญที่เธอเก็บได้ทั้งหมดเทลงบนฝ่ามือของกินรี&lt;br /&gt;“พอค่ะ”&lt;br /&gt;“เอ พี่ว่าใช้มือถือชัวร์กว่ามั้งคะ”กินรีเสนอแนะ พลางลุกขึ้น เทเหรียญใส่กระเป๋า แล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมายื่นให้&lt;br /&gt;“อย่าเลยค่ะ แพงกว่าบาทอีก”&lt;br /&gt;กินรีหัวเราะเสียงดัง&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”&lt;br /&gt;“ขอบาทเดียวก็พอค่ะ”เธอยื่นมือขอ&lt;br /&gt;“ตามใจค่ะ” กินรีล้วงกระเป๋าใหม่ แล้วส่งเหรียญบาทให้หนึ่งเหรียญ&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะพี่..กินรี”ฝ่ายนั้นเรียกเธอถูกต้อง เพราะกินรีมีชื่อกลัดอยู่ที่อกเสื้อนี่นา..&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรค่ะ”กินรียิ้มให้ แล้วผละออกไป&lt;br /&gt;“แล้ว.. จะเอามาคืนนะคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้เธอหันกลับมาหัวเราะ&lt;br /&gt;“แหม ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่บาทเดียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวผมสั้นมองเหรียญในมือ ก่อนยื่นคืนให้กินรี ที่กำลังเดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน&lt;br /&gt;“อุ๊ย..” เธอรู้สึกตกใจที่อยู่ๆ มีคนยื่นอะไรมาให้&lt;br /&gt;“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวก้มศีรษะให้อย่างตกใจเช่นกัน&lt;br /&gt;กินรีมองอย่างแปลกใจ อยู่ดีๆ มีคนเอาเงินมายื่นให้หนึ่งบาท&lt;br /&gt;“เอาเงินมาคืนให้ค่ะพี่”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“ที่วันนั้นยืมไปโทรศัพท์ไงคะ”&lt;br /&gt;อ๊อ.. คราวนี้กินรีอ้าปากหวอ จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างนึกขัน โอ้โห ถ้าไม่บอกเธอลืมไปแล้วนะนี่ ไม่คิดซักกะนิดว่าจะเอามาคืนอย่างที่บอกไว้ เพราะแค่บาทเดียวเท่านั้น&lt;br /&gt;“เอ้อ..”&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะคะพี่” คนยืมบอกและยิ้มให้อย่างน่ารัก เธอเพิ่งสังเกตว่า ผู้หญิงผมสั้นคนนี้ยิ้มเก๋ และเพิ่งสังเกตว่าท่าทางของผู้หญิงคนนี้ ไม่เหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป ..&lt;br /&gt;“ค่ะ” กินรีรับไว้ แล้วยิ้มตอบ&lt;br /&gt;ฝ่ายนั้นก้มศีรษะให้อีกครั้ง แล้วหันหลังกลับ .. กินรีมองตามร่างสูงๆ เพียวๆ ของผู้หญิงที่แต่งตัวด้วยชุดกางเกงยีนส์ กับเสื้อเชิ้ตสีขาว ท่าทางเธอเหมือนทอมบอย แต่แหม.. อาจไม่ใช่ก็ได้ เพราะเธอใส่ต่างหูรูปหัวใจเล็กๆ แถมติดกระดุมเสื้อซะลึกเหมือนสาวเซ็กซี่ และเสื้อสีขาวนั้นก็เป็นผ้าป่านค่อนข้างเบาบาง และแถมยังเดินสวย&lt;br /&gt;กินรีหย่อนเงินลงในกระเป๋า แล้วออกไปรับประทานอาหารกลางวันตามปรกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรงอาหารในเวลาเกือบบ่าย ผู้คนยังหนาตาพอสมควร กินรีเจอผู้หญิงเจ้าของเงินหนึ่งบาทอีกครั้ง เธอกำลังซื้อผลไม้หลายอย่างทีเดียว ที่รพ.แห่งนี้มีทั้งขนมและผลไม้มากมายให้เลือกซื้อได้สะดวก แถมสะอาดและราคาถูกกว่าข้างนอกอีกด้วย&lt;br /&gt;“อยู่หลายคนหรือคะซื้อซะเยอะ” กินรีทักทายตามประสาคนอัธยาศัยดี&lt;br /&gt;“อยู่สองคนค่ะ แต่ทานเก่งทั้งคู่” สาวผมสั้นบอกพลางยิ้มให้อย่างเก๋&lt;br /&gt;“ตัวผอมๆ ไม่น่าทานเก่งนะคะ”&lt;br /&gt;“อย่าดูแต่ภายนอกสิคะพี่” สาวผมสั้นหัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;กินรียิ้มเขินๆ แล้วเดินจากมาเลือกซื้ออาหาร เธอคิดถึงโฆษณายาสีฟันสมุนไพรยี่ห้อหนึ่งแล้วยิ้มออกมาอีก แหม ทำเป็นโฆษณาไปได้ อย่าดูแต่ภายนอกสิคะ คิดแล้วทำให้อยากหัวเราะ แต่ถ้าเธอหัวเราะอยู่คนเดียวคนจะหาว่าบ้าได้ กินรีจึงได้แต่ยิ้ม&lt;br /&gt;“ขอนั่งด้วยคนนะคะ”&lt;br /&gt;เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว กินรีก็พบเจ้าของเงินหนึ่งบาทอีกแล้ว เธอแทบจะสำลักข้าว&lt;br /&gt;“เอ้อ.. เชิญค่ะ”&lt;br /&gt;“บ่ายแล้วเพิ่งได้ทานข้าว? เป็นอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่าคะ” หญิงสาวชวนคุย&lt;br /&gt;“เอ้อ ค่ะ”&lt;br /&gt;“ระวังเป็นโรคกระเพาะนะคะ”&lt;br /&gt;“เอ้อ ค่ะ”&lt;br /&gt;สาวผมสั้นเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ยิ้ม&lt;br /&gt;“ขอโทษค่ะพอดีลืมตัว” แล้วเธอก็โคลงเคลงศีรษะไปมาอย่างเขินๆ และกินรีก็ขำ เธอเข้าใจความเคอะเขินนี้ดี คงรู้ตัวว่าเตือนคนที่ทำงานในโรงพยาบาลอยู่นั่นเอง&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกค่ะมีคนห่วงนับเป็นเรื่องที่น่ายินดี”&lt;br /&gt;สาวผมสั้นยิ้มจนตาหยี กินรีมองเห็นโทรศัพท์มือถือขนาดเล็กที่ห้อยคอเธออยู่แล้วอ้าปากหวอ&lt;br /&gt;“เอ้อ..” เหมือนอ่านกันออกหรือมองกันเข้าใจ&lt;br /&gt;“วันก่อนลืมไว้ในรถเพื่อนค่ะ เพื่อนมาส่ง โทรศัพท์อิ่มก็ไปกับรถเลย”เธออธิบาย และเรียกตัวเองว่าอิ่ม กินรีจึงทราบอีกหน่อยว่าเธอชื่ออิ่ม อืม สมตัวจริงแฮะ เพราะหน้าเธอกลมๆ ตาหยี อย่างที่จะเรียกว่าหน้าตาอิ่มเอิบได้ เธอทำให้กินรีหัวเราะอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินรีเป็นผู้หญิงอารมณ์ดีโดยปรกติ แม้นว่าเธอจะทำงานอยู่กับผู้มีความทุกข์ แต่เธอและผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ก็จะอารมณ์ดีกัน และโดยส่วนตัวแม้นว่าอายุที่มากขึ้นกับความรับผิดชอบจะทำให้กินรีมีอารมณ์ปรวนแปรบ้าง แต่เธอก็เชื่อว่าโดยปรกติเธอเป็นคนอารมณ์ดี&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“เบอร์พี่เบอร์อะไรคะ” สาวผมสั้นถามหน้าตาเฉย ทำให้กินรีงงจนต้องย้อนถามพลางขมวดคิ้ว&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“เบอร์โทรของพี่น่ะค่ะ พี่ทำงานห้องสังคมสงเคราะห์ไม่ใช่หรือคะ?”&lt;br /&gt;อ๊อ.. ขอเบอร์เผื่อมีอะไรปรึกษา คิดว่าอะไร&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;กินรีบอกเบอร์โทรศัพท์ในห้องทำงานไปในขณะที่สาวผมสั้นที่ชื่ออิ่มรอบันทึกตัวเลขลงในโทรศัพท์อยู่&lt;br /&gt;“ไม่ใช่ค่ะ” อิ่มคัดค้าน&lt;br /&gt;“ใช่ค่ะ” กินรีแย้ง ก็เธอบอกถูกต้องทุกตัวนี่นาไม่ใช่ได้ไงกัน&lt;br /&gt;“ไม่ใช่ค่ะ เอ้อขอเบอร์มือถือค่ะพี่”&lt;br /&gt;“ห้องทำงานไม่มีเบอร์มือถือหรอกค่ะ” กินรียังแย้งอีก&lt;br /&gt;“หรือน้องขอเบอร์พี่คะ?”&lt;br /&gt;คราวนี้สองคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน กินรีรู้สึกสนุกสนานและเบิกบานใจ เธอหัวเราะจนท้องคลอน และสาวอิ่มก็มองเธออย่างประทับใจ กินรีมีฟันซี่เล็กๆ เรียงรายอยู่ในปากที่บางระเรื่อ มองดูแล้วรู้สึกถึงความมีสุขภาพดี และดูอารมณ์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวเราะเสร็จแล้วเธอก็มาคิดว่าเธอจะให้เบอร์ผู้หญิงคนนี้ดีไหมหนอ? เป็นทอมหรือเปล่านี่? อยู่ดีๆ มาขอเบอร์หน้าตาเฉย&lt;br /&gt;“เผื่อบางทีอาจมีอะไรปรึกษาน่ะค่ะ” สาวอิ่มเคลียร์สิ่งที่ข้องใจออกมาอย่างรู้ทัน&lt;br /&gt;กินรีหัวเราะอีก เธอคิดในใจว่าก็.. ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา แล้วเธอก็หัวเราะอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้างนอกอาคารแสงแดดสาดส่องสว่างไสวดีแท้ ๆ กินรีมองแสงแดดที่ส่องลอดลงมาเป็นลำแสงเล็กๆ ตกต้องลงบนบางส่วนของร่างกายของสาวอิ่มที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างทำให้แลดูมีรัศมีเรืองรองน่าอบอุ่น&lt;br /&gt;“น่าถ่ายรูปจัง” เธอรำพึงออกมา&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“เอ้อ พี่ว่า น่าถ่ายรูปคุณตอนนี้จัง”&lt;br /&gt;สาวอิ่มล้วงกระเป๋าใบใหญ่ที่ไม่รู้ว่าใส่อะไรต่ออะไรไว้บ้าง แต่กินรีก็เห็นเธอหยิบกล้องถ่ายรูปสีเงินออกมาแล้วยื่นให้&lt;br /&gt;“อะไรคะ?”&lt;br /&gt;“ก็กล้องถ่ายรูปไงคะ” อิ่มยิ้มจนตาหยี&lt;br /&gt;“พี่อยากถ่ายรูปอิ่มไม่ใช่เหรอ?”&lt;br /&gt;กินรีหัวเราะอย่างมีความสุข ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันนี่ เธอหล่นลงมาจากฟ้าหรือไง อยากได้อะไรก็เสกออกมาจากกระเป๋าได้สมใจนึกทุกอย่างเชียว&lt;br /&gt;ภาพในจอนั้นแลดูอบอุ่นนุ่มนวล จนเธออยากได้ไว้ซักรูป&lt;br /&gt;“แล้วจะพริ้นท์มาให้นะคะ” อิ่มบอกเหมือนอ่านใจออกอีกแล้ว&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณเหมือนกันค่ะ”&lt;br /&gt;ขอบคุณอะไรคะ?”&lt;br /&gt;อิ่มหัวเราะสดใส&lt;br /&gt;“ขอบคุณที่ทำให้อารมณ์ดี ขอบคุณที่ทำให้หัวเราะ”&lt;br /&gt;กินรีอยากถามเหลือเกินว่า ปรกติอารมณ์ไม่ค่อยดีและไม่ค่อยได้หัวเราะหรือคะน้อง? แต่น้องอิ่มคนนี้ก็มาทำให้เธออารมณ์ดี และมาทำให้เธอหัวเราะอย่างเบิกบานเหมือนกันนี่นา&lt;br /&gt;“พี่คะ”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“เบอร์ยังไม่ได้ให้เลยค่ะ” อิ่มทวงเฉย&lt;br /&gt;“เอ้อ จะเอาจริงๆหรือคะ?”&lt;br /&gt;“อ้าวเอาสิคะ”&lt;br /&gt;“เอ้อ ค่ะ”.. กินรีบอกเบอร์โทรศัพท์มือถือของเธอให้อิ่มบันทึกไว้ แล้วมองคนที่ก้มหน้าบันทึกตาม เห็นว่าผมของอิ่มนั้นเป็นผมเส้นเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อน จะทำสีมาหรือเปล่าไม่ทราบ แต่แลดูนิ่มๆ เหมือนไยไหมและดูสะอาดสะอ้าน&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะพี่กินรี”&lt;br /&gt;กินรีเลิกคิ้ว..&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรค่ะน้องอิ่ม”&lt;br /&gt;หญิงสาวผมสั้นเปิดกระเป๋าใบใหญ่อีกรอบ เพื่อเก็บกล้องและหยิบกระเป๋าหนังใส่นามบัตรออกมา&lt;br /&gt;“นามบัตรอิ่มค่ะ เผื่อมีอะไรให้รับใช้”&lt;br /&gt;กินรีอดยิ้มไม่ได้ เธออยากหัวเราะด้วยซ้ำ ตั้งแต่เห็นกระเป๋าหนังใส่นามบัตรนั่นแล้ว เพราะมันเป็นรุ่นเดียวกับที่พ่อเธอใช้อยู่เลย แถมสำนวนเผื่อมีอะไรให้รับใช้นั่นอีก&lt;br /&gt;แต่นามบัตรของเธอกลับสวยแฮะ กระดาษลายดอกไม้สีอ่อนๆ พิมพ์ด้วยหมึกสีน้ำเงิน ตัวอักษรลายไทย&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์ กวีพันธุ์วลัย กินรีมองคนชื่อแปลกอีกครั้ง อิ่มอารมณ์ เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง สมัยก่อนอาจารย์กวดวิชามักเป็นอาชีพเสริมของอาจารย์เก่งๆ ที่ถูกดึงตัวมาช่วย แต่สมัยนี้กลับเป็นอาชีพหลักไปแล้วสำหรับคนที่สอนเก่งในวิชานั้นๆ กินรีมองหน้าสาวผมสั้นอีกครั้ง หน้าตาเด็กๆ แถมเป็นหน้าตาที่ไม่บอกว่าจะเก่งภาษาอังกฤษ&lt;br /&gt;“หลานยังไม่โตเลย”กินรีพูดติดตลก&lt;br /&gt;อิ่มหัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;“คบกันไว้ก็ไม่เสียหายนะคะพี่”อิ่มอารมณ์เปรยลอยลมแล้วยิ้มให้&lt;br /&gt;“ค่ะ”กินรีทำเสียงประชด&lt;br /&gt;“อิ่มแล้ว” อิ่มบอก.. กินรีมองจานอาหารของคนบอก ข้าวขาหมูจานใหญ่พิเศษหายไปหมดแล้วก็น่าจะอิ่ม ส่วนของเธอยังเหลืออีกเยอะ เพราะเป็นคนทานช้า&lt;br /&gt;“ขอตัวก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;“เชิญค่ะ”&lt;br /&gt;สองคนยิ้มให้กัน แล้วอิ่มอารมณ์ก็เดินจากไปโดยมีกินรีมองตามหลังพร้อมรอยยิ้ม เธอรู้สึกสดใสซาบซ่าและสนุกสนานเมื่อคิดทบทวนไปถึงการพบปะกับผู้หญิงเจ้าของเงินหนึ่งบาทคนนี้ เพราะเต็มไปด้วยความเงอะงะ และเสียงหัวเราะ&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;“น้ำตาล น้ำผึ้งอาบน้ำกันหรือยังลูก” กินรีทักทายหลานสาวสองคนที่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์กันอยู่ เธอกลับมาจากซื้อของกับหลานชาย พอเปิดประตูเข้ามาในบ้านถุงใส่ขวดน้ำหวานก็หล่นจากมือ&lt;br /&gt;“โอ๊ย” เกิดอุบัติเหตุอีกแล้ว&lt;br /&gt;หลานๆ กรูกันมาดูคุณน้าที่ลงไปนั่งกับพื้นเพราะถูกขวดน้ำหวานหล่นทับเท้า&lt;br /&gt;“คุณน้าขา”&lt;br /&gt;กินรีน้ำตาเล็ด.. เจ็บจนไม่รู้จะบอกยังไง และนาทีนี้เธอคิดถึงแก้วอีกแล้ว ถ้าแก้วอยู่ .. ถึงแก้วอยู่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ซุ่มซ่าม แต่ถ้าแก้วอยู่ เธอจะอุ่นใจ เพราะจะมีคนดูแล ถ้าเป็นแบบนี้ แก้วจะก้าวเข้ามาแล้วก้มลงอุ้มเธอไปวางที่โซฟา ในขณะที่ตอนนี้เธอต้องกระโผลกกระเผลกไปเอง มีหลานสาวหลานชายมะรุมมะตุ้มรุมล้อม แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำขิงหลานชายหยิบกระดาษทิชชูยื่นให้เมื่อเห็นคุณน้าน้ำตาไหล&lt;br /&gt;“คงเจ็บมากเลยนะ” น้ำตาลหลานสาวโอดครวญด้วยความสงสาร&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” กินรีกอดหลานๆไว้ แต่เธออยากร้องไห้โฮๆ หัวใจเธอแสนอ้างว้างเหลือเกินและความเจ็บปวดมันเต้นเร่าอยู่รอบๆ เจ็บทั้งตัว และเจ็บร้าวลึกไปถึงข้างใน นี่คือความรู้สึกของคนที่ถูกทอดทิ้งใช่ไหม?&lt;br /&gt;“ไปหาหมอไหมคะ” น้ำหวานถามด้วยความห่วงใย&lt;br /&gt;“ไม่ต้องหรอกค่ะ”&lt;br /&gt;“อาจจะบวมหน่อยนะครับ แต่คงไม่ต้องถึงกับไปหาหมอ”น้ำขิงพิจารณาบาดแผลช้ำๆ ที่เท้า ท่าทางเขาโตกว่า ตัวดูแก่แดดพิกล&lt;br /&gt;“คะ”กินรีทำเสียงประชดอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดู หลานชายยิ้มโชว์ฟันหลอ&lt;br /&gt;“ผมก็ออกความเห็นไปตามสภาพ”&lt;br /&gt;ฟังหลานชายแล้วกินรีคิดถึงรถเก่าๆคันหนึ่ง สภาพของเธอคงเหมือนรถเก่า ที่แก้วพิจารณาไปตามสภาพแล้วเห็นว่าควรเปลี่ยนใหม่หรือไงนะ เฮ้อ กินรีได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถอนเท่าไหร่ๆ ความรู้สึกย่ำแย่มันก็ยังอยู่ ทั้งที่เธออยากผลักไสไล่ส่งให้มันไปให้พ้นๆ เสียที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเพลงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังอุ๋งอิ๋งๆอยู่ในกระเป๋าถือ น้ำตาลเดินไปหยิบกระเป๋ามายื่นให้ กินรีล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาดู เธอยังหวังเล็กๆ ว่าบางทีอาจเป็นแก้ว.. ทั้งที่ไม่เคยใช่มาตั้งนานแล้ว แต่ใครนะ หมายเลขแปลกๆ&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” เธอกดปุ่มรับสาย&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะพี่กินรี”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ ใครคะ?”&lt;br /&gt;“อิ่มค่ะ จำเสียงไม่ได้หรือคะ?”&lt;br /&gt;“อ๊อ..น้องนั่นเอง”&lt;br /&gt;“เสียงไม่ค่อยดีเลยนะคะพี่”ทางโน้นทักมาอย่างนี้ อืม จะให้เสียงดียังไงไหวล่ะคะน้อง เจ็บตัวอยู่นี่นา&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“คืออะไรคะ?”&lt;br /&gt;“เอ้อ ค่ะ พอดีขวดตกใส่เท้าเมื่อกี้น่ะค่ะ”&lt;br /&gt;“อ้าว” เสียงร้องอ้าวค่อนข้างดัง&lt;br /&gt;“ไปทำท่าไหนเข้าล่ะคะพี่”&lt;br /&gt;“ไม่ทราบ..”กินรีบอกเสียงอ่อย&lt;br /&gt;“แล้วเป็นไรมากไหมคะ”&lt;br /&gt;“ไม่มากมั้งคะ”&lt;br /&gt;“มั้งคืออะไรคะ?”&lt;br /&gt;เอ มาซักไซร้ไล่เรียงทำไมนี่?&lt;br /&gt;“ห่วงน่ะค่ะ” เหมือนสาวผมสั้นตอบเหมือนได้ยินเสียงในใจเธออีกแล้ว&lt;br /&gt;“อ้อค่ะ ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“ระวังหน่อยสิคะพี่ แล้วอยู่กับใครคะนี่”&lt;br /&gt;“หลานๆ ค่ะ เอ้อพี่ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ ว่าแต่น้องมีอะไรหรือเปล่าคะ”&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ โทรมาคุยด้วยเฉยๆ พอดีมีเวลาว่างสิบนาทีไม่รู้จะทำอะไร”&lt;br /&gt;คำตอบตรงๆ ของอิ่มทำให้ขันอีกแล้ว&lt;br /&gt;“อ้อ”&lt;br /&gt;“ต่อไประวังหน่อยนะคะ”&lt;br /&gt;“คะ”กินรีต้องลากเสียงประชดประชันด้วยความหมั่นไส้อีกแล้ว คนอะไรอยู่ดีๆ ก็มาสั่ง&lt;br /&gt;“ดีแล้วค่ะ บ้านอยู่ไหนคะนี่ ถ้าว่างจะไปเยี่ยม”&lt;br /&gt;คราวนี้กินรีหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่&lt;br /&gt;“ไม่ต้องหรอกค่ะ”&lt;br /&gt;เธอได้ยินเสียงทางโน้นหัวเราะเหมือนกัน คงขำตัวเองสินี่&lt;br /&gt;“งั้นจะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลก็แล้วกันนะคะ”&lt;br /&gt;“ตามใจเถอะค่ะ”กินรีบอกออกไปอย่างอ่อนอกอ่อนใจ&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“แต่พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากนะคะ” กินรีทำการอธิบายอีกครั้ง ได้ยินเสียงทางโน้นหัวเราะอีกหนแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้&lt;br /&gt;“เจ็บไหมคะ”&lt;br /&gt;“เจ็บสิคะถามได้”&lt;br /&gt;“งั้นจะไปเยี่ยมค่ะ”&lt;br /&gt;“เอ้อ..ขอบคุณ” เธอขอบคุณอีกครั้งแต่ก็คิดแย้งในใจด้วยสีหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มว่าจริงรื๊อ?&lt;br /&gt;“จริงๆ ค่ะ” อิ่มอารมณ์บอกออกมา อีกแล้ว เหมือนเธอได้ยินเสียงของความคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง กินรีขมวดคิ้ว เธอรู้สึกว่าต่อไปคงต้องระวังหน่อย เอ แต่จะระวังยังไงหนอนี่ ระวังไม่ให้คิดนั่นคิดนี่คงระวังยากน่าดูเชียว&lt;br /&gt;“ดูแลตัวเองนะคะ อิ่มต้องทำงานแล้ว”&lt;br /&gt;“เอ้อ..”&lt;br /&gt;“นะคะ” อิ่มอารมณ์สำทับมาอีก ดูสิ เหมือนเป็นแฟนกันเลย คนอะไร&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;คราวนี้ทางโน้นหัวเราะคิกๆ&lt;br /&gt;“หัวเราะทำไมเหรอ” กินรีถามเอาตรงๆ และคิดว่าไหนว่าต้องทำงาน ยังยืดยาดคุยอยู่ได้&lt;br /&gt;“คุยกับพี่สนุกดีนะคะ แต่คราวหน้าคงต้องเอาเข่งมาใส่คำว่าขอบคุณ โอเคค่ะ หมดเวลาพักพอดี ไงถ้าผ่านไปจะแวะไปเยี่ยมนะคะพี่นก”&lt;br /&gt;กินรีเอียงหน้า.. แหม มีเรียกชื่อเล่นด้วย ไปสืบมาจากไหนกันนี่&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;ฝ่ายโน้นวางสายไปแล้ว กินรีจึงกดปุ่มวางสายบ้าง แล้วก็ยิ้มกับโทรศัพท์พลางคิดถึงผู้หญิงผมสั้นท่าทางเป็นทอมหน่อยๆ คนนั้น.. แล้วเธอก็ยิ้มมากขึ้น เมื่อมองเห็นเสื้อเชิ้ตเนื้อบาง ที่ติดกระดุมต่ำ มองเห็นเนื้อเนินอกแวมไว.. เอ ทอมจริงหรือเปล่า? แล้วก็เอ.. ถ้าไม่ใช่แล้วโทรมาทำไม อืม.. นี่อิ่มอารมณ์จีบเธอหรือเปล่านะนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดไปคิดมา แล้วมองเห็นหลานๆ เอียงหน้ามองเธออยู่กินรีก็หัวเราะออกมาเบาๆ คนเป็นน้ารู้สึกเขินๆ จึงไล่ให้เอาข้าวของที่ซื้อมาไปเก็บให้เรียบร้อย เฮ้อ เธอคงเดินกระเผลกๆ ไปอีกหลายวันล่ะนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์.. กินรีคิดต่อ คนอะไรชื่ออิ่มอารมณ์ แล้วเธอก็ยิ้ม.. แต่ก็นะ.. ตัวเธอก็คนอะไรชื่อกินรี แต่ชื่อเธอมีที่มาที่ไปนะ เพราะแม่เล่าให้ฟังว่าตอนท้อง แม่ไปดูมโนราห์ แล้วชอบกินรีมาก เลยเอามาตั้งเป็นชื่อลูก เธออยากรู้จังว่าที่มาของชื่อของอิ่ม จะเป็นมาอย่างไร นึกเล่นๆ ว่าพอแม่รู้ว่ามีท้องคงอิ่มอกอิ่มใจ หรืออาจตั้งไปตามหน้าตาก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะหน้าตาสาวคนนี้ดูอิ่มเอิบ ถึงตัวเธอจะผอมๆ แต่หน้าค่อนข้างกลม ตาหยีๆ ริมฝีปากอวบอิ่มแลดูว่าน่าจะนุ่มนิ่มไม่ใช่น้อย .. คิดแล้วคิดเลยไปถึงโฆษณาอาหารจำพวกไก่ทอด ปากอย่างนี้ หน้าตาอย่างนี้ดูเหมาะเหลือเกิน อีกอย่างน้องคนนี้เป็นคนหนึ่งที่เวลารับประทานอะไรแล้วมองดูน่าอร่อยเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์แวะซื้อสลัดไก่เจ้าอร่อยอาหารเพื่อสุขภาพติดไม้ติดมือไปเยี่ยมกินรีที่ห้องทำงาน วันนี้เธอสวมเสื้อยืดตัวเล็กสีขาว กับกางเกงชาวเลสีเลือดหมู แถมสวมรองเท้าแตะอีกด้วย คนอะไรแต่งตัวแสนจะตามสบายอะไรขนาดนี้ อาจเป็นวันหยุดของเธอก็ได้&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” คนเยี่ยมยิ้มแป้น ยื่นถุงของกินวางไว้ให้บนโต๊ะที่ค่อนข้างสะอาดเรียบร้อย&lt;br /&gt;“อ้าวน้อง” กินรีเอ่ยทักพลางยิ้มหน้าใส&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ อะไรคะนี่”&lt;br /&gt;“สลัดไก่ค่ะ”&lt;br /&gt;“ถ้วยใหญ่จัง” กินรีมองพลาสติกขนาดใหญ่ที่บรรจุสลัดมาให้&lt;br /&gt;“ทานด้วยกันได้เลย”&lt;br /&gt;“โอ๊ยไม่ต้องหรอกค่ะ อิ่มเรียบร้อยมาแล้ว”&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะคะ” กินรียิ้มให้อย่างน่ารัก&lt;br /&gt;“ขอดูเท้าหน่อยสิคะ”&lt;br /&gt;“ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ”&lt;br /&gt;“งั้นช่วยเดินให้ดูหน่อย”&lt;br /&gt;“แหม” กินรีหัวเราะ แต่เธอก็ลุกจากโต๊ะ เดินออกมานอกห้องกับอิ่มอารมณ์&lt;br /&gt;“เสียศูนย์ไปนิด แต่ไม่ถึงกับน่าเกลียด” อิ่มอารมณ์บอก&lt;br /&gt;“แหม.. เออว่าแต่..จะไปไหนหรือคะนี่”&lt;br /&gt;“เปล่านี่คะ”&lt;br /&gt;“อ้าว ก็ไหนว่าถ้าผ่านมาจะแวะเยี่ยม”&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์หัวเราะพลางมองอย่างประทับใจ โอ๊ยสายตาแบบนี้ เหมือนกำลังจะกลืนกิน .. คราวนี้เธอเลิกสงสัยแล้วล่ะว่าคนนี้เป็นทอมหรือเปล่า เพราะตามันฟ้องโต้งๆ ..&lt;br /&gt;“ตั้งใจมาค่ะ พอดีวันนี้ว่าง”&lt;br /&gt;“หรือคะ? มิน่าล่ะ แต่งตัวแสนสบาย”&lt;br /&gt;“ชมหรือว่าคะนี่” เธอทำหน้าตาข้องใจมองดูน่าขัน ผู้หญิงคนนี้ทำให้อารมณ์ดีจริง อยู่ใกล้แล้วมีชีวิตชีวาสดใส&lt;br /&gt;“ตั้งข้อสังเกตเฉยๆ ค่ะ”&lt;br /&gt;“ค่ะ เป็นสิทธิอย่างหนึ่งนะคะ”&lt;br /&gt;“แหม”&lt;br /&gt;“ต่อไปทำอะไรระวังหน่อยนะคะพี่” เสียงนั้นห่วงใยและฟังดูอ่อนโยน เหมือนเสียงที่มีสุ้มสำเนียงแสนอ่อนโยนของแก้วไม่ผิดเพี้ยน คนเวลารู้สึกรักชอบใครสักคน คนที่ถูกรักจะรู้สึกได้เสมอ จะสัมผัสได้ถึงความอ่อนเอื้อที่อีกฝ่ายมีให้ จะรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่มี..&lt;br /&gt;“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“ทานสลัดให้หมดนะคะ” อิ่มบอกเบาๆ เมื่อกินรีช้อนตามองสบตา เธอพบสะพานไมตรีในดวงตาเล็กๆ คู่นั้น แล้วเธอก็ขำตัวเอง .. ถ้าคนๆ นี้เป็นทอม ควรเป็นเธอสิที่จะเป็นฝ่ายทอดสะพานให้ก้าวเดินน่ะ&lt;br /&gt;“หัวเราะอะไรคะพี่?”&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ .. เอ้อ สลัดถ้วยใหญ่มาก จะแบ่งกับเพื่อนทานนะคะ ประหยัดมื้อกลางวัน”&lt;br /&gt;คราวนี้อิ่มหัวเราะ&lt;br /&gt;“บ่ายๆ ก็หิวอีกค่ะ อาหารแบบนี้ไม่อยู่ท้องหรอกพี่”&lt;br /&gt;กินรีอยากหยอกจังว่า งั้นบ่ายก็หิ้วอะไรมาให้ทานอีกสิคะ ไหนๆ วันนี้ก็ว่าง ขอเป็นส้มตำแซบๆ ก็ได้ .. แต่เธอก็เกรงว่าจะเกินงาม จึงได้แต่ยิ้ม&lt;br /&gt;“รบกวนเวลาพี่หรือเปล่า”&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ กำลังว่างพอดี”&lt;br /&gt;“งั้นไปทะเลกันไหมคะ?” สาวผมสั้นแกล้งชวน&lt;br /&gt;“โห..”&lt;br /&gt;“พูดเล่นค่ะ ก็เห็นพี่ว่าว่าง พอดีอิ่มอยากไปทะเล”&lt;br /&gt;“ชอบทะเลหรือคะ?”&lt;br /&gt;“ชอบน้ำค่ะ ชอบทั้งทะเล แม่น้ำ น้ำตก .. ชอบผู้หญิงที่เย็นเหมือนน้ำ”&lt;br /&gt;กินรีนึกทึ่ง.. ชอบผู้หญิงที่เย็นเหมือนน้ำ อิ่มอารมณ์ช่างกล้าหาญเสียจริง.. นี่คือการประกาศอย่างชัดแจ้ง อย่างนุ่มนวลและอย่างหน้าตาเฉยที่สุดว่าฉันชอบผู้หญิง.. โอ๊ย.. เธอชอบผู้หญิงคนนี้จัง อยากปรบมือให้ และเธอไม่รู้ตัวเลยว่าทอดมองเข้าไปในดวงตาของอิ่มอารมณ์อย่างชื่นชมลึกซึ้ง&lt;br /&gt;“ตาพี่สวยจัง”&lt;br /&gt;กินรีเลิกคิ้ว.. อืม อุตส่าห์มองทะลุแว่นไปเห็นความสวยของตาคู่โตของเธอได้ นับว่าตาถึง&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ” และเธอก็หลบตาต่ำลงเนื่องจากรู้สึกเอียงอาย ทำไมต้องอายด้วยก็ไม่รู้ แต่เวลาที่เธอเอียงอายใครซักคน .. เธอรู้สึกมีความสุขนะ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่รู้สึกอย่างนี้&lt;br /&gt;“อิ่มไปนะคะ” อิ่มอารมณ์บอกเบาๆ แต่เหมือนมีคนมาตีระฆังบอกหมดเวลา และกินรีก็รู้สึกเสียดาย&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“แล้วจะโทรหานะคะพี่”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;สาวผมสั้นค้อมศีรษะให้น้อยๆ ยิ้มให้ด้วยริมฝีปากอวบอิ่มน่ามอง และยิ้มให้ด้วยตาหยีๆ น่ารัก กินรียิ้มตอบ แล้วมองดูอิ่มอารมณ์เดินจากไป..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยู่ดีๆ มาทอดสะพานให้.. กินรีคิดขำๆ แล้วเธอก็คิดไปถึงคำพูดที่เคยพูดกัน เธอพอรู้แล้วว่าอิ่มอารมณ์เป็นทอม แต่ตอนนี้เธอสงสัยว่าสาวทอมคนนี้จะไม่โสดเพราะวันก่อนเธอได้ยินมาว่า “อยู่กันสองคน” .. เฮ้อ.. คนเป็นทอมจะอยู่กันสองคนกับใครเล่า ถ้าไม่ใช่คู่รัก .. แต่ถ้ามีคู่รักแล้ว คนๆ นี้ก็ร้ายจัง ที่มาทอดสะพานให้แบบนี้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ประมวลจากหน้าตาท่าทางแล้ว โดยรวมแล้วอิ่มอารมณ์ค่อนข้างมีเสน่ห์ เพราะทำให้คนเป็นดี้อย่างกินรีรู้สึกอารมณ์ดี อบอุ่น หรือซาบซึ้ง .. ทอมแบบนี้เป็นที่ต้องการของสาวดี้เป็นอย่างยิ่ง มันคงยากยิ่งนัก ที่จะเป็นโสดรอใครอยู่.. แต่ก็.. ไม่แน่นี่นา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดแล้วความคิดขัดแย้งกันเองอีกตามเคย กินรีจึงหยุดคิดชั่วคราว แล้วกลับไปที่ห้องทำงาน ยิ้มให้กับของฝากอีกครั้งจนได้ ถึงแม้นเคลือบแคลงว่าสาวอิ่มอารมณ์จะไม่โสด แต่กินรีก็ยังรู้สึกอารมณ์ดีและสดชื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สลัดถ้วยโต..”เธออวดกับน้องที่ร่วมงาน&lt;br /&gt;“น้องเค้าซื้อมาฝาก เดี๋ยวทานด้วยกันนะคะ”&lt;br /&gt;“คนเมื่อกี้นี้เก๋ดีนะคะพี่นก”น้องออกความเห็น&lt;br /&gt;“อย่างนี้เรียกว่าเก๋เหรอ?” กินรีหัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;“วันนี้เก๋ วันก่อนเท่ห์ พี่เค้าแต่งตัวเท่ห์ดี”&lt;br /&gt;กินรีก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ดูเหมือนโป๊ไปหน่อย ถ้าเป็นแฟนเธอ.. เธอจะขอร้องให้กลัดกระดุมอีกเม็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเธอคงขอร้องให้ใส่เสื้อที่หนากว่านี้หน่อย.. แต่เอ..นี่เธอคิดเลยเถิดไปหรือเปล่านี่ แหม แค่คนมาทอดสะพานให้นิดก็คิดไปเป็นตุเป็นตะ เวรกรรม..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;“ฮัลโล” อิ่มอารมณ์กดโทรศัพท์แต่เช้า เธออยู่ในห้องน้ำ กำลังแปรงฟันกรากแกรก แต่อยากได้ยินเสียงของคนๆ หนึ่งสักนิด เธอเริ่มคิดถึงพี่กินรีตั้งแต่เมื่อไหร่นะนี่ แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกินนี่นา&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” เสียงทางโน้นงัวเงีย&lt;br /&gt;“สวัสดีตอนเช้าค่ะ” เสียงทางนี้อู้อี้ เพราะมีแปรงสีฟันอยู่ในปาก&lt;br /&gt;“อ้อสวัสดีค่ะ” เสียงเหมือนยังไม่ตื่นดี อะไรกันน่าจะตื่นได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอก&lt;br /&gt;“ยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ”&lt;br /&gt;“ตื่นเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง”กินรีว่าไปตามซื่อ เสียงที่ได้ยินดูโรยๆ ก็เธอเพิ่งได้นอนตอนตีสอง&lt;br /&gt;“ดีค่ะดี” อิ่มอารมณ์ว่าไปอย่างนั้น แทนที่จะเกรงใจ&lt;br /&gt;“ถือว่าอิ่มเป็นนาฬิกาปลุกให้พี่ก็แล้วกัน”&lt;br /&gt;“ทำอะไรอยู่เหรอคะ” เสียงทางโน้นแปลกใจ&lt;br /&gt;“แปรงฟัน”&lt;br /&gt;“หา?”&lt;br /&gt;“คิดถึงค่ะ”&lt;br /&gt;“อ้อ .. ค่ะ ขอบคุณ” กินรียิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว คิดในใจอย่างฉงนว่า จะบอกก่อนหรือหลังจากแปรงฟันเสร็จแล้วไม่ได้หรือไงคะคุณอิ่มอารมณ์ แต่นั่นก็ทำให้เธออารมณ์ดีเหลือเกิน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีวันไหนบ้างนะที่ยิ้มได้ หรือหัวเราะได้แต่แรกตื่นอย่างนี้ ทุกทีละก็ ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในสมองจะเป็นความคิดถึง ความอาลัยอาวรณ์ และความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อกันและกันกับแก้วเสมอ .. วันนี้ก็คิด แต่อิ่มอารมณ์มาชิงตัดหน้าเสียก่อน ความคิดที่เคยแล่นมาเป็นอันดับหนึ่งเลยตกมาเป็นอันดับสอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บอกจบแล้วค่ะ เดี๋ยวต้องแต่งตัวออกไปทำงาน”&lt;br /&gt;“เป็นติวเตอร์ต้องทำงานแต่เช้าเลยเหรอคะ”&lt;br /&gt;“ติวเตอร์ชั้นดีมีงานทั้งวันล่ะค่ะพี่”&lt;br /&gt;คราวนี้กินรีเลิกคิ้ว .. อืม.. ขนาดนั้นเลยเหรอ.. แล้วเธอก็ยิ้มอีก&lt;br /&gt;“ค๊า”&lt;br /&gt;“ประชดหรือเปล่าคะนี่” ทางโน้นหัวเราะ&lt;br /&gt;“อิ่มติวภาษาให้พวกที่จะต้องไปทำงานต่างประเทศด้วยค่ะ”&lt;br /&gt;อ้อ.. คราวนี้กินรีก็ยิ้มอีก แหม.. นั่นสิ กลางวี่กลางวันเด็กๆ อยู่ในโรงเรียนกัน จะออกมาเรียนพิเศษกันยังไงละเน๊อะ&lt;br /&gt;“ค่ะ ถ้าต้องไปทำงานเมืองนอกจะไปติวด้วยนะคะ”&lt;br /&gt;“โห……” ทางโน้นหัวเราะเสียงดัง&lt;br /&gt;“มีโครงการเหรอคะ ถ้าไปจริงคงคิดถึงแย่”&lt;br /&gt;“จริงเหรอ”&lt;br /&gt;“จริงค่ะ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“อิ่มแต่งตัวก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;“ค่ะ” บอกออกไปแล้ว คิดขำๆ ว่า มาบอกทำไม..&lt;br /&gt;“พี่ก็ควรลุกจากเตียงได้แล้ว” คราวนี้มีสั่ง กินรีหัวเราะเบาๆ อย่างมีความสุข ..&lt;br /&gt;“ค่ะ ลุกแล้วค่ะลุกแล้ว”&lt;br /&gt;“พี่รู้อะไรไหม เวลาที่พี่หัวเราะ อิ่มรู้สึกเหมือนกับว่าท้องฟ้ามันสว่างไสวจังเลย”&lt;br /&gt;“อะไรจะขนาดนั้นคะ แปลว่าปรกติพี่ดูเศร้ามากเลยเหรอคะ”&lt;br /&gt;“ไม่หรอกค่ะ มีแต่ยามเผลอๆ”&lt;br /&gt;“เจอกันสองหนเอง มาเห็นยามเผลอของเราได้ยังไง” กินรีพึมพัมเหมือนพูดกับตัวเอง&lt;br /&gt;“เห็นสิคะ”&lt;br /&gt;“ค๊า..เห็นก็เห็น คนเราจะให้หน้าเป็นตลอดเวลาได้ไงคะ ไม่ใช่คนบ้านี่นา”&lt;br /&gt;“วางสายก่อนนะคะ เดี๋ยวไปทำงานสาย”&lt;br /&gt;“ค่ะ สวัสดีค่ะคุณอิ่ม”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะพี่นก”&lt;br /&gt;“เอ้อ..”&lt;br /&gt;“จะถามว่ารู้จักชื่อพี่ได้ไงใช่ไหมคะ” ฝ่ายโน้นดักคอ เอาอีกละ เหมือนอ่านเสียงในความคิดได้อีกแล้ว&lt;br /&gt;“เอ้อ”&lt;br /&gt;“พี่ๆ”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“เอ้อมากๆ เสียบุคลิกนะคะ”&lt;br /&gt;กินรีหัวเราะ.. แหมๆๆๆๆ คนอะไร&lt;br /&gt;“ก็ได้ยินคนเรียกพี่นกวันนั้น ยังคิดเลยว่าชื่อเล่นกับชื่อจริงเข้ากันได้ดีมาก กินรี.. มนุษย์นก”&lt;br /&gt;“ค๊า.. วางสายเถอะค่ะ เดี๋ยวไปทำงานสายแล้วจะมาโทษพี่อีก”&lt;br /&gt;“ตกลงค่ะ”&lt;br /&gt;ทางโน้นวางสายไปง่ายๆ ทางฝ่ายกินรีก็ลุกจากเตียงบิดขี้เกียจ.. เพิ่งตีห้าครึ่งเอง น่าสงสารคนที่ต้องรีบไปทำงานแต่เช้าจัง เพิ่งตีห้าครึ่ง แล้วเธอจะรีบลุกไปไหนกันนี่ เหมือนเด็กสั่งให้ลุกก็ลุกยังไงยังงั้นเลย คิดแล้วค่อยๆ ล้มตัวลงนอนต่อ เธอตั้งเวลาจากโทรศัพท์มือถือเอาไว้ตอนหกโมงครึ่งนี่..โอ๊ยยังนอนได้อีกตั้งชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เธอก็นอนไม่หลับเสียแล้ว ความคิดมันแล่นไปตรงนั้นตรงนี้.. เธอมองโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะหัวเตียง ไม่ได้ยินเสียงแก้วนานแค่ไหนแล้วนะ? เธอต้องปรับตัวกับความเคยชินใหม่ ที่จะอยู่โดยไม่มีแก้ว แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังคงคิดถึงแก้ว และเธอเรียนรู้ที่จะคิดถึงแต่สิ่งดีๆ ที่เคยมีต่อกัน เพราะนั่นทำให้เธอสามารถคิดถึงได้อย่างมีความสุข แต่ถึงอย่างไร.. การต้องพรากจากคนที่รัก ก็ยังเป็นความทุกข์ แต่เธอก็รู้สึกว่าความทุกข์ของเธอน้อยลงจากเดิม เขาว่าเวลาเป็นยารักษาที่ดีเยี่ยม และเธอก็เชื่อว่าการคิดดี เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยรักษาเยียวยาอาการของเธอได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอนพลิกไปพลิกมาหลายตลบ คิดว่ายังไงก็นอนไม่หลับแน่แล้ว กินรีจึงลุกมาอาบน้ำอาบท่าบ้าง จากนั้นเตรียมอาหารเช้าง่ายๆ ให้พวกหลานๆ แล้วไปปลุกให้ลุกขึ้นอาบน้ำเตรียมตัวไปโรงเรียน อันเป็นกิจวัตรประจำวันอันโกลาหลเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์จะชอบเด็กไหมนะ? เธออยู่กับเด็กนี่นา และดูเป็นคนอารมณ์ดี น่าจะชอบเด็ก แต่ก็ไม่แน่.. เอ เธอคิดถึงเรื่องนี้ทำไมละนี่ เหมือนกับว่าสักวันหนึ่งถ้า.. แต่อิ่มอารมณ์น่าจะมีคนรักแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณน้าเป็นอะไรไปคะ” น้ำผึ้งนั่งมองคุณน้าอยู่นาน อดรนทนไม่ได้เลยเอ่ยถามขึ้นที่โต๊ะอาหาร&lt;br /&gt;“เป็นอะไรคืออะไร?” คุณน้าขมวดคิ้ว&lt;br /&gt;“ก็เห็นยิ้มไปยิ้มมา แล้วก็ส่ายหน้า”&lt;br /&gt;อ้าว.. คราวนี้กินรีหัวเราะตัวเอง ท่าจะเป็นเอามาก เอ เธอยิ้มไปยิ้มมาแล้วส่ายหน้าจริงหรือนี่? ทำไมเธอไม่เก็บอาการ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกหลานๆ พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่&lt;br /&gt;“เปล่านี่คะ”&lt;br /&gt;น้ำผึ้งเอียงหน้ามองอย่างฉงน&lt;br /&gt;“น้าแค่.. แค่มีความสุขน่ะ” เธอบอกออกไป น่าแปลกที่พอบอกออกไป ก็ดูเหมือนกับว่าจะมีความสุขไหลเข้ามาจากทุกทิศทุกทางอย่างช้าๆ และเธอก็สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างสดชื่น ..&lt;br /&gt;“หนูก็มีความสุขค่ะ” น้ำตาลบอกพลางยิ้มแต้ จากนั้นทั้งน้ำผึ้งและน้ำขิงก็พากันยิ้มอย่างมีความสุข ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันว่าความสุขนั้น เป็นพลังงานที่เมื่อเกิดขึ้นกับใครคนหนึ่งแล้วสามารถแผ่รัศมีออกไปให้คนใกล้ชิดพลอยสุขไปด้วยได้ .. เวลานี้กินรีคิดถึงและรู้สึกขอบคุณสาวผมสั้นที่โทรมาให้เธอได้ยินเสียงแปรงฟันแต่เช้า และทำให้เธอนอนต่อไปไม่ได้ แต่เธอก็รู้สึกสุขสดชื่นเสียจริงยิ่งนัก และพวกเด็กๆ พลอยมีความสุขที่เห็นเธอมีความสุข.. ช่างเป็นอะไรที่ดีเหลือเกิน กินรียิ้มกับหลานๆ อย่างตื้นตันใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริงเธอมีแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต มีพ่อแม่ที่ดี มีการศึกษาที่ดี มีพี่น้องน่ารัก มีหลานน่ารักที่สุด มีชีวิตค่อนข้างเรียบร้อย มีฐานะดีพอสมควรแม้นไม่ถึงกับร่ำรวย แต่ก็พออยู่พอกินอย่างสบาย และเธอก็พอใจในทุกสิ่งที่มีเสียด้วยสิ เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วสำหรับเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังเป็นปุถุชนธรรมดาที่ต้องการความรัก ต้องการความเอาใจใส่ และต้องการที่จะรักและใส่ใจคนที่เธอรัก.. และสิ่งนี้เอง เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตของเธอเว้าแหว่งไปในตอนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ช่างปะไร มีใครสมบูรณ์แบบ100%บ้างในโลกนี้ .. ไม่มีหรอก .. ก็ขาดบ้างเกินบ้างกันทั้งนั้นแหล่ะ&lt;br /&gt;“โอเค ได้เวลาไปโรงเรียนกันแล้ว เก็บอาวุธ”.. กินรีลุกจากโต๊ะ&lt;br /&gt;พวกเด็กๆ เก็บจานและแก้วไปล้างตามหน้าที่ จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็เหมือนกับชาวกรุงทั้งหลาย ที่ต้องพากันออกจากบ้านช่องห้องหอ เพื่อปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ของตน เด็กนักเรียนมีหน้าที่เรียนหนังสือ ผู้ใหญ่ก็มีหน้าที่ทำงานหาเงินมาเลี้ยงชีพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินรีคิดในใจว่า ทำงานหนักก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ว่างพอที่จะคิดเรื่องอื่น คนเรานั้น ทำหน้าที่ของตัวให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่นเรื่องของความรัก หากเธอเคยทำบุญร่วมกับใครไว้ .. แต่หากไม่ล่ะ? .. ชีวิตที่ไร้รักจะเดียวดายไหมนะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดในใจของคนเรามักจะขัดแย้งกันอย่างนี้เสมอ เหมือนมีคนสองคนคอยขัดคอกันอยู่ข้างใน นานๆ ครั้งที่คนสองคนในใจนั้นจะคิดเห็นอะไรที่คล้อยตามกัน .. อย่างตอนนี้ คนหนึ่งบอกว่า คิดถึงสาวผมสั้น คนที่เข้ามาทำให้ชีวิตสดใส แต่อีกคนบอกว่าฉันยังรักแก้วอยู่ .. อีกคนก็เถียงว่า คิดถึงไปก็เท่านั้น.. แต่อีกคนก็รั้นว่า เท่าไหนก็ยังคิดถึง เธอกับแก้วมีความหลังดีๆ ร่วมกันมากมายที่เธอจะขอจดจำไว้ในหัวใจไม่ลืมเลือน แต่ใช่ว่าเธอจะปิดประตูหัวใจไม่ยอมรับใครเข้ามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้เธอคิดถึงเพลงน่ารักๆ เพลงหนึ่ง ของนักร้องสาววัยรุ่นสามคน ที่ทำท่าน่ารักเวลาร้องว่า ก็อกๆๆ เปิดประตู เปิดออกดู ว่าเป็นใคร .. แล้วเธอก็ยิ้มออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความนึกคิดของกินรีเป็นความนึกคิดที่เต็มไปด้วยความยืดหยุ่นต่อตนเอง เธอไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป และเธอมีวิธีการสารพัดที่จะพยุงความรู้สึกของตัวเองให้อยู่ได้โดยไม่ทุกข์เกินไป เธอไม่ใช่คนของความทุกข์ซะทีเดียว เพราะเธอไม่เคยจมเจ้าอยู่กับมันนาน แต่กระนั้น เธอก็ไม่ได้หลุดออกมาจากมันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เธอไม่ใช่คนคมเฉียบขนาดนั้น ทั้งที่เธออยากเป็น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเคยเห็นคนที่หันหลังจากกันแล้วไม่มองหน้ากันอีกเลย เคยเห็นคนที่เลิกกันแล้วหัวใจเต็มไปด้วยความแค้นเคือง และในความรู้สึกนึกคิดก็เหมือนกับว่าจดจำแต่สิ่งที่ไม่ดีที่มีต่อกัน แล้วกองไฟก็สุมอยู่ในใจคอยแผดเผาอยู่ในนั้นตลอดเวลา ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเธอ เธอกับแก้วมีทั้งความดีและความขัดแย้งกันในบางอย่าง ที่เธอคิดว่าหากแก้วให้โอกาสเธอแก้ตัวสักครั้งแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแก้วยังไม่ดีขึ้น เธอคงไม่เสียใจมากเท่ากับการที่เธอต้องเสียแก้วไป โดยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เธอต้องยอมรับความจริงว่า แท้จริงคนรักของเธอจากไปเพราะมีรักใหม่ หาใช่เพราะเธอมีความผิดใด เธอจึงต้องปล่อยให้แก้วไป โดยที่เธอไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ สิ่งที่เธอทำได้ก็แค่คิดไปคิดมา เหมือนวนอยู่ในอ่าง และติดอยู่ในวังวนนั้น จนป่านนี้ยังไม่หลุดจริงๆ เสียที ทั้งที่บางทีเธอก็รู้สึกฮึดว่า ไม่เห็นเป็นไร ใครๆ ก็เป็นอย่างนี้ได้ ดูแต่ดารานักร้องดังๆ ก็มีข่าวแยกทางกันอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีนักกีฬาคนไหนชนะตลอดกาล คนเราต้องรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย .. และกินรีรู้อภัย.. แม้นเธอจะรู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจ จากการโดนทอดทิ้ง แต่เธอก็ไม่เคยแค้นแก้ว เธอรักแก้ว เธอให้อภัยแก้วได้เสมอ และเธอยังคงรู้สึกดีต่อแก้วไม่เปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์โทรหากินรีทุกวัน เริ่มจากวันละครั้งสองครั้ง ครั้งละสั้นๆ เป็นวันละสี่ห้าครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน เหมือนรอบการกินยาหลังอาหารไม่มีผิดเพี้ยน สองคนคุยสรรพเพเหระ และมีความสุขในการคุยอย่างเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่งในเวลาบ่ายโมงเศษ กินรีเริ่มรู้สึกกระวนกระวายเมื่อไม่มีเสียงกริ่งโทรศัพท์จากอิ่มอารมณ์ จากความกระวนกระวายกลายเป็นความหงุดหงิด ดูสิ มาทำให้รอ.. ฮึ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจากความหงุดหงิด ต่อมากลายเป็นความห่วงใยว่าจะป่วยไข้ไปหรือเปล่า? เป็นอะไรน่าจะบอกซักคำ พอปลอดงานในตอนบ่ายสองเศษจวนๆ จะบ่ายสาม เธอจึงตัดสินใจกดโทรศัพท์หาอิ่มอารมณ์&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ เอ้อ.. เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”&lt;br /&gt;“คะ? เปล่าเป็นอะไรนี่คะ”&lt;br /&gt;“เออ ..เหรอคะ เห็นหายไปคิดว่าเป็นอะไร”&lt;br /&gt;“คิดถึงอิ่มล่ะสิ”&lt;br /&gt;เสียงทางโน้นหยอกเย้ามา ทำให้กินรีถึงกับค้อนลมๆ แล้งๆ ไปคนเดียวด้วยความหมั่นไส้เหลือเกิน&lt;br /&gt;“แหม”&lt;br /&gt;“แหม” อิ่มอารมณ์เลียนเสียงแล้วหัวเราะ&lt;br /&gt;“มีประชุมน่ะค่ะ ประชุมมาราธอนตั้งแต่เช้าเพิ่งเลิก..เฮ้อ!”&lt;br /&gt;“อ้อ ค่ะ”&lt;br /&gt;“ห่วงล่ะสิคะ คิดว่าอิ่มไม่สบายนอนซม หรือมีอุบัติเหตุขาหักแขนเดาะ?”&lt;br /&gt;“นิดนึง”&lt;br /&gt;“นิดนึงก็เอาค่ะ ให้เท่าไหร่ก็เอา เอาหมด”ว่าแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;“งก”&lt;br /&gt;“นี่ล่ะค่ะอิ่มอารมณ์ตัวจริง งกซะ..”&lt;br /&gt;“แหมๆ”&lt;br /&gt;“อิ่มก็คิดถึงพี่ค่ะ กำลังจะโทรหาอยู่พอดีเหมือนใจตรงกันเลย”&lt;br /&gt;“ช่างพูดจริง”&lt;br /&gt;“ค่ะ อิ่มเป็นคนช่างพูดอยู่แล้ว”อิ่มอารมณ์หัวเราะร่าเริง&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วค่ะ งั้นพี่ทำงานก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;“เดี๋ยวสิคะ”&lt;br /&gt;“มีอะไรอีกคะ?” กินรีถามอย่างฉงนใจ&lt;br /&gt;“อิ่มไม่แน่ใจว่าอิ่มบอกพี่หรือยังคะ ว่าอิ่มคิดถึงพี่มาก”&lt;br /&gt;กินรีรู้สึกหมั่นไส้อยากหยิกเหลือเกิน แต่เธอก็ได้แต่ยิ้มและส่ายหน้า&lt;br /&gt;“บอกแล้วค่ะ”&lt;br /&gt;“งั้นบอกซ้ำก็ได้ค่ะ” ว่าแล้วอิ่มอารมณ์ก็หัวเราะร่วน อันว่าเสียงหัวเราะที่บ่งบอกความสุขแบบนี้ช่างเป็นสุ้มเสียงที่น่าฟังเสียนี่กระไร อิ่มอารมณ์ ช่างเป็นคนที่อิ่มสมชื่อจริงๆ อิ่มเอมเปรมปรี อิ่มอกอิ่มใจ..&lt;br /&gt;“บอกว่าไงคะ?”กินรีแกล้งถามเสียงซื่อ&lt;br /&gt;“ตั้งใจฟังนะคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้กินรีอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เธอเดินออกมาจากห้องทำงาน มองออกไปบนฟ้า วันนี้มีปุยเมฆกระจายไปทั่วแลดูเหมือนปีกนกใหญ่ๆ สวยดีเหลือเกิน เอ.. เธอไม่เคยมองฟ้าอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิ่มคิดถึงพี่”เสียงปลายสายเอ่ยชัดเจนอยู่ข้างหู ส่งผลให้กินรีรู้สึกขนลุกด้วยความปลื้ม&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“พี่คะ”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“อิ่มเป็นทอม”&lt;br /&gt;“คะ?” กินรีขมวดคิ้ว เธอคิดว่าเธอหูฝาดไปหรือเปล่า?&lt;br /&gt;“อะไรนะคะ?”&lt;br /&gt;“อิ่มบอกพี่ว่าอิ่มเป็นทอม”&lt;br /&gt;“เอ้อ..ค่ะ เอ้อความจริงก็พอดูออกนิดหน่อยนะคะ แล้ว..ยังไงเหรอคะน้อง?”&lt;br /&gt;“ไม่ยังไงหรอกค่ะ..”&lt;br /&gt;“อ้าว”&lt;br /&gt;“อิ่มอยากดูแลพี่”&lt;br /&gt;กินรีรู้สึกอึ้ง.. อิ่มอยากดูแลพี่ ฟังดูซื่อๆ ง่ายๆ แล้วก็หวานๆ นะ อืม คำว่าอยากดูแลนี่ ทำไมมันช่างหวานละไมเสียจริง และมันทำให้หัวใจอุ่น&lt;br /&gt;“เอ้อ ฟังไม่ถนัดค่ะ ว่าไงนะคะ”&lt;br /&gt;คราวนี้อิ่มอารมณ์หัวเราะออกมาเบาๆ&lt;br /&gt;“พูดไม่ได้แล้วค่ะ”&lt;br /&gt;“อ้าว”&lt;br /&gt;“ต้องไปทำงานแล้วด้วย”&lt;br /&gt;กินรีรู้สึกถึงความเขินของคู่สนทนา และเธอก็รู้สึกว่าน่าเอ็นดู&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;พอวางสายแล้ว สิ่งแรกที่กินรีบอกตัวเองก็คือ ..ผู้หญิงคนนี้ชอบเธอจริงๆ ด้วย และเธอชอบอะไรแบบนี้มากเลย .. อิ่มอยากดูแลพี่ .. และประโยคนี้ ก็ลอยวนอยู่ในความนึกคิดของกินรีตลอดทั้งวันทั้งคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเธอก็มีคำถามในใจ เธอจะรับอิ่มอารมณ์ไว้ดูแลเธอดีไหมหนอ? นาทีนี้เธอรู้ดี ว่าตัวเองต้องการความรัก ความเอาใจใส่จากคนพิเศษซักคน คนที่เธอรู้สึกดีด้วย แต่บางทีอิ่มอารมณ์อาจจีบไปอย่างงั้นเองก็ได้ เธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ดีพอแล้วหรือ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอกลัวความล้มเหลวในชีวิตคู่ เธอคิดว่า..เธอยังไม่พร้อม และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จึงจะพร้อม แต่เธอก็รู้สึกดีๆ กับสาวผมสั้นคนนี้เหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กระนั้น.. อาจเป็นเพราะอิ่มอารมณ์ตรงเกินไป หรือจู่โจมเกินไป ทำให้อีกใจของกินรีเกิดความลังเล ในการที่จะก้าวออกจากเส้นรอบวงออกไปก้าวหนึ่ง เพื่อใกล้ผู้หญิงคนนี้อีกนิด เธอกลับถดถอยออกมาใคร่ครวญ และถามตัวเองว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ อยากอยู่ตรงจุดเดิมกับความหลังครั้งเก่า ที่เธอไม่มีวันเรียกมันคืนกลับได้ดังเดิมอีกแล้วตลอดชาตินี้ หรือเสี่ยงอีกสักครั้ง เพราะการมีชีวิตคู่นั้นไม่ต่างอะไรกับการเสี่ยงซื้อลอตตารี่เลยซักนิด อาจได้หรือเสีย ไม่มีใครทราบ แต่.. ส่วนใหญ่มักจะเสียมากกว่าได้นี่นา เฮ้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินรีและอิ่มอารมณ์ค่อนข้างกระวนกระวายนับแต่นั้น ฝ่ายหนึ่งกระวนกระวายเมื่อมีเสียงเรียกเข้าจากอีกฝ่าย แรกๆ เธอรับสายบ้างไม่รับบ้าง พออิ่มอารมณ์จะชวนคุยเรื่องลึกซึ้งซักหน่อย เธอก็จะหาเรื่องขอตัว อ้างนั่นอ้างนี่ แต่พอฝ่ายนั้นเงียบหายไป เธอก็กลับกังวล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนอิ่มอารมณ์นั้นกระวนกระวายไปอีกแบบ เพราะรู้สึกได้ว่ากินรีเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เหมือนเก็ก และพยามทำตัวเป็นผู้ใหญ่เสียเหลือเกิน แถมพูดเพราะผิดปรกติซึ่งเป็นการพูดเพราะแบบเก็กๆ บางทีเธอก็อยากหัวเราะ แต่เธอก็ขำไม่ออก เพราะรู้สึกได้ว่ากินรีเริ่มกลัวเธอ และที่สุดอิ่มอารมณ์ก็เลิกโทรหาเธอทั้งที่รู้สึกคิดถึง รู้สึกห่วง และ.. รู้สึกอยากดูแล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เธอก็กลัวว่าเธอจะทำให้กินรีเกิดความรังเกียจ .. ทำไมเธอไม่เกิดมาเป็นผู้ชายนะ เพราะถ้าเธอเป็นผู้ชาย ผู้หญิงคนนี้คงไม่รังเกียจเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินรีมองโทรศัพท์มือถือคู่ใจ ด้วยดวงตาหงอยเหงา..&lt;br /&gt;ที่สุดอิ่มอารมณ์ก็เลิกโทร นี่ถือเป็นการวัดใจก็คงได้ คนเรา หากชอบกันจริงควรพยามให้มากกว่านี้สิ .. แล้วก็เหมือนกับเธอโกรธโทรศัพท์ เธอวางมันไว้กับโต๊ะ แล้วออกไปเดินเล่นคลายเครียดเสียอย่างนั้น แต่กระนั้นก็ตาม พอกลับมาที่ห้องทำงาน สิ่งแรกที่เธอทำก็คือมองดูหน้าจอโทรศัพท์ ว่ามีใครโทรมาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดี๋ยวนี้ความพะวงของเธอแทบไม่เหลือให้กับแก้วอีกแล้ว แต่มุ่งไปที่อิ่มอารมณ์ ผู้หญิงผมสั้นท่าทางสดใส ผู้ที่เดินเข้ามาทำให้เธอสดชื่นมีชีวิตชีวา .. ผู้หญิงทอม ที่กล้าบอกเธอตรงๆ ว่าอยากดูแลเธอ นี่เธอละทิ้งโอกาสหรือเปล่านี่? แต่เธอเป็นผู้หญิงนะ อยู่ดีๆ คนมาบอกอย่างนี้แล้วกางแขนรับเลยหรือไง? ไม่เอาๆ มันง่ายไปหน่อย และมันไม่ใช่กินรีตัวจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือตัวจริงของเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องยากไปหมดหนอ ตอนเธอรักกับแก้ว เธอก็กลัวคนมอง กลัวคนรู้ กลัวการแสดงออก แต่ขณะเดียวกัน ก็กลัวแก้วจะน้อยใจ ทำไมเธอต้องเอาอะไรๆ ไปแขวนต่องแต่งไว้กับความกลัวที่ดูๆ ไปก็งี่เง่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธออยากสบายๆ ได้อย่างอิ่มอารมณ์บ้าง แต่.. เธอคิดว่าอิ่มอารมณ์คงถอดใจแล้วล่ะ ผู้หญิงคนนี้คงคิดว่าเธอไม่เล่นด้วยแน่ๆ ถึงไม่พยามต่อ เฮ้อ เอาเถอะ ไม่พยามก็คงได้เท่านี้ จะให้เธอทำอย่างไรได้เล่า บางทีดวงเธออาจไร้คู่จริงๆ ก็ได้&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;ปิดภาคเรียน กินรีลางานพร้อมๆ กับพี่ชาย และพี่สาว พาหลานๆ และพ่อแม่ไปเที่ยวเชียงใหม่กันเป็นทีมใหญ่ หัวใจอันหงอยเหงาของเธอเวิ้งว้างแม้นอยู่ในท่ามกลางความสรวลเสเฮฮา และทิวทัศน์อันงดงามน่าชื่นชม ใช่ว่าสายตาของเธอจะมองไม่เห็นดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่ง แต่เธอรู้สึกว่าดอกไม้ในหัวใจของเธอนั้นเหี่ยวเฉาโรยรา กินรีจึงได้แต่พูดคุย ยิ้ม และมองนั่นมองนี่ไปอย่างแกนๆ อย่างนั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยิ้มหน่อยค่ะ”&lt;br /&gt;เสียงใครหนอคุ้นๆ กินรีหันกลับไปมอง ..&lt;br /&gt;ท่ามกลางดงฟอเก็ตมีนอท ผู้หญิงผมสั้นที่ชื่ออิ่มอารมณ์ยืนยิ้มแจ่มจ้า มีกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือ&lt;br /&gt;“โลกกลมจัง”&lt;br /&gt;กินรียิ้มกว้าง.. ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างสว่างขึ้นทันตา..&lt;br /&gt;“อิ่ม”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์เดินตรงมาหาช้าๆ&lt;br /&gt;“คิดถึงเหลือเกินค่ะ”&lt;br /&gt;กินรีหลบตา เนื่องจากฝ่ายนั้นบอกคิดถึงทั้งปากและตา ทำให้เธอรู้สึกเขินอาย และหน้าเธอคงแดงซ่าน&lt;br /&gt;และโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างเล็กๆ ของกินรีก็ถูกโอบประทับ .. อา เหมือนเธอหนาวสั่นท่ามกลางสายหมอก ผู้หญิงคนนี้เปรียบเหมือนตะวันที่โผล่พ้นขอบฟ้า มาทำให้หัวใจอุ่น&lt;br /&gt;“คิดถึงอิ่มบ้างไหมคะ?”&lt;br /&gt;“ค่ะ” กินรีพยักหน้า และโอบรอบเอวอิ่มอารมณ์ไว้มั่น&lt;br /&gt;“อิ่มอยากดูแลพี่”&lt;br /&gt;“ค่ะ..เอ้อ..”&lt;br /&gt;แต่กินรีก็ยังเป็นกินรีคนเดิมอยู่นั่นเอง..&lt;br /&gt;เธอค่อยๆ ถอนตัวออกห่างอย่างช้าๆ นิ่มนวล เธอมองอิ่มอารมณ์เต็มตา ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเยื่อใย&lt;br /&gt;“ค่อยๆ คบกันนะคะ”เธอบอกอย่างนี้ด้วยเสียงอ่อยๆ ..&lt;br /&gt;“ค่อยๆ ศึกษากันนะคะ”&lt;br /&gt;อิ่มอารมณ์โรยยิ้มอ่อนโยน และรวบร่างนั้นเข้าไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;“ค่ะคนดี..”&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะอิ่ม”&lt;br /&gt;และฟ้าวันนั้นก็กระจ่างตาขึ้นในทันใด ดอกไม้พรันงดงามสดใสเมื่อหัวใจสองดวงอบอุ่นไปด้วยความรู้สึกที่ดีที่มีให้กัน และเธอสองคนจับมือกันก้าวเดินไปพร้อมกันอย่างช้าๆ และนับแต่นั้น เมล็ดพันธ์แห่งความรักก็เริ่มงอกเงย… หากสองคนพากเพียร รดน้ำพรวนดิน และเฝ้ารอเวลา ลอตตารี่ของกินรีอาจถูกรางวัลที่หนึ่งก็ได้ .. ใครจะทราบ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6686168106139697263-5838546328431876298?l=vdcool.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vdcool.blogspot.com/feeds/5838546328431876298/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6686168106139697263&amp;postID=5838546328431876298&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/5838546328431876298'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/5838546328431876298'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vdcool.blogspot.com/2008/04/blog-post_7855.html' title='ตะวันในสายหมอก'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263.post-7455733583169801070</id><published>2008-04-20T16:57:00.000+07:00</published><updated>2008-04-20T17:01:01.541+07:00</updated><title type='text'>รักร้อน</title><content type='html'>ัพิมพ์หิ้วกระเป๋าใบเดียวออกจากห้องผู้โดยสารขาเข้าในขณะที่เธอรู้สึกสะท้านเพราะพิษไข้.. บรรยากาศเมืองนี้คุ้นแสนคุ้น เพราะเธอเคยอยู่ที่นี่มาก่อน ก่อนที่จะย้ายจากไปเมื่อหลายเดือนก่อน และนี่เป็นการกลับมาเยือนครั้งแรก ในขณะที่คนที่มารับเธอนั้นบินไปเยี่ยมเธอที่โน่นหลายต่อหลายครั้งแล้ว&lt;br /&gt;พิมพ์มีอาการใจสั่นระทึก รวมกับรู้สึกสะท้านหนาวเย็นในอก เมื่อคิดว่าเดี๋ยวเธอจะได้พบกับมินตรา...เธอจะมองหน้ามินตราอย่างไร? และเธอจะพูดอะไรบ้าง? ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกตื่นเต้นผสมกับตื่นกลัว เมื่อจะได้พบกับมินตรา&lt;br /&gt;และนั่น..ร่างโปร่งๆ ของผู้หญิงวัยเดียวกัน เดินเชื่องช้าค่อยๆ ก้าวเข้ามาหา ... อา.. อาการเชื่องช้าเช่นนี้หาใช่ลักษณะของผู้หญิงคนนี้ไม่ และอาการเชื่องช้าและดูเศร้าเช่นนี้ทำให้พิมพ์รู้สึกเหมือนกับว่าเธอจะเดินต่อไปไม่ไหว แต่ผู้หญิงทั้งสองคนก็เดินก้าวย่างมาจนหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากันและกันจนได้ในที่สุด..&lt;br /&gt;ถ้าเป็นทุกครั้ง พิมพ์จะกางแขนสองข้างออกแต่ไกล และเมื่อมาถึงตัว เธอจะต้องโอบกอดร่างสวยนั้นไว้ในอ้อมกอด แนบหน้าชิดกันซ้ายและขวา พลางสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเนื้อตัวของผู้หญิงคนนี้อย่างชื่นใจ กลิ่นกายของมินตรานั้นแสนบริสุทธิ์ เป็นกลิ่นแป้งเด็กแชมพูเด็ก ที่ให้ความรู้สึกละมุนละไม และติดตรึงใจยิ่งนัก&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้ พิมพ์ได้แต่ยืนนิ่ง จ้องมองไปที่ใบหน้าที่ขาวและดูซีดเซียวของมินตรา .. ใบหน้านี้เคยแจ่มใส และดวงตาคู่นี้เคยมีประกายขี้เล่น บัดนี้มีแต่รอยหมอง แม้นจะมีวี่แววแห่งความดีใจแต้มอยู่ และแม้นจะมีรอยยิ้มบางๆ แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่ดูโศกอยู่ในที&lt;br /&gt;ดวงตาของพิมพ์ไหวระริกด้วยความสะเทือนใจ ..&lt;br /&gt;นี่คือคนที่เธอเคยรัก.. ซึ่งบัดนี้ถูกจองจำไว้ด้วยความจริงของความเปลี่ยนแปร ..&lt;br /&gt;มือขาวสะอาดที่เย็นชื้นของมินตราเอื้อมมาจับมือที่ร้อนผ่าวของพิมพ์ไว้ .. มือนั้นสั่น และทำให้พิมพ์ใจสั่น พิมพ์พลิกมือจับมือมินตราไว้มั่น.. พลันน้ำตาก็ร่วงเผาะออกจากตา แล้วที่สุดเธอก็รั้งร่างของมินตรามาโอบกอดไว้แนบแน่น&lt;br /&gt;"พิมพ์.."เสียงเรียกของมินตราสั่นสะท้าน เธอมองไม่เห็นอะไรอีกเลย ทั้งไม่แยแสแม้นแต่น้อยว่า ณ ที่แห่งนี้จะมีคนที่รู้จักเธอหรือเปล่า เธอรู้แต่ว่าข้างหน้าของเธอมีพิมพ์เท่านั้น&lt;br /&gt;"มินตรา.. มินตราพิมพ์ขอโทษ.."เสียงของพิมพ์ขาดๆ หายๆ .. เธอรับรู้ว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอสะอื้นไห้ .. พิมพ์ได้แต่กอดรัดเอาไว้นิ่งๆ เช่นนั้น และมินตราก็ได้แต่กอดเธอเอาไว้และรับรู้ถึงความร้อนผะผ่าวของเนื้อตัวของพิมพ์ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อา.. มินตรา กอดฉันแน่นๆ เถอะคนดี .. กอดฉันเอาไว้อย่าปล่อย.. เพราะฉันกลัวแสนกลัว .. ฉันกลัวว่าสายธารแห่งชีวิตจะพัดพาฉันไปไกลจนสุดกู่..&lt;br /&gt;และครู่ต่อมาเธอก็รับรู้ว่ามินตราถอนสะอื้น และถอนหายใจ ก่อนจะคลายกอดออกจากกันอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้าอันหม่นหมอง&lt;br /&gt;"พิมพ์เป็นไข้นี่คะ? ทานยาหรือยัง?" เธอถามอย่างห่วงใย&lt;br /&gt;"เมื่อคืนไม่ได้นอน เลยไม่สบายนิดหน่อยค่ะ"&lt;br /&gt;"ทานยาหรือยังคะ?"เธอถามซ้ำ&lt;br /&gt;พิมพ์ส่ายหน้า และมินตราก็ส่ายหน้าตามอย่างอ่อนใจ&lt;br /&gt;"กลับบ้านเถอะค่ะ" เธอชวนเบาๆ&lt;br /&gt;.. และสองคนก็จูงมือกันเดินออกไป เหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติต่อกันเช่นนี้มาเนิ่นนาน ..&lt;br /&gt;สัมผัสของพิมพ์และมินตราครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกวูบไหว เธอยังปรารถนาจะโอบกอดทะนุถนอมผู้หญิงคนนี้ไว้ .. ทั้งๆ ที่เธอบอกตัวเองก่อนหน้านี้ว่าเธอรักผู้หญิงอีกคนหนึ่ง..&lt;br /&gt;เมื่อเดินมาจนถึงที่จอดรถพิมพ์แบมือขอรับกุญแจรถจากมินตรา ฝ่ายนั้นดูลังเลใจที่จะส่งให้&lt;br /&gt;"พิมพ์นั่งให้สบายดีกว่าค่ะ มินจะขับเอง"&lt;br /&gt;เป็นความแปลกใหม่ ที่ทำให้พิมพ์ต้องเลิกคิ้ว แต่เธอก็ยังไม่ชักมือกลับ ยังคงแบมือขอกุญแจอยู่อย่างนั้น .. เธอรู้สึกสะเทือนใจอีกแล้ว เพราะถ้อยคำที่มินตราพูดทางโทรศัพท์กับเธอในวันก่อน&lt;br /&gt;มินเอาแต่ใจตัวเองมากไปหรือเปล่า? มินเอาแต่สบายมากไปหรือเปล่า? มินตั้งกฎกับพิมพ์มากไปใช่ไหมคะ มิน อยากแก้ตัวซักครั้งได้ไหมพิมพ์..&lt;br /&gt;อา..นี่คือถ้อยคำของผู้หญิงที่ดูเด็ดขาด เข้มงวด .. ที่ตัวเธอรู้สึก "เป็นใหญ่" เหนือใจพิมพ์ตลอดมา ..&lt;br /&gt;"มินตรา.. ขอกุญแจให้พิมพ์เถอะค่ะ..นะคะ" พิมพ์เอ่ยอย่างอ่อนล้า&lt;br /&gt;และฝ่ายนั้นก็ยอมวางไว้ให้ในมือแต่โดยดี&lt;br /&gt;พิมพ์ขับรถออกจากสนามบินเล็กๆ แห่งนั้นเข้าเมืองท่ามกลางบรรยากาศยามโพล้เพล้ในเวลาเกือบหกโมงเย็น "มินตราจะแวะซื้ออะไรหรือเปล่าคะ?"พิมพ์ถามเบาๆ ในความเงียบภายในรถที่ไม่มีใครมีอารมณ์จะเปิดเพลงฟังเหมือนเช่นเคย&lt;br /&gt;"ไม่ซื้อ"&lt;br /&gt;พิมพ์ลอบมองแล้วอดยิ้มไม่ได้ ขรึมอย่างนี้ค่อยเหมือนมินตราคนเดิมหน่อย&lt;br /&gt;"พิมพ์ซื้อจักรยานให้แล้วนะ สีแดงกับสีน้ำเงิน"เธอบอก และได้รับรอยยิ้มเล็กน้อยจากอีกฝ่ายหนึ่งเป็นสิ่งตอบแทน&lt;br /&gt;"ทำไมไม่แดงทั้งสองคัน หรือน้ำเงินสองคัน?" คราวนี้มินตราสงสัย&lt;br /&gt;"เดี๋ยวจำไม่ได้ว่าคันไหนของมินตรา คันไหนของพิมพ์น่ะสิ"&lt;br /&gt;"ของใครก็เหมือนกัน"..&lt;br /&gt;"ที่สนามกีฬาคงไปขี่เล่นไม่ได้นะคะ"&lt;br /&gt;"ทำไมคะ?"&lt;br /&gt;"สนามกีฬาที่นั่นมันเปลี่ยวและดูอันตราย ชาวบ้านบอกว่าเคยมีผู้หญิงโดนลวนลาม.. ขี่เล่นในซอยบ้านก็คงไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ เพราะซอยแคบ มีรถสวนมาทีก็อันตราย"&lt;br /&gt;"แถวบ้านพิมพ์มีที่ไหนบ้างที่ไม่อันตราย?"มินตราประชดประชัน&lt;br /&gt;"ถ้าขี่เล่นควรขี่ที่ถนนใหญ่ค่ะ หรือจะให้ส่งมาที่นี่ก็ได้ ในหมู่บ้านของมินตราถนนกว้าง"&lt;br /&gt;คราวนี้มินตรานั่งนิ่งไป.. ความน้อยอกน้อยใจลอยวนอยู่ในบรรยากาศรอบตัว .. และพิมพ์ก็รู้สึกตัวว่าทำให้บรรยากาศแย่ลงอย่างไม่น่าให้อภัย&lt;br /&gt;"ขอโทษ".. เธอเอื้อมมือมาจับมือมินตราไว้ชั่วครู่&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;"พิมพ์.."&lt;br /&gt;"คะ?"&lt;br /&gt;"คนที่พิมพ์บอกว่าพิมพ์รัก เธอเป็นใครอยู่ที่ไหนหรือคะ?"มินตราถามด้วยเสียงที่เบา และสั่นพร่า มันเป็นเสียงอันแสนเศร้า ที่เสมือนดังแว่วมาจากดินแดนที่ไกลแสนไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และมันเป็นเสียงที่ทำให้พิมพ์รู้สึกว่าได้มองเห็นหัวใจของมินตรามีเลือดไหลย้อยด้วยถูกคนใจร้ายอย่างเธอฟาดฟันอย่างทารุณ&lt;br /&gt;"ใช่คนที่มินเห็นในจอทางเอ็มเอสเอ็นวันนั้นหรือเปล่า?"&lt;br /&gt;พิมพ์ระบายลมหายใจอันแสนอึดอัดออกทางปาก.. อา .. ฉันทำอะไรไปนะนี่ .. ฉันทำอะไร?&lt;br /&gt;เธอคิดถึงคราวที่มินตราไปหาเธอครั้งหลังสุด .. พิมพ์ไม่อาจหยุดยั้งการติดต่อกับนวลอรได้ เพราะนวลอรส่งข้อความมาที่โทรศัพท์ของเธอ บอกว่ากำลังอยู่ในความรู้สึกที่ย่ำแย่เหลือเกิน.. เธอจึงตัดสินใจคุยกับนวลอรผ่านโปรแกรมสนทนาทางอินเตอร์เน็ตที่มีชื่อว่า โปรแกรม เอ็ม เอส เอ็น เหมือนที่เคยคุยกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในยามที่เธอต้องอยู่โดยไม่มีมินตรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความห่วงหาอาทรที่เธอมีต่อนวลอร เป็นความห่วงใยที่เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มอย่างประหลาด&lt;br /&gt;พิมพ์เคยเกรงใจมินตรา เพราะมินตราดุและเข้มงวดเรื่องความประพฤติของคนรักมาก แต่หลังๆ มา ใยหนอความเกรง และความกลัวเหล่านั้นมันจึงลดน้อยลงเรื่อยๆ&lt;br /&gt;ที่หน้าจอเอ็มเอสเอ็น ที่เธอคุยกับนวลอร นวลอรมักจะขึ้นรูปตัวเองเอาไว้เสมอ คราวนี้เป็นรูปเธอในชุดทำงาน ซึ่งคงดูสะดุดตาสำหรับมินตรานัก มินตรานั่งดูโทรทัศน์อยู่กับคนอื่นๆ ห่างจอคอมพิวเตอร์พอที่จะไม่สามารถอ่านข้อความต่างๆได้ แต่เธอก็เห็นภาพนั้น และสนใจจนเดินมาดู โชคดีที่ถ้อยคำที่พิมพ์คุยกันเป็นถ้อยคำสนทนาธรรมดาๆ&lt;br /&gt;"ไม่ใช่หรอกค่ะ" พิมพ์โกหก..&lt;br /&gt;"แต่เรื่องของพิมพ์กับเธอเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นะคะ..เพราะเธอไม่ได้รักพิมพ์..เธอรักคนอื่น"คราวนี้เธอพูดความจริง ซึ่งเป็นความจริงที่ปวดร้าวพอๆ กับความจริงที่มินตราต้องรับฟังจากปากของคนรักของเธอ ว่า.. พิมพ์รักคนอื่น..&lt;br /&gt;ทำไมหนอ ทำไมจึงมีแต่ความจริงที่ปวดร้าวเช่นนี้..&lt;br /&gt;"แต่เธอก็ทำให้พิมพ์รัก ทำให้พิมพ์ขอเลิกกับมิน" มินตราขมวดคิ้วอย่างขมขื่น&lt;br /&gt;พิมพ์ค่อยๆ ชลอรถเลียบเข้าข้างทาง และที่สุดก็จอดสนิท ... เธอหันไปมองมินตรา และเธอก็มองเห็นความรักเต็มอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างของผู้หญิงคนนี้ ... และเสียงของนวลอรก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ..&lt;br /&gt;อรจะทำยังไงดีคะพิมพ์ อรรักเค้า อรจะตัดใจยังไงคะพิมพ์ ... อรทรมานเหลือเกินค่ะพิมพ์..&lt;br /&gt;อา.. นวลอรผู้น่าสงสาร ผู้เฝ้าคร่ำครวญถึงแต่คนรักหญิงของเธอที่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อไม่นานมานี้ ...&lt;br /&gt;มันปวดร้าวยิ่งนักแล้ว กับความรักข้างเดียว .. นวลอรเป็นผู้หญิงที่ถูกคนรักทอดทิ้ง ส่วนพิมพ์ ตัดสินใจบอกเลิกกับมินตราที่รักกันมาเกือบสิบปี เพราะเธอรุ่มร้อนในความรักที่มีต่อนวลอร .. เธอปรารถนาที่จะดูแลนวลอร .. ปรารถนาที่จะรักษาหัวใจให้นวลอรกลับคืนสู่ความมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;และเมื่อเธอรักนวลอร เธอก็บอกตัวเองว่าเธอหมดรักผู้หญิงคนเดิมของตัวเอง และเธอควรปล่อยมินตราไป ...แต่เมื่อคืนนี้เองที่เธอคุยกับนวลอรจนรุ่งสาง...คุยและคุย จนนวลอรสรุปว่า ..&lt;br /&gt;พิมพ์ขา.. อรทำให้ชีวิตพิมพ์ยุ่งยากและวุ่นวายมากมาย..ตอนนี้อรเหนื่อยเหลือเกินค่ะ ..ขอให้อรมีชีวิตอยู่ไปตามประสาของอรเถอะนะคะ... พิมพ์ควรกลับไปตรงจุดเดิม จุดที่เรายังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จุดที่ชีวิตของพิมพ์มีความสุข อรจะอยู่ของอรตรงนี้.. อรจะรอเค้าค่ะ..พิมพ์ไปหาคนรักของพิมพ์เถอะค่ะ.. ดูแลตัวเอง และดูแลเธอให้มีความสุขเถอะค่ะ...ไม่ต้องห่วงอร ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเธอจะทำอย่างไรได้ จะดื้อดึงแข็งขืน เธอจะตามตื๊อนวลอรต่อไปหรือ? .. สิ่งที่เธอทำได้มีอย่างเดียวคือ ฝืนใจตัวเองตอบรับนวลอรไปว่า.. ได้ค่ะ.. ได้..ทั้งที่เธอสะท้านหวั่นไหวอย่างรุนแรงและไม่นานเธอก็สั่นเทิ้มด้วยพิษไข้ .. เธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า ความปริวิตก ความเสียใจ ความสิ้นหวัง ..ความรู้สึกย่ำแย่เหล่านี้ จะสามารถทำให้คนเป็นไข้ได้ในทันทีทันใดแบบนี้ ...&lt;br /&gt;"เธอไม่ได้ทำอะไร..พิมพ์ผิดเองที่ไปรักเธอเข้า" พิมพ์ยื่นมือไปหามินตรา&lt;br /&gt;"แต่พิมพ์จะไม่ทำอะไรที่ผิดไปกว่านี้อีกแล้วค่ะมินตรา..ขอมือให้พิมพ์นะคะ" .. ขอมือให้ฉันเถอะคนดี .. และจับมือฉันไว้ให้แน่น ๆ อย่าให้ฉันไปไหนได้..&lt;br /&gt;มินตรายื่นมือไปจับมือนั้นไว้ มือของเธอเย็นเฉียบ ในขณะที่มือของพิมพ์ร้อนจัด...แต่..หัวใจของเธอคงหนาวนะ .. อาจเพราะความห่างไกลกัน และเพราะฉันไม่ดูแลเธอให้ดีพอ .. เธอจึงต้องเสาะแสวงหาสิ่งที่เธอต้องการจากหัวใจดวงอื่น .. มินตราคิดแล้วน้ำตาเรื้อ แล้วเลยไหลรินออกมา&lt;br /&gt;พิมพ์กระชับมือนั้นไว้มั่น.. เธอคงหนาวนะคนดี .. เพราะฉันกระชากผ้าห่มอันอบอุ่นที่เคยห่มคลุมหัวใจเธอออก และพยามตามคลี่ผ้าห่มนั้นปกคลุมให้กับอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังหนาวและว้าเหว่ .. แต่เธอผู้นั้นหาได้ต้องการผ้าห่มผืนนี้ไม่ ..&lt;br /&gt;ฉันละเลย และทำกับเธอถึงเพียงนี้.. แต่เธอยังรักฉันอย่างที่สุด .. เธอยังปกป้องฉันด้วยหัวใจทั้งดวงของเธอ มิให้ฉันมีความผิด..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มินตรา.."อา.. มินตรา.. ฉันควรคู่หรือกับความรักอันงดงามและสูงค่าของเธอ...พิมพ์โอดครวญอยู่ในอกที่แสนปวดร้าว ...&lt;br /&gt;"พิมพ์..มินรักพิมพ์นะคะ" มินตราบอก ... นานๆทีที่มินตราจะเอ่ยคำนี้กับคนรัก หรือเธอบอกรักพิมพ์น้อยเกินไปจนพิมพ์ไม่แน่ใจ จึงแกว่งไกวไหวหวามไปกับถ้อยคำของหญิงอื่นที่หวานกว่าเธอ&lt;br /&gt;พิมพ์ลูบผมเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน และจูบที่แก้มที่เปื้อนน้ำตา&lt;br /&gt;"พิมพ์รู้ค่ะคนดี.. พิมพ์รู้.. พิมพ์จะรอเวลาที่จะได้อยู่กับมินตราจริงๆ เมื่อมินตราย้ายไปอยู่ที่โน้น .. พิมพ์ไม่ไปไหนหรอกค่ะมินตรา..พิมพ์สัญญา"พิมพ์สัญญาจากใจจริง ที่เธอจะรักษาเอาไว้ชั่วชีวิตทีเดียว&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่เป็นของเธอจริงๆ ทั้งกายและใจ .. ผู้หญิงคนนี้ต่างหากเล่าที่เธอต้องดูแลและรับผิดชอบ .. มินตราต่างหากที่เธอต้องทะนุถนอมให้มีความสุข&lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ"&lt;br /&gt;พิมพ์ขับรถต่อไปจนถึงบ้านสีขาวหลังเล็กในหมู่บ้านจัดสรร ชานเมืองอีกด้านหนึ่ง&lt;br /&gt;"บ้านมินตรา"เป็นบ้านเล็กๆ รั้วเตี้ย ที่ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสะอาดสะอ้าน .. เป็นบ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและแสนสบายกว่าที่ไหนๆ ในโลกนี้&lt;br /&gt;"บ้านเรายังสวยเหมือนเดิม" พิมพ์ยิ้มอย่างสบายใจ เธอสบายใจทุกครั้งที่มาที่นี่&lt;br /&gt;"แต่คนไม่สวยเท่าเดิม"มินตราประชดประชัน&lt;br /&gt;"พิมพ์ไม่เคยเห็นมินตราไม่สวย"&lt;br /&gt;มินตรายิ้มเศร้าๆ เธอไม่รอให้พิมพ์เปิดประตูรถให้เหมือนเดิม พิมพ์จึงรู้สึกเก้อเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ทั้งที่เธอไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ เธออยากให้มินตราเป็นตัวของตัวเองอย่างเดิม เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น มินตราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเธอ&lt;br /&gt;เมื่อสองคนก้าวเข้าไป และประตูบ้านปิดลง ทุกครั้งพิมพ์จะโอบกอดมินตราคนรักของเธอ และอุ้มไปรอบๆ และตอนนี้บ้านเล็กๆ หลังนี้จะมีเสียงหัวเราะที่แสนสดใสของคนสองคนที่กำลังมีความสุข&lt;br /&gt;พิมพ์จะวางมินตราลงที่โซฟาและเธอจะลงนอนหนุนตักอย่างสบายอุรา แต่ตอนนี้ผู้หญิงสองคนได้แต่เดินเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ มินตราเดินไปเปิดแอร์ เปิดโทรทัศน์ไว้ให้ และเปิดห้องนอน พิมพ์เดินตาม เอากระเป๋าเสื้อผ้าไปวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง และเปิดมันออก หยิบเสื้อกางเกงออกแขวนไว้ในตู้ และเอากระเป๋าวางไว้บนหลังตู้เสื้อผ้า&lt;br /&gt;"อาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวออกมาทานข้าว"มินตราบอก&lt;br /&gt;"มีอะไรทานบ้างคะ?"&lt;br /&gt;"เดี๋ยวก็เห็นเอง" มินตราบอกขรึมๆ .. อืม แบบนี้ค่อยเหมือนเดิมหน่อย พิมพ์มองตามหลังเธอออกไปแล้วยิ้มน้อยๆ.. เฮ้อ.. ทำไมอะไรๆ มันติดๆ ขัดๆ เคอะเขิน... มันคล้ายๆ กับว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเริ่มใหม่ นี่เธอต้องจีบมินตราใหม่หรือนี่? ..&lt;br /&gt;เธอเปลี่ยนผ้าเตรียมอาบน้ำ แล้วเข้าไปไขก็อกน้ำผสมลงในอ่าง พิมพ์เหลือบมองไปรอบๆ.. ที่นี่ ทุกอย่างล้วนแต่ทันสมัย สะดวกสบาย ในขณะที่ ที่บ้านของเธอที่โน่นนั้นเหมือนโลกอีกใบที่ย้อนไปในสมัยเมื่อยี่สิบสามสิบปีมาแล้ว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นสมบัติตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ที่เธอต้องการรักษาเอาไว้&lt;br /&gt;มันจึงเป็นบ้านที่ไม่ค่อยมีความสะดวกสบายอะไรนัก ที่โน่นไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะอากาศดีตลอดปี และมีต้นไม้เยอะ ห้องนอนแต่ละห้องเล็กแคบ เพราะเคยเป็นห้องของคนแก่ๆ ทุกอณูในบ้านล้วนมีกลิ่นอายของชนบทบ้านนอก แถมสมาชิกในบ้านก็มากมายหลายคน ซ้ำญาติพี่น้องก็เดินเข้าออกอยู่ขวักไขว่ ดูไร้ความเป็นส่วนตัวต่างจากที่นี่ลิบลับ แต่มินตราไม่เคยปริปากบ่นในความไม่เป็นส่วนตัวและความไม่สะดวกสบายเหล่านั้น.. กลับบอกว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวาดีเสียอีก&lt;br /&gt;เฮ้อ.. มันเป็นการยากที่คนรักของเธอจะเข้ากับคนในครอบครัวของเธอได้ พิมพ์มีคนรักมาหลายต่อหลายคน ก็เพิ่งมีมินตรานี่แหล่ะที่เป็นที่ยอมรับของทุกคนที่บ้านอย่างเต็มอกเต็มใจ จนกระทั่งทุกวันนี้ดูเหมือนพ่อแม่พี่น้องของเธอจะรักมินตรามากกว่าตัวเธอเสียอีก ทั้งนี้เพราะมินตราไม่ได้รักเธอเพียงคนเดียว แต่แบ่งปันความรักของเธอให้กับทุกคนที่ใกล้ชิดเธอได้สัมผัสด้วยความจริงใจ&lt;br /&gt;พิมพ์ก้าวลงไปแช่ตัวในอ่างน้ำที่อุ่นกำลังดี .. เธอหลับตาลง คิดถึงถ้อยคำของนวลอร ผู้หญิงที่หัวใจเธอบอกกับตัวเองว่า วันนี้เธอรักผู้หญิงคนนี้ ..&lt;br /&gt;พิมพ์ขา อย่าทำแบบนี้เพื่ออรเลยค่ะ อย่าเลิกกับเธอเพื่ออร.. ถึงยังไง อรก็รักเค้า .. ถึงเค้าจะแต่งงานไปแล้ว แต่อรก็เชื่อค่ะ อรเชื่อว่าเค้าอาจกลับมา.. พิมพ์อย่าหาว่าอรงมงายนะคะ ถ้าอรจะบอกว่าอรจะรอเค้า ...&lt;br /&gt;พิมพ์วักน้ำลูบหน้า.. ทำไมเธอถึงรู้สึกรักผู้หญิงชื่อนวลอรได้อย่างง่ายดาย แค่ได้คุยกันผ่านอินเตอร์เน็ต และทางโทรศัพท์เท่านั้น จริงอยู่แม้นว่านวลอรจะอยู่ไม่ไกลนัก เพียงเธอขับรถจากบ้านแค่ร้อยกว่ากิโล ก็จะได้พบหน้าค่าตาจริงๆ ของผู้หญิงคนนี้ ซึ่งเธอก็รู้ดีว่านวลอรทำงานที่ไหน และพักที่ไหน แต่เธอและนวลอรก็ตกลงกันไว้ว่า&lt;br /&gt;"เราจะคบกัน ผูกพันกันแค่นี้นะคะ"&lt;br /&gt;"ทำไมล่ะคะพิมพ์?"&lt;br /&gt;"พิมพ์รู้สึกกลัวค่ะ"&lt;br /&gt;"กลัวอะไรคะ?" เสียงนวลอรหัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;"กลัวใจตัวเองค่ะอร.."พิมพ์พูดไปตามจริง&lt;br /&gt;"มันแปลกมากนะคะ ที่พิมพ์รู้สึกเหมือนรู้จักอรมานานแสนนาน สนิทสนมผูกพันมากมาย ทั้งที่ไม่เคยพบกันเลย"&lt;br /&gt;"โอ พิมพ์ขา อรก็รู้สึกเช่นนั้นค่ะ นี่ถ้าอรไม่รักเค้า อรคงคิดว่าอรรักพิมพ์แน่ๆ และอรเอง ก็คงไม่กล้าไปพบพิมพ์หรอกค่ะ"&lt;br /&gt;"ทำไมคะ?"&lt;br /&gt;"เหตุผลคงเหมือนกับเหตุผลของพิมพ์ค่ะ อรก็กลัวว่าอรจะรักพิมพ์"&lt;br /&gt;"อร"&lt;br /&gt;"โชคชะตาแกล้งอรมากพอแล้วค่ะพิมพ์ ที่ทำให้คนรักของอรทิ้งอรไปแต่งงาน อรไม่อยากถลำใจไปกับคนที่มีเจ้าของอีกคน พิมพ์เข้าใจอรไหมคะ?"&lt;br /&gt;แต่พิมพ์กลับถลำใจจริงๆ เพราะเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ความรู้สึกห่วงหาอาทร ความรู้สึกอยากพูด อยากคุย อยากได้ยินเสียง อยากรู้ทุกข์สุขและความเคลื่อนไหวของนวลอรในแต่ละวันนั้น มันเป็นอย่างอื่น .. เธอรู้จักความรักดี .. และนี่ก็คือความรักอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอ.. เป็นความรักที่โหมเข้ามาอย่างแปลกประหลาด และรวดเร็ว จนเธอเองรู้สึกมึนงงกับการมาของมัน..&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกันกับการเข้ามาของความรักครั้งใหม่ ความคิดถึง ความอาทรในตัวมินตราก็ค่อยๆ ลดลง..&lt;br /&gt;หรือในหัวใจหนึ่งดวง ต้องมีเจ้าเข้าครองเพียงหนึ่งเดียว ไม่อาจแบ่งปัน..&lt;br /&gt;พิมพ์เคยคิดถึงมินตราเสมอ คิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกในตลอดเวลาหลายๆ ปีที่รักกันมา เธอคิดไม่ออกว่ามีสักกี่นาทีที่ยังรู้สึกตัวและตื่นอยู่ ที่เธอจะไม่คิดถึงคนรักของเธอที่ชื่อมินตรา.. มินตราผู้หญิงที่เธอรัก ศรัทธา และเต็มไปด้วยความมั่นใจในความรู้สึกที่มีต่อกันและกัน มั่นใจ..ทั้งๆที่เธอและมินตราไม่เคยมีคำมั่นสัญญาใดๆ ต่อกันแม้นแต่น้อย..&lt;br /&gt;พิมพ์มั่นใจ แม้นว่าเธอและมินตราจะไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องความรู้สึกที่มีต่อกันและกัน.. เธอและมินตราสื่อสารกันด้วยสายตามากกว่าคำพูด เพราะเพียงมองตากันก็สามารถอ่านความรู้สึกของกันและเข้าใจกันได้ดีกว่าการอธิบายด้วยถ้อยคำมากมาย ...&lt;br /&gt;แต่แล้วเมื่อเธอพบนวลอร ..เธอและนวลอรกลับเป็นสองคนที่พูดคุยกันมากมาย ทั้งด้วยคำพูดและตัวอักษร .. เธอรู้สึกว่า นวลอรเป็นผู้หญิงหวานซึ้ง ในขณะเดียวกับที่เธออ่อนแอและบอบบางจนพิมพ์อยากดูแลทะนุถนอม...&lt;br /&gt;และวันหนึ่งเธอรู้สึกตกใจที่เธอคิดถึงนวลอรมากกว่า.. และต่อมาเธอก็ลืมคิดถึงคนรักของตัวเอง แต่กลับคิดถึงผู้หญิงอีกคนที่เฝ้าแต่คร่ำครวญถึงคนอื่น..&lt;br /&gt;พิมพ์อาบน้ำนานเป็นชั่วโมง เพราะมัวแต่ครุ่นคิดถึงนวลอร.. อา.. ความรักที่เธอมีต่อผู้หญิงคนนี้ช่างรุนแรง และทำให้เกิดความกระวนกระวายอยู่ไม่สุข เหมือนคนติดยาเสพติด เพราะเธอทรมานเหลือเกินกับการที่ไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้ ความทรมานนั้นเหมือนว่าหัวใจของเธอถูกแผดเผาให้เร่าร้อนทุรนทุรายและกำลังจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ในทุกๆนาที .. เธอห่วงว่านวลอรจะคร่ำครวญกับใคร และวันนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง เธออยากได้ยินเสียงนุ่มๆ ของผู้หญิงคนนี้ ไม่ว่าจะพูดถึงสิ่งใด อีกทั้งไม่ว่านวลอรจะพูดให้เธอเจ็บปวดแค่ไหน ..เธอก็ยังปรารถนาที่จะได้ยินได้ฟังเสียงของนวลอรทุกถ้อยคำที่พูดกับเธอ&lt;br /&gt;อา.. มันช่างต่างกันนักหนา กับความรู้สึกที่เธอมีต่อมินตรา เธอกับมินตราผู้คงนั่งดูทีวีรอทานข้าวพร้อมเธออยู่ข้างนอกนั้น ความรู้สึกที่มีต่อกันเย็นฉ่ำ เรื่อยรินเหมือนสายน้ำ เธอรู้ดีว่าเธอมั่นใจในความรักของผู้หญิงคนนี้ ได้ และมินตราเองก็คงเคยมั่นใจ...&lt;br /&gt;แต่แล้วเธอเองที่ทำลายความมั่นใจของมินตราลงเสียเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง โดยการโทรมาขอเลิกกับมินตรา เพราะเธอรักผู้หญิงอีกคน...โอ นั่นเป็นสิ่งที่ตรงที่สุด และซื่อที่สุด ซึ่งไม่ค่อยจะมีใครเอ่ยกัน .. เพราะมันเหมือนเธอพุ่งหอกปักกลางอกมินตราโดยอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวสักนิด&lt;br /&gt;พิมพ์ .. พิมพ์หนอพิมพ์.. พิมพ์ๆๆๆๆ...เธอบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ทำร้ายหัวใจมินตราได้ถึงเพียงนี้ .. เธอทำเพื่อจะได้ตั้งหน้าตั้งตารอนวลอรผู้ชอกช้ำคนนั้น? ซึ่งนวลอร..ก็รอคนอีกคนหนึ่ง ที่เพิ่งเข้าสู่ประตูวิวาห์..โอย.. ตอนนี้ทุกคนมีความรักข้างเดียวกันหมด..และเจ็บช้ำโดยทั่วหน้า โอแม่เจ้า..&lt;br /&gt;"ขอโทษนะคะที่ให้รอนาน" พิมพ์สวมชุดนอนออกมาจากห้องนอน ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากขอโทษคนที่รออยู่&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรค่ะ..จะทานหรือยังคะ?"&lt;br /&gt;"ค่ะ"&lt;br /&gt;ค่ะ.. แต่เธอไม่หิวเลย เธอไม่หิวอะไรมานานแค่ไหนแล้วไม่ทราบ .. อาจตั้งแต่เริ่มรู้สึกร้อนรุ่มกับการคิดถึงนวลอร และเธอก็เกิดความรู้สึกหลากหลายในจิตใจ และความรู้สึกเหล่านั้นมันเปิดฉากถกเถียงกันวุ่นวาย ทำให้เธอเกิดความเครียดจนกินอะไรไม่ค่อยได้ และนอนไม่ค่อยหลับ&lt;br /&gt;อาหารของมินตรา คืออาหารที่ซื้อมาใส่จาน ส่วนที่ทำเองเห็นจะมีเพียงจานเดียวคือไข่เจียว มินตราเก่งในงานอาชีพแต่ไม่เก่งงานครัวซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้หญิงสมัยนี้ และพิมพ์ไม่เคยถือสาเพราะเธอเองก็ไม่ถนัดงานครัวเช่นกัน และเธอก็ไม่ใช่คนจู้จี้ในเรื่องนี้ สำหรับเธอแค่ข้าวกับไข่เจียวเธอก็ทานได้สบายๆ&lt;br /&gt;"ทานเยอะๆนะคะ" มินตราบอกพลางตักอาหารใส่จานให้&lt;br /&gt;"ผัดผักเจ้านี้อร่อยค่ะ วันหลังจะลองผัดดูบ้าง ทำบ่อยๆ คงอร่อยไปเอง.."มินตราพูดเหมือนบ่นงึมงัม&lt;br /&gt;พิมพ์เลิกคิ้ว.. อืม.. อยู่ดีๆ คิดจะหัดทำอาหาร .. มีเวลาว่างมากนักหรือไงคุณ?.. เธอได้แต่คิดแต่ไม่พูดอะไร ได้แต่มองมินตราแล้วก็ยิ้มและส่ายหน้า&lt;br /&gt;"ไข่เจียวใส่ใบหอมซอย"มินตราบอก&lt;br /&gt;"ลองทานดูสิคะ"&lt;br /&gt;"อร่อยดีคะ"พิมพ์เอาใจ&lt;br /&gt;"พรุ่งนี้ไปซื้ออะไรมาทำทานกันนะ"มินตรายิ้มละไมแต่ปนเศร้า&lt;br /&gt;"ไปหาอะไรทานที่หาดดีกว่าค่ะ"พิมพ์บอกเธออย่างอ่อนโยน ..&lt;br /&gt;"วันหยุดมีไว้ให้พักผ่อนนะคะ วันทำงานก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว"&lt;br /&gt;"ตามใจ"&lt;br /&gt;"เอางี้ก็ได้ค่ะ มินตราอยากทานอะไร ตอนเย็นเราแวะซื้อของสดที่ตลาดริมหาดมาทำก็ได้ พิมพ์จะทำให้คุณนายทานเอง"&lt;br /&gt;"จริงหรือคะ?"มินตรายิ้มมากขึ้น ดวงตาเป็นประกายน่ามอง ยามปรกติมินตราจะมีแววตาที่แจ่มใส แม้นหน้าตาจะดูขรึมๆ เฉยๆ ก็ตามที&lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ"&lt;br /&gt;เฮ้อ.. ใช่ว่าพิมพ์จะหน้ามืดตามัว มองไม่เห็นความน่ารักของมินตรานะ แต่เธอก็คิดถึงนวลอร .. ความรู้สึกที่เธอมีต่อผู้หญิงที่หัวใจบอบช้ำคนนั้นช่างรุนแรงเหมือนเธอโดนเสน่ห์อย่างจัง แต่เธอก็รู้อีกแหล่ะว่าไม่ใช่หรอก .. มันเป็นกลอันหนึ่งในชีวิต ที่คงถูกลิขิตมาเช่นนี้มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งนี้เธอมาหามินตรา เพื่อสำรวจหาความรักของเธอที่มีต่อมินตราที่อาจหลงเหลืออยู่ ซึ่งเธอจะได้ฟื้นฟูซ่อมแซมมันให้ดีดังเดิม หรืออาจต้องสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อเธอจะได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องและกลับไปมีชีวิตเหมือนเดิมให้ได้&lt;br /&gt;แต่ก่อนนี้พิมพ์ไม่เคยต้องพะวงถึงโทรศัพท์แม้นแต่น้อย เพราะเธอไม่รู้สึกว่าเธอต้องโทรหาใครถ้าไม่ใช่เรื่องงาน หรือเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน แม้นกระทั่งกับมินตราเธอก็โทรหาน้อยเพราะส่วนใหญ่มินตราจะเป็นคนโทรหาเธอเองถ้าว่าง&lt;br /&gt;งานของมินตรามีมากมายในแต่ละวัน แม้นเวลาจะหยุดพักทานอาหารกลางวันก็ยังไม่เคยตรงเวลาสักวันเดียว ดังนั้น เวลาทำงานของมินตราจึงเป็นเวลาที่พิมพ์ไม่เคยรบกวน เพราะแม้นเพียงหนึ่งนาทีก็มีค่ามากมายเหลือเกิน&lt;br /&gt;แต่กับนวลอร แม้นเวลาทำงานของเธอ พิมพ์ก็ยังปรารถนาจะได้ยินเสียงสักคำหรือสองคำ เธอรู้สึกว่าตัวเองชักจะอาการหนักขึ้นทุกวัน และชักจะทำตัวรุ่มร่ามกับชีวิตของผู้หญิงคนนี้มากเกินไป แต่เธอก็ห้ามตัวเองไม่ค่อยอยู่ จนกระทั่งบางทีรู้สึกโมโหตัวเอง&lt;br /&gt;และบัดนี้มันถึงเวลาแล้วจริงๆที่เธอต้องเลิกยุ่งกับชีวิตของผู้หญิงคนนี้เสียที ต้องตัดใจเลิกรักผู้หญิงคนนี้เสีย ..เพราะเธอไม่เป็นที่ต้องการของนวลอรอีกต่อไปแล้ว.. หากเธอยังขืนดื้อดึง เธอจะกลายเป็นตัวน่าลำคาญ และรู้สึกตกต่ำไร้ค่าไร้ราคามากไปกว่านี้ ..&lt;br /&gt;พิมพ์อยากมีรักอย่างเดิม รักแบบเย็นฉ่ำเรื่อยรินเหมือนสายน้ำที่ไหลรินแต่น้อย แต่ไหลเรื่อยไปไม่มีวันหยุด .. "รัก"อย่างที่เธอเคยรักมินตรา ผู้หญิงที่เป็นของเธอทั้งกายใจ และเป็นคนในชีวิตจริงของเธอ ซึ่งเธอแตะต้องสัมผัสได้ถึงทุกๆ อารมณ์ ทุกๆ ความรู้สึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากทานอาหารมื้อนั้นผ่านไปเรียบร้อยแล้ว พิมพ์เก็บจานไปล้างตามที่เคยทำ เสร็จแล้วมินตราจึงหายาให้เธอทานแล้วสองคนก็นั่งดูโทรทัศน์อยู่ด้วยกันที่โซฟาอย่างเงียบๆ&lt;br /&gt;กริ่งโทรศัพท์มือถือของมินตราก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วหันมาบอกพิมพ์ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่พุด"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นคือพี่ชายของมินตราเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สวัสดีค่ะพี่พุด..ถึงตั้งนานแล้วค่ะ เพิ่งทานข้าวเสร็จ กำลังจะให้โทรกลับบ้านอยู่พอดี&lt;br /&gt;.. ปลอดภัยดีค่ะ อวัยวะทุกชิ้นมาถึงครบค่ะ พี่พุดสบายดีนะคะ มินสบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ&lt;br /&gt;.. แม่เป็นไงบ้างคะ ค่ะ .. ค่ะ อ๋อ ค่ะ.. ดีค่ะ เอ้อ..พิมพ์ขาพิมพ์ .. พี่พุดจะพูดด้วยค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์รับโทรศัพท์จากมินตรา..แล้วคุยกับพี่ชายพักหนึ่ง อยู่กับมินตราปรกติเธอจะให้เวลาทั้งหมดที่มีกับมินตราโดยไม่พกโทรศัพท์&lt;br /&gt;เพราะสำหรับคนในครอบครัวของเธอแล้ว หากเธออยู่กับมินตรา เมื่อพวกเขาต้องการคุยกับเธอ&lt;br /&gt;ก็สามารถโทรมาที่เบอร์บ้าน หรือเบอร์โทรศัพท์มือถือของมินตราได้ทุกเมื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอรู้สึกว่าเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันกับมินตรานั้นมีไม่มากมาย เมื่อได้อยู่ด้วยกันเธอควรให้เวลาทั้งหมดแก่ผู้หญิงคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันนี้เธอกลับเปิดโทรศัพท์มือถือ โดยตั้งระบบเรียกเข้าแบบสั่นเอาไว้ และแอบวางไว้ในลิ้นชักโต๊ะเล็กข้างเตียง&lt;br /&gt;..เพราะเธออยากรู้ว่านวลอรจะโทรหาเธอหรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลอรโทรถึงเธอครั้งหนึ่งในคืนนี้ แต่เธอไม่ได้โทรกลับ ทั้งๆ ที่เธอนึกสงสัยว่านวลอรมีธุระอะไรกับเธออีกหนอ?&lt;br /&gt;.. ก็ทั้งๆ ที่เธอเองถึงกับเป็นไข้ เพราะคิดว่าถูกนวลอรตัดเยื่อใยไม่เหลือแม้นแต่ความเป็นเพื่อน&lt;br /&gt;เธอคิดตลอดเวลาว่าต่อไปนี้เธอคงไม่ได้ยินเสียงของนวลอรอีกแล้ว และต่อไปนี้นวลอรคงบล็อกเธอตลอดกาล&lt;br /&gt;เธอไม่มีวันจะได้พบผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปไม่ว่าทางใด .. แต่นวลอรก็โทรมา .. และทำให้เธอรู้สึกดีใจจนยิ้มออกมาได้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รอเดี๋ยวนะคะมินตรา.. เอ หรือรอให้เข้านอนก่อนดีกว่าค่อยให้"พิมพ์เอ่ยเมื่อนึกได้&lt;br /&gt;แต่แล้วกลับทำท่าลังเลใจ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อะไรกันคะ?"มินตราหัวเราะในท่าทางของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่บอกค่ะ"ท่าทางเธออารมณ์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"งั้นเข้านอน.."มินตราลุกขึ้นเดินไปปิดโทรทัศน์ ปิดไฟ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้พิมพ์หัวเราะขึ้นมาบ้าง.. เธออยากอุ้มมินตราเหลือเกิน อุ้มเหมือนที่เคยอุ้ม&lt;br /&gt;อุ้มเดินแล้วจะได้ยินเสียงหัวเราะสดใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แปลกที่เธอกลับไม่กล้าที่จะทำอย่างนั้นในวันนี้ ...เหมือนเธอเกรงใจสายตาใครบางคน&lt;br /&gt;หรือเธออายในบางอย่างที่เธอเคยบอกกับมินตราไว้ ... บางอย่างนั้นก็คือ คำว่าเธอรักคนใหม่&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์เดินไปหยิบกระเป๋าบนหลังตู้เสื้อผ้าลงมา แล้วล้วงหาของสิ่งหนึ่งที่ใส่ไว้กระเป๋าซิบชั้นใน&lt;br /&gt;พอได้มาแล้วเธอก็เก็บกระเป๋าใบนั้นไว้ที่เดิม และเดินมานั่งข้างๆ มินตราบนเตียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้ พร้อมกับทอดสายตามองใบหน้าขาวสะอาดของมินตราอย่างอ่อนโยน&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทำมาให้ค่ะ"เธอบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตรารับมาไว้ และเปิดกล่องออก พบแหวนเรือนทอง ประดับด้วยอัญมณีสีฟ้าใสมีประกายล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็กๆโดยรอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตรายิ้ม.. ผู้หญิงกับเครื่องประดับเป็นของคู่กันเสมอ ใครได้ชมแล้วไม่ยิ้มเป็นไม่มี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นี่เรียกว่าอะไรคะพิมพ์"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หัวแหวนหรือคะ? เอ้อ.. จำไม่ได้ค่ะ ต้องไปถามแม่ แม่ให้น่ะค่ะแม่บอกว่าเหมาะกับมินตรา&lt;br /&gt;ให้พิมพ์ไปทำแหวนให้มินตรา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ของเก่าแก่สิคะนี่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่ทราบค่ะ พิมพ์ก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน แม่บอกต้องล้อมด้วยเพชรถึงจะสวย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แล้วแม่หรือพิมพ์คะที่เป็นคนจ่ายเงิน?"มินตราหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แม่ยอมจ่ายให้ก็เยี่ยมสิคะ"พิมพ์พลอยหัวเราะไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ใส่ให้ด้วยสิคะ"มินตรายื่นมือให้ .. เมื่อพิมพ์มองเธอ เธอก็ยิ้ม ..&lt;br /&gt;ใส่ให้ด้วยสิคะ.. แปลกแฮะ ฟังดูแปลก เพราะไม่เคยพูดแบบนี้สักที หรือนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่มินตราจะปรับปรุงตัว&lt;br /&gt;โถ..เป็นคนเดิมเถอะมินตรา ... คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรแม้นแต่นิดเดียว..จริงๆ&lt;br /&gt;นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พิมพ์ก็สวมแหวนให้เธอ นิ้วมินตรากับนิ้วพิมพ์เท่ากัน สามารถใส่แหวนขนาดเดียวกันได้&lt;br /&gt;เลยไม่ลำบากที่จะทำแหวนให้เธอใส่สักวง มินตราโอบกอดพิมพ์และบอกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ชอบไหมคะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ชอบค่ะ..สวยมาก แต่ไม่ควรใส่นอนนะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตราทำให้พิมพ์หัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถอดเก็บค่ะ เอาใส่ลิ้นชักไว้"เธอบอกมินตราอย่างหยอกเย้า และมินตราก็ทำตามโดยดี&lt;br /&gt;โดยมีเธอช่วยเดินเอากล่องแหวนวงนี้ไปเก็บในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์ทำแหวนให้มินเป็นที่ระลึกก่อนจากหรือคะ?"มินตราเอ่ยถามเมื่อพิมพ์เดินมานั่งด้วยข้างๆ&lt;br /&gt;และบรรยากาศอันอึมครึมก็เกิดขึ้นอีกภายในห้องนอนแห่งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ถอนหายใจยาวเหยียด แล้วเขยิบขึ้นไปนอนเหยียดแขนเหยียดขา ลมหายใจของเธอร้อนผ่าว&lt;br /&gt;มินตราหันไปชะโงกหน้ามอง โดยมีเครื่องหมายคำถามอันใหญ่อยู่บนใบหน้าของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์สัญญาแล้วไงคะ ว่าพิมพ์จะอยู่กับมินตรา" พิมพ์ลูบแก้มขาวๆ นั้นเบาๆ&lt;br /&gt;และร่างของมินตราค่อยๆ เอนลงนอนเคียงข้างกับคนที่เธอรัก พิมพ์ขยับตัว เหยียดแขนออกให้เธอหนุนเหมือนอย่างเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อได้อยู่แนบชิดกับมินตราอย่างนี้ ... พิมพ์รู้สึกตื้นตันอย่างประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนเธอต้องร้องไห้ออกมาอย่างสุดที่จะอดทนได้ ทำไมเธอต้องรักคนอื่น? ทำไมเธอจึงต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้ต้องเจ็บร้าวถึงเพียงนี้?&lt;br /&gt;และต่อไปนี้เธอและมินตราจะอยู่กันอย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มินตรา.."พิมพ์พลิกตัวกอดร่างของมินตราเอาไว้แสนถนอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์ขอโทษค่ะ..พิมพ์ขอโทษ"..เธอสะอื้นไห้ .. เธอทำผิดร้ายแรงเหลือเกิน&lt;br /&gt;และทั้งที่เธอผิด แต่เธอกลับถูกปลอบประโลมด้วยมืออันนิ่มนวล ที่ลูบไล้อยู่บนศีรษะของเธออย่างอ่อนโยน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์ทำให้มินตราเจ็บปวดมากใช่ไหมคะ? พิมพ์จะต้องทำยังไงถึงจะทดแทนให้มินตราได้?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์และมินตราต่างได้แต่กอดกันและร้องไห้สะอึกสะอื้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แค่เป็นคนเดิม..ก็พอ"มินตราบอกด้วยเสียงอันสั่นสะท้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มินตราไม่โกรธพิมพ์เลยหรือคะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตราส่ายหน้า..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แค่พิมพ์กลับมาหามิน..มินก็รู้ว่าเราเริ่มต้นใหม่ได้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ.." เราจะเริ่มต้นใหม่ ขอบคุณนะคะมินตราที่ให้โอกาสคนรักที่เหลวไหลคนนี้ของคุณ&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รุ่งสางแล้ว ..พิมพ์ตื่นขึ้นมาพบว่ามินตรานอนหนุนแขนเธออยู่ และซุกหน้าอยู่กับซอกคอของเธอ&lt;br /&gt;มือขวาของเธอจับมือของมินตราที่ป่ายมากอดเธอเอาไว้ .. ทำให้เธอคิดถึงเมื่อแรกที่เธอมีความสัมพันธ์หวานชื่นกับมินตรา&lt;br /&gt;แล้วตื่นขึ้นมาตอนเช้าในท่านี้ ท่าที่เธอจับมือผู้หญิงคนนี้เอาไว้ตลอดเวลา..ตอนนั้นมินตรายิ้มละไมและถามเธอว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลัวมินหายหรือคะพิมพ์? .. พิมพ์อดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงคำตอบที่แสนจะเชยนั้นของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์กลัวต้องพรากจากมินตรา ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตราลืมตามองพิมพ์ แล้วถามอู้อี้ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทำไมตื่นเช้าจังคะ?"เธอขยับตัวไปมาเล็กน้อยและคลึงศีรษะซุกไซร้อยู่กับซอกคอของพิมพ์เหมือนอาการของแมวตัวน้อยที่ชอบประจบประแจง&lt;br /&gt;เธอมองเห็นพิมพ์จับมือเธออยู่แล้วยิ้มละไมอย่างมีความสุขอย่างเช่นเคย .. และเธอก็รู้สึกได้ว่าเนื้อตัวของมินตราไม่ร้อนมากเหมือนเมื่อคืนนี้แล้ว&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนที่เธอไปหาพิมพ์หนก่อน แม้นว่าอะไรๆ จะดูเหมือนเดิม แต่พิมพ์ไม่ได้จับมือเธอดั่งเคย&lt;br /&gt;กลับนอนเอามือกุมหน้าผากเหมือนคนอมทุกข์ เธอคิดว่าพิมพ์ตื่นแล้ว แต่ปรากฏว่าพิมพ์หลับสนิทในท่านั้น&lt;br /&gt;มินตรารู้สึกว่าพิมพ์มีความทุกข์อย่างมาก และมันตกตะกอนอยู่ในใจจนแสดงออกตอนที่เธอหลับสนิท&lt;br /&gt;และต่อมาเมื่อพิมพ์โทรมาบอกเลิกกับเธอ เธอจึงทราบว่าความทุกข์ใหญ่หลวงของพิมพ์นั้นคืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รอดูตะวันขึ้นค่ะ"พิมพ์บอกเบาๆ พลางจับมือมินตรามาจูบ แล้วลูบไล้มือนั้นไปมา&lt;br /&gt;จากนั้นจับมาวางไว้บนหัวของเธอ แล้วมินตราก็ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์เคยพามินตราไปรอดูตะวันขึ้นในวันปีใหม่ที่หาดนราทัศน์ จังหวัดนราธิวาส เมื่อทราบว่าตะวันจะโผล่พ้นจากขอบฟ้าจากที่นั่นเป็นที่แรกในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้นเมื่อมินตราชวนพิมพ์ไปพักผ่อนที่ภูเก็ต และอยากไปดูตะวันตกดินที่แหลมพรหมเทพ&lt;br /&gt;ที่ๆ หลายคนกล่าวขานกันว่าจะได้เห็นภาพตะวันตกดินที่สวยที่สุด แต่พิมพ์ปฏิเสธที่จะไป&lt;br /&gt;กลับพาไปทานอาหารทะเลแถวหาดราไวแทน และเมื่อเธอซักไซ้ถึงเหตุผล พิมพ์ก็ตอบว่า "ตะวันขึ้นคือสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่สดใสของความรัก&lt;br /&gt;ส่วนตะวันตกดินเหมือนการจบสิ้นของความรัก พิมพ์ไม่ชอบตะวันตกดิน พิมพ์รู้สึกหดหู่เศร้าหมองทุกครั้งเมื่อเห็นตะวันตกดิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และครั้งนี้พิมพ์รอดูตะวันขึ้น .. เนื่องจากเธอปรารถนาจะเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับคนเดิมที่แสนดีของเธอ&lt;br /&gt;.. เธอหวังว่าด้วยความรักที่มากพอของมินตรา จะช่วยให้เธอเข้มแข็งพอที่จะก้าวออกมาจากความรู้สึกผูกพันที่มีต่อผู้หญิงคนนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่ชายหาดที่มีชื่อเสียง หาดที่เธอกับมินตราชอบที่จะมาเที่ยวในวันหยุด&lt;br /&gt;แม้นบางหนสองคนจะได้แต่นั่งอยู่แต่ในรถที่จอดอยู่ข้างทางริมชายหาดเพราะฝนตก แล้วนั่งบ่นกันอยู่สองคน&lt;br /&gt;แต่พวกเธอก็มีความสุข&lt;br /&gt;หนนี้แดดร้อนจ้า ทุกอย่างสว่างไสว น้ำทะเลมีสีครามหม่นๆ แต่ท้องฟ้าใสกระจ่างตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่ใส่แว่นกันแดดหรือคะพิมพ์?"มินตราเอ่ยถามอย่างสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"วันนี้พิมพ์อยากมองทุกอย่างด้วยตาจริงๆ"พิมพ์บอกพลางส่งยิ้มให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถึงแดดจะจ้าไปหน่อย แต่ฟ้าก็สวย"เธอว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"และมินตราก็สวยเหลือเกิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตราหัวเราะขัน เพราะมันเหมือนกับว่าคนรักของเธอกำลังเริ่มจีบเธอใหม่อีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สวยเหลือเกินฟังดูดีกว่าสวยเกินไป"มินตราว่าพลางยิ้มพลาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ยิ้มให้เธอ.. และบอกเธอในใจว่า ..และหัวใจของคุณก็สวยเหลือเกิน... อดทนนิดนะคะคนดี&lt;br /&gt;.. พิมพ์จะกลับมาเป็นคนเดิมของคุณโดยไว .. พิมพ์สัญญาค่ะมินตรา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนสองคนหิ้วรองเท้าลงเดินเลียบหาดทรายให้ฝอยน้ำทะเลซัดเท้าเล่น แม้นแดดจะร้อน&lt;br /&gt;แต่ลมทะเลที่พัดอยู่อื้อๆ ช่วยไล่ความร้อนออกไปเป็นระยะๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ไม่ได้รวบผม เธอปล่อยให้ลมตีผมเธอไปด้านหลังกระจุยกระจาย ส่วนมินตรามีผมสั้นเคลียต้นคอทั้งๆ&lt;br /&gt;ที่เธอดูหวานกว่า แต่พิมพ์มักล้อเธอว่า ถ้าเธอจะเป็นทอมก็เป็นได้ และเธอก็มักจะหัวเราะพร้อมกับแย้งว่า&lt;br /&gt;คนจะเป็น ทอมเป็นดี้ มันเริ่มต้นเป็นที่ข้างในต่างหาก ไม่ได้เริ่มต้นเป็นจากทรงผมหรือการแต่งตัวเสียหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้พิมพ์ไม่ได้รับงานจากใครเป็นพิเศษ เธอรับผิดชอบแค่เพ้นท์ผ้าบาติกออกมาพอให้มีขายอยู่ในร้านจำนวนหนึ่งเรื่อยๆ&lt;br /&gt;เท่านั้น และแม่ก็บอกให้เธออยู่นานๆ .. แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะกลับในวันอาทิตย์&lt;br /&gt;เพราะเธอไม่ทราบจะทำอะไรในวันธรรมดาที่มินตราต้องไปทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์คิดถึงแม่แล้วนึกขัน แม่รักมินตราเหลือเกิน ท่านไม่เคยถามถึงความสัมพันธ์ของเธอและมินตราว่าเป็นไปแบบไหน&lt;br /&gt;แต่ท่านก็ดูหวงเธอ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเธอกำลังติดต่ออยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง&lt;br /&gt;เพราะครั้งหนึ่งเมื่อเธอวางสายจากนวลอร แม่ก็เปรยคำถามลอยลมมาถามเธอว่า .. จีบใครอยู่หือ?&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และตั้งแต่นั้นพิมพ์ก็พยามหลีกเลี่ยงให้ไกลแม่ ตอนที่คุยกับนวลอรทางโทรศัพท์ แต่ไม่นานก็ได้ยินพี่ชายกับแม่และน้าของเธอนินทาว่า&lt;br /&gt;.. ท่าทางมันมีพิรุธ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอรู้สึกว่าทุกคนในบ้านของเธออยู่ข้างมินตรา ทุกคนดูยินดีที่จะทำตัวเป็นสายสืบราชการลับให้มินตราเสมอ&lt;br /&gt;.. และสมมุติว่าถ้าเธอเลิกกับมินตราจริงๆ และพานวลอรเข้ามาแนะนำให้ที่บ้านรู้จัก&lt;br /&gt;นวลอรคงเจอปัญหาหนักแน่นอน.. แต่เธอจะคิดไปถึงตรงนี้ทำไมหนอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตอนนี้ เธอคิดว่าแม้นวลอรจะเปลี่ยนใจมารักเธอ เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว&lt;br /&gt;ด้วยเธอต้องรับผิดชอบดูแลความรู้สึกของผู้หญิงที่เธอจูงมือเดินอยู่นี่ .. เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะอยู่กับมินตราตลอดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้านวลอรยังปรารถนาจะคบหากับเธอ เธอก็จะขอคบอย่างเพื่อน อย่างที่นวลอรเคยขอเธอก่อนหน้านี้&lt;br /&gt;เพราะทั้งเธอและนวลอรจะได้ไม่ต้องหนักใจต่อกันมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเมื่อตัดใจเป็นเพื่อนได้กันแล้ว เธอคงไม่ต้องร้อนลนกระวนกระวายอีกต่อไป แต่เธอก็รู้ดีว่า&lt;br /&gt;ทุกอย่างเหล่านี้คงต้องใช้เวลาทำใจบ้าง .. และเธอก็จะได้เพื่อนที่ดีมาคนหนึ่ง เธอไม่จำเป็นต้องเสียใครไปนี่นา&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไปบ้านใหญ่กันนะคะ"มินตราชวนเมื่อกลับจากทะเลตอนบ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านใหญ่หมายถึงบ้านพ่อแม่ของเธอในเมือง บ้านที่พิมพ์ไม่ค่อยจะอยากไปเท่าไหร่นัก&lt;br /&gt;เพราะไปทีไรก็อึดอัดทุกที และนี่คือข้อแตกต่างของเธอกับมินตรา เพราะมินตรานั้นเข้ากับคนในครอบครัวของเธอได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;แต่ตัวเธอกลับเข้ากับครอบครัวของมินตรายากเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ"พิมพ์พยักหน้า และมินตราก็ยิ้มให้เธอเพื่อเป็นกำลังใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"วันก่อนคุณแม่กับพี่วิไลถามถึงนะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถามถึงพิมพ์นี่นะคะ?" พิมพ์หัวเราะขัน แต่เธอก็ไม่คิดว่ามินตราจะโกหกหรอก&lt;br /&gt;เพียงแต่เธอแปลกใจ ไม่คิดว่าคนในบ้านของมินตราจะถามถึงเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เจอกันอยู่เรื่อยๆ มาหลายปี พิมพ์หายไปตั้งครึ่งปีทำไมเค้าจะไม่ถามล่ะคะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้อ.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คุณแม่ถามว่าพิมพ์หายไปไหน ไม่เห็นมาตั้งนานแล้ว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ได้แต่ทำตาปริบๆ .. ครอบครัวของมินตราดูเป็นครอบครัวเฉยๆ เมยๆ หน้าตาแต่ละคนไม่ค่อยแสดงอารมณ์อะไรซักเท่าไหร่&lt;br /&gt;แถมต่างคนต่างพูดน้อยแม้นว่าจะพูดจากันสุภาพมากๆ แต่ก็ทำให้พิมพ์รู้สึกอึดอัดเสมอทุกครั้งเมื่อไปที่นั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอทราบว่ามีการถามถึงแบบนี้ทำให้พิมพ์รู้สึกแปลกๆ เพราะเธอรู้สึกมาตลอดว่าคนบ้านนี้ไม่ชอบเธอ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แล้วมินตราบอกท่านว่ายังไงคะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บอกว่าพิมพ์ย้ายไปอยู่เหนือนานแล้ว..พี่วิไลยังว่า ที่มินขึ้นเหนือบ่อยๆ&lt;br /&gt;เพราะพิมพ์ไปอยู่โน่นนั่นเอง มินก็เลยว่าใช่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์ทำให้มินตราเหนื่อยและสิ้นเปลือง"พิมพ์พึมพัม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เราหาเงินมาไว้ใช้นะคะพิมพ์ ส่วนเรื่องเหนื่อย.. ช่วงหลังนี้ยอมรับว่าเหนื่อยค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โถ.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์หันมามองมินตรา แล้วนึกโทษตัวเองอีกหน.. เธอรู้สึกว่าเหมือนเด็กเกเร ที่ทำอะไรก็ไม่ดีซักอย่าง&lt;br /&gt;เธอทำให้คนดีๆ อย่างมินตราต้องเสียเวลา เสียเงินทอง เหน็ดเหนื่อยและ.. เสียใจกับความเหลวไหลของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์รู้นี่คะว่าพิมพ์ควรทำยังไงมินถึงจะหายเหนื่อย"เธอหันมายิ้มให้&lt;br /&gt;และมันเป็นยิ้มที่น่ามองเหลือเกินทีเดียว ด้วยมินตรายิ้มทั้งปากและตา ซึ่งยิ้มแบบนี้พิมพ์ไม่ได้เห็นมานานแค่ไหนแล้วไม่ทราบ&lt;br /&gt;และมันทำให้หัวใจของเธออิ่มเอมและเต็มตื้น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าแปลกจริงๆ ที่หนนี้ บรรยากาศภายในบ้านใหญ่หลังนั้นดูจะสบายๆ กว่าเดิม เพราะเมื่อพิมพ์ไปไหว้พ่อและแม่ของมินตรา&lt;br /&gt;ท่านก็ถามไถ่เธออยู่นานกว่าปรกติ และพี่สาวคนโตของมินตราก็ถามถึงเรื่องราวที่กำลังเป็นข่าวอยู่ทางเหนือว่าเป็นจริงแค่ไหน&lt;br /&gt;เกี่ยวกับแก๊งยากูซ่า และแก๊งซามูไร ที่กำลังก่อความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ และน้องชายคนเล็กของของมินตราเมื่อทักทายเธอแล้วก็กลับไปง่วนอยู่กับเกมส์คอมพิวเตอร์ตามปรกติของเขา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือว่าที่ผ่านมานั้น เมื่อย่างเท้าเข้ามาที่นี่ เธอไม่เคยปล่อยตัวตามสบาย แต่เกร็งตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะมัวแต่คิดว่าใครต่อใครที่นี่คงมีอคติต่อเธอ?&lt;br /&gt;และมัวแต่คิดว่าพ่อแม่ของมินตราหวงลูกสาวคนนี้ไม่น้อย เพราะเธอเป็นใครก็ไม่รู้คนหนึ่งซึ่งแตกต่างทั้งความเป็นอยู่&lt;br /&gt;แตกต่างทั้งอาชีพการงานและการศึกษา อยู่ดีๆ ก็มาตามติดลูกสาวของท่าน อยู่ดีๆ ทำให้มินตราตัดสินใจซื้อบ้านส่วนตัวอยู่ตามลำพัง?&lt;br /&gt;ซึ่งทุกคนน่าจะถือว่าเป็นความผิดของเธอได้ และเธอก็รู้สึกตลอดมาว่าเธอถูกเฉยเมย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณพ่อของมินตราเป็นโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ แต่ท่านก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากลูกๆ&lt;br /&gt;และแถมด้วยเพื่อนของลูก ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ แต่กระนั้นพิมพ์ก็รู้สึกว่าต่อไปเธอควรเป็นฝ่ายเดินทางมาหามินตราเสียเองมากกว่า&lt;br /&gt;และควรถือโอกาสแวะเยี่ยมพ่อและแม่ของมินตราด้วย เอ.. นี่เธอรับนิสัยกระจายความรักความห่วงใยไปยังคนรอบข้างตั้งแต่เมื่อไหร่กันหนอ?&lt;br /&gt;.. มาคราวนี้เธอรู้จักห่วงครอบครัวที่เฉยเมยของมินตราด้วย .. ทั้งที่แต่ก่อนก็ไม่เคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจเป็นเพราะว่า เธอรู้สึกเอาว่าครอบครัวนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง เนื่องด้วยเป็นครอบครัวที่มีฐานะดี&lt;br /&gt;ลูกๆ ล้วนอยู่กันไม่ห่าง และพวกเขาสามารถดูแลท่านได้ดี โดยเฉพาะตัวมินตรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คราวนี้เธอรู้สึกห่วง .. เพราะการที่เธอไม่ได้พบพวกท่านมาหลายเดือน ครั้นกลับมาใหม่จึงเริ่มสังเกตว่า&lt;br /&gt;ท่านแก่และอ่อนแอลงจากเดิม ดังนั้นจึงดูเป็นการไม่ยุติธรรมเท่าไหร่นัก กับการที่จะให้คนมีห่วงอย่างมินตราเดินทางไกลไปพบเธอแต่เพียงฝ่ายเดียวอย่างแต่ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ต่อไปพิมพ์เป็นฝ่ายมาหามินตราเองดีกว่า"พิมพ์บอกขณะขับรถกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เปลี่ยนๆ กันอย่างนี้ก็ดีแล้วนี่คะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์รู้สึกว่าพิมพ์เอาเปรียบมินตราอยู่ในเรื่องนี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คิดมากไปได้ มินไปเพราะอยากไปค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้พิมพ์หัวเราะเบาๆ เพราะนึกขัน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หัวเราะอะไร?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หัวเราะที่มินตราพูด ทำไมมินตราไม่บอกว่าไปเพราะคิดถึง?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พิมพ์มาเพราะคิดถึงหรือคะ?"มินตราถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ.. เธอมานี่เพราะคิดถึงหรือเปล่าหนอ? คิดถึงสินะ เธอคิดถึงมินตรา เธออยากมากอดมินตราเอาไว้&lt;br /&gt;และบอกว่าขอโทษ.. เธอคิดถึงผู้หญิงคนนี้มากกว่าเดิม เพราะเธอรู้ว่าเธอทำให้มินตราเสียใจใหญ่หลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คิดถึงค่ะ คิดถึงมากเป็นห่วงมาก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเป็นแต่ก่อน เธอคงต้องขอพูดอีกประโยคหนึ่ง.. แต่ตอนนี้เพราะเธอไม่แน่ใจ เธอจึงไม่สามารถพูดออกมาได้&lt;br /&gt;.. อา... สำหรับเธอ คำว่ารัก เป็นถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ ที่เธอไม่สามารถจะพูดออกมาพล่อยๆได้&lt;br /&gt;.. เพราะแม้นไม่มีใครรู้ แต่เธอก็รู้แก่ใจดี ว่าขณะนี้เธอรักใคร.. มินตรา.. ให้เวลาพิมพ์หน่อยนะคะ..&lt;br /&gt;อย่าเพิ่งถอดใจเสียก่อน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"กลับบ้านเลยหรือคะมินตรา?จะแวะไหนหรือเปล่า?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่แวะค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วสองคนก็อยู่ในความเงียบเหมือนไม่มีอะไรจะพูดกัน มินตราเปิดเพลงฟัง เป็นเพลงสากลเก่าๆ&lt;br /&gt;อย่างที่เธอชอบและพิมพ์ก็ชอบ.. แต่แม้นว่าเธอกับมินตราจะไม่ได้พูดอะไรกันต่อ แต่เธอก็รู้สึกสุขสงบๆ&lt;br /&gt;และเยือกเย็น .. เธอชอบความรู้สึกอย่างนี้จริงๆ เธอไม่ปรารถนาที่จะรุ่มร้อนดั่งมีไฟฟอนมาสุมอกเหมือน..&lt;br /&gt;เหมือนทุกครั้งที่เธอคิดถึงผู้หญิงคนนั้น ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์มองโทรศัพท์มือถือของเธออย่างหงุดหงิด .. ก่อนจะหย่อนมันลงไปในลิ้นชักที่โต๊ะเล็กข้างเตียงตามเคย เธอรอนวลอร.. เธอคิดถึงนวลอร นั่นเป็นความจริงที่เธอไม่สามารถปฎิเสธได้ พิมพ์มองตัวเองที่หน้ากระจกเงาในห้องน้ำ .. เธอเปลี่ยนไปแล้ว แม้นหน้าตาของเธอจะเป็นพิมพ์คนเดิม.. พิมพ์เอื้อมมือแตะเงาในกระจกแล้วภาพนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของนวลอร ใบหน้าที่เธอเคยเห็นในภาพที่นวลอรส่งมาให้เธอดู ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลอรไม่ใช่คนสวย แต่สำหรับพิมพ์ ความสวยไม่ใช่เรื่องสำคัญ .. พิมพ์ชอบคนที่เธอรู้สึกว่าเป็นผู้หญิง ที่อ่อนโยน อ่อนหวาน และนิ่มนวล นวลอรเป็นเช่นนั้น .. เธอดูเป็นผู้หญิงอ่อนโยน และอบอุ่น แม้นว่าเธอจะดูอ่อนแอเกินไป แต่พิมพ์ก็รักเธอ.. รักแม้นไม่เคยพบปะตัวตน รักแม้นรู้ว่าขณะนี้ผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถรับอะไรได้แม้นแต่น้อย เพราะหัวใจอันบอบช้ำของเธอโหยหาแต่คนที่ทำให้เธอเจ็บ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นวลอรก็ผูกพันกับเธอนะ เธอและนวลอรตั้งแต่รู้จักกันไม่เคยขาดการติดต่อกัน ..เธอและนวลอรเป็นคนสองคนที่ต้องติดต่อสื่อสารกันทุกวัน หาไม่ ใจเธอคงขาดรอนเหมือนที่กำลังจะขาดใจอยู่ในขณะนี้ นวลอรรู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่หนอ? แต่นวลอรเคยโทรหาเธอวันละหลายหน เธอเองก็เป็นเช่นนั้น .. นอกจากนั้น เธอยังต้องคุยผ่านโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นวันละหลายๆ ชั่วโมง คุยกันไม่เบื่อไม่หน่าย .. เธออยากคุยกับนวลอรตลอดเวลาและตลอดไป.. ตลอดชีวิตเสียด้วยซ้ำถ้านวลอรจะยินยอม...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ร้องไห้... เธอเห็นภาพเธอและนวลอรซ้อนกันอยู่ในกระจกบานนั้น และภาพนั้นกำลังร้องไห้น้ำตาไหล.. ที่สุดภาพในกระจกเงานั้นก็สะอึกสะอื้น.. นวลอร.. ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน .. และตอนนี้ฉันรู้สึกทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้แม้นกระทั่งว่า ฉันจะวางตัวอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ก้าวลงอ่าง น้ำอุ่นๆ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในอ้อมกอดใครคนหนึ่ง.. เธอวักน้ำล้างหน้า อา.. ฉันจะเอาอะไรมาล้างข้อมูลทุกอย่างออกไปจากหัวใจฉันดี เพื่อฉันจะได้เป็นคนเดิมจริงๆ เสียที ฉันต้องทำอย่างไรหนอ ฉันจึงจะมีความสุขกับชีวิตเรียบๆ เหมือนเดิม ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจะทำอย่างไรดี ที่จะไม่ต้องรอการติดต่อจากเธอ? จะทำอย่างไรจึงจะเลิกรักเธอได้?...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์จะทำอย่างไรได้ นอกจากอาบน้ำนานๆ จากนั้นก็ออกทานอาหารเย็นกับมินตรา แล้วนั่งดูรายการโทรทัศน์ด้วยกันอย่างเงียบๆ ความจริงทุกอย่างเหล่านี้ก็เป็นชีวิตปรกติของเธอและมินตรา ชีวิตที่เคยมีความสุขอย่างสงบๆ แต่คราวนี้ เป็นเพราะหัวใจของเธอไม่สงบ เธอจึงไม่มีความสุขแม้นแต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์รู้สึกเหงา ทั้งที่ไม่ควรเหงา .. แต่เธอก็เหงา .. เหงาจนเธอต้องเอ่ยปากขอเล่นเน็ต.. เธออ่านดวงตาของมินตราออกว่ามินตราปวดร้าวเหลือเกิน แต่.. แต่ผู้หญิงคนนี้ก็สงสารเธอเหลือเกินเช่นกัน&lt;br /&gt;“เอาสิ” มินตราพยักหน้าอนุญาต&lt;br /&gt;“ขอบคุณ”เธอยิ้มเหงาๆ&lt;br /&gt;พิมพ์จึงมานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และต่ออินเตอร์เน็ตด้วย account รายเดือนของเธอเอง และ sign in เข้าสู่โปรแกรม MSN เผื่อว่าเธอจะได้พบกับนวลอร .. และเธอก็ยิ้มออกมาได้ เมื่อพบว่านวลอรกำลังออนไลน์อยู่ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธออยากบอกนวลอรเหลือเกินว่าเธอคิดถึงแสนคิดถึง แต่พิมพ์ก็ทำไม่ได้ .. เธอได้แต่พูดคุยกับนวลอรตามปรกติ และนวลอรก็ดูเกรงอกเกรงใจ อยากให้เธอใช้เวลากับมินตราให้มากที่สุด&lt;br /&gt;ในขณะที่พิมพ์อยากยืดเวลาคุยกับนวลอรให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ .. แต่เธอก็มองเห็นมินตรา .. มินตราดูรายการโทรทัศน์จนจบ แล้วเข้านอน .. แต่เธอยังคุยอยู่กับนวลอรอีกพักใหญ่ ก่อนจะร่ำลา และปิดเครื่อง..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตราไม่ได้หลับ เมื่อพิมพ์เอนตัวนอนข้างๆ และขยับตัวยืดแขนออกให้หนุน เธอก็หนุนแขนนั้นอย่างเคย.. มินตราคนดี.. ฉันผิดมากใช่ไหมนี่?.. แล้วทำไมเธอไม่ต่อว่าฉันซักคำ?...&lt;br /&gt;“พิมพ์คุยกับเธอหรือคะ?”&lt;br /&gt;“ค่ะ”พิมพ์ตอบตรงแสนตรง&lt;br /&gt;“พิมพ์จะเป็นเพื่อนกับเธอ”..&lt;br /&gt;มินตราพยักหน้ารับทราบ เธอซุกหน้าเข้าหาพิมพ์..และอยู่ในท่านั้นนิ่งๆ เนิ่นนาน&lt;br /&gt;“พิมพ์ขอเป็นเพื่อนกับเธอได้ไหมคะมินตรา”..&lt;br /&gt;คราวนี้มินตราขยับออกห่างเธอ เพื่อที่จะมองหน้าพิมพ์ได้ถนัด แม้นว่าในห้องจะปิดไฟหมดแล้ว แต่ห้องก็ไม่ถึงกับมืดสนิท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตรากำลังมองหาความจริงใจจากคนรักของเธอ .. คนสองคนกำลังคุยกันด้วยภาษาใจ ผ่านทางดวงตา.. มินตราจำได้ว่าเธอกับพิมพ์มองตากันมากกว่าพูด.. พิมพ์แทบจะไม่ละสายตาจากเธอเลยเมื่อแรกที่รักกัน และพิมพ์บอกรักเธอด้วยสายตาตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตามใจค่ะ”มินตราตอบ&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”พิมพ์ยิ้มให้ และรู้สึกขอบคุณจริงๆ ตามที่พูด.. ขอบคุณค่ะมินตราคนดี.. ขอบคุณที่เข้าใจพิมพ์&lt;br /&gt;พิมพ์รู้สึกสบายใจ และชื่นใจจนต้องขอจูบที่หน้าผากมินตราเบาๆ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตรากอดพิมพ์ไว้ และแอบร้องไห้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้แท้จริงแล้วฉ่ำเย็นน่ารัก เธอช่างโชคดีที่คนๆ นี้รักเธอเหลือเกิน.. เธอภาวนาขอให้เธอทำใจได้โดยเร็ว เพื่อเธอจะไม่ต้องทำให้ผู้หญิงแสนดีคนนี้เจ็บปวดชอกช้ำเพราะเธออีก..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มือของมินตราที่ลูบลงบนศีรษะของพิมพ์นั้นอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรัก.. พิมพ์รู้สึกถึงความรัก และความมีเมตตาอย่างมากมาย..เธอไม่ได้ขาดแคลนความรักและความอบอุ่น..เธอได้รับสิ่งเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา หรือว่า..เธอได้รับมันมากเกินไป..ความเป็นมินตราในความรู้สึกของพิมพ์แต่เดิมนั้น เป็นผู้หญิงที่อบอุ่น เด็ดขาด และเข้มแข็ง อาจเพราะเธอรู้สึกว่ามินตราเข้มแข็ง และดูแลตัวเองได้ดี มากจนเมื่อเธอพบนวลอรเธอจึงรู้สึกปรารถนาจะแบ่งปันความรักให้กับนวลอร..เพราะนวลอรดูบอบบาง และต้องการคนดูแล..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มินตรา”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะคะ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณอะไรคะ?”&lt;br /&gt;“ขอบคุณที่คุณรักพิมพ์มากมายขนาดนี้”พิมพ์น้ำตาเรื้อ&lt;br /&gt;“ขอบคุณที่คุณเข้าใจ”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรค่ะ”มินตราตอบเบาๆ&lt;br /&gt;“พิมพ์เคยบอกนี่คะว่ามินเกิดมาเพื่อพิมพ์”...&lt;br /&gt;โถคนดี .. เธอช่างจดช่างจำ จำได้แม้นแต่คำพูดเก่าๆ ที่ฉันเคยพูดกับเธอนานมาแล้ว..&lt;br /&gt;“ค่ะ” พิมพ์ยิ้มอย่างมีความสุข ..&lt;br /&gt;ค่ะมินตรา .. และตอนนี้ พิมพ์ก็คิดว่า พิมพ์เองก็เกิดมาเพื่อมินตรา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์จูบที่เปลือกตาสองข้างของมินตรา และพบว่า ขนตานั้นเปียกชื้น.. อา มินตราคนดี ขอให้เราพ้นจากเหตุการณ์เหล่านี้โดยเร็วเถอะนะ คนที่เคยเข้มแข็งอย่างเธอจะได้ไม่ต้องร้องไห้เพราะคนไร้สาระอย่างฉันอีกต่อไป ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเช้าวันใหม่ที่พิมพ์รู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน เมื่อเธอตื่นขึ้นมาโดยมินตราอยู่ในอ้อมกอด และเธอก็จับมือมินตราเอาไว้อย่างเคย .. และภาพที่ปรากฎตรงหน้า ก็คือแสงเงินแสงทอง ที่เรืองรองขึ้นที่หน้าต่างกระจก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตราหายใจสม่ำเสมอเพราะเธอหลับสนิท ผู้หญิงยามหลับสนิทนั้นแสนน่ารักน่ามอง หมดฤทธิ์หมดเดช.. พิมพ์โรยยิ้มอ่อนโยนอย่างมีความสุข อีกไม่นานหรอกที่เธอและมินตราจะได้อยู่ด้วยกัน เฝ้ามองตะวันขึ้นที่หน้าต่างด้วยกันทุกเช้า .. และยุติการจากพรากเสียที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ไล้แก้มนิ่มๆ ของมินตราเบาๆ&lt;br /&gt;“อื้อ..” เธอขยับไปมา แล้วหลับต่อไป หายใจสม่ำเสมอ ทำให้พิมพ์ยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วทอดสายตามองดูแสงสว่างยามเช้า.. เช้าแล้วล่ะมินตรา .. ขอให้ชีวิตเราสองคนเริ่มต้นใหม่อย่างสดใส .. พิมพ์หัวเราะเบาๆ เมื่อคิดถึงคำโฆษณาเครื่องดื่มรสโกโก้ชนิดหนึ่ง ที่กล่าวถึงการเริ่มต้นอย่างสดใส เริ่มด้วยการดื่มเครื่องดื่มชนิดนั้น .. อืม ในครัวดูเหมือนจะมีนะ ..&lt;br /&gt;“อื้อ” มินตราขยับตัวอีกที คราวนี้เธอลืมตาตื่นมามองอย่างแปลกใจ&lt;br /&gt;“หัวเราะอะไร?”ใบหน้านั้นยู่ยี่ แต่น่ามองยิ่งนักและยิ่งทำให้พิมพ์หัวเราะมากขึ้น เธออารมณ์ดีจนอยากร้องเพลงออกมาเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;“เอ้อ.. ไม่รู้” เธอบอก แล้วหัวเราะต่อไป และแก้เขินด้วยการก้มลงจูบหน้าผากมินตราเบาๆ .. เธอมองมินตรานิ่งๆ.. และบอกจากใจว่า&lt;br /&gt;“รู้สึกอารมณ์ดี .. รู้สึกว่าคุณช่างน่ารักเหลือเกิน”&lt;br /&gt;มินตราหัวเราะเขินๆ แต่เธอก็มีความสุข&lt;br /&gt;“ใช้แต่ความรู้สึก”เธอว่า&lt;br /&gt;พิมพ์หัวเราะชอบใจ&lt;br /&gt;“ใช่.. พิมพ์ใช้สมองซีกเดียว”ว่าแล้วเธอก็กอดมินตราเอาไว้ ค่อยๆ ซุกไซ้และซุกซนอยู่กับเนื้อตัวที่อุ่นละไมและนุ่มนวลของมินตรา ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตรามาส่งพิมพ์ที่หน้าช่องผู้โดยสารขาออก รีรออยู่จนเป็นคนท้ายๆ สุดท้ายพิมพ์ก็กระซิบบอกว่า&lt;br /&gt;“ไปนะคะ”&lt;br /&gt;สองคนมองสบตากัน และพิมพ์ก็กางแขนออกโอบกอดเธอไว้อย่างอบอุ่นเช่นเคย แก้มสองแก้มแนบชิดสนิทกัน ซ้ายและขวา.. แล้วสองคนก็ค่อยคลายกอดกัน แต่พิมพ์ยังจับมือทั้งสองของเธอไว้&lt;br /&gt;“ห่วงนะคะ” สองคนพูดออกมาเกือบพร้อมกัน แล้วพากันยิ้มเขิน&lt;br /&gt;“เดินทางปลอดภัยนะคะ”มินตราอวยพร&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะมินตรา”&lt;br /&gt;พิมพ์สวมกอดเธออีกหนอย่างแนบแน่น และมองสบตากันอีก.. เธอให้คำมั่นกับมินตราด้วยสายตาว่า.. พิมพ์จะรักษาสัญญาค่ะคนดี .. พิมพ์จะอยู่กับมินตราจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ... หรือจนกว่ามินตราจะไม่ต้องการพิมพ์แล้ว&lt;br /&gt;“ไปนะคะ”&lt;br /&gt;มินตรายิ้มให้อย่างอ่อนโยน รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความรักและความเอื้ออาทร&lt;br /&gt;พิมพ์บีบมือเธอเบาๆ และก้มหัวให้เล็กน้อย .. เธอเดินจากมาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความนับถือผู้หญิงคนนี้ เธอนับถือหัวใจของมินตราเหลือเกิน ในขณะเดียวกันเธอก็นึกชิงชังรังเกียจหัวใจอันโลเลของตัวเอง ที่นับวันมีแต่จะไร้ค่าไร้ราคา ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงดนตรีปี่พาทบรรเลงเพลงโศก ..&lt;br /&gt;กลิ่นควันธูปหอมลอยกรุ่นไปทั่วทั้งบ้าน ญาติพี่น้อง เพื่อนพ้อง และชาวบ้านร้านช่องแถวนั้นต่างเดินเข้าออก ในขณะที่ปากซอยบ้านปักป้ายมีลูกศรชี้ไว้ว่า “บ้านงานศพ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มินตราสวมชุดดำ ดวงตาทั้งคู่ของเธอแดงก่ำ .. เธอเฝ้ามองภาพพิมพ์ที่จ้องมองมายังเธออย่างอ่อนหวาน และยิ้มน้อยๆ ให้แก่เธอ.. เหมือนภาพวันวาน ที่พิมพ์เฝ้ามองเธอ และบอกรักเธอเสมอด้วยดวงตาคู่นั้น ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเดินเข้ามาในบ้าน และเปิดเครื่องคอมพ์ของคนรัก .. คลิกเชื่อมเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต และเครื่องก็ทำการsign in เข้าสู่โปรแกรมMSN โดยอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” คนฝั่งโน้นที่ใช้ชื่อว่า สนธยา ซึ่งเป็นรายชื่อเดียวในลิสต์ที่ไม่ถูกบล็อกไว้ เปิดฉากทักทายมา&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” มินตราพิมพ์ตอบ&lt;br /&gt;“ไม่ได้เจอกันหลายวัน สบายดีหรือเปล่าคะ”&lt;br /&gt;มินตรารู้สึกสะท้านใจ.. เธอหันไปทางแท่นที่วางหีบศพของคนรัก ที่ประดับประดาไว้ด้วยดอกไม้ แล้วเธอก็กระพริบตา เพื่อสกัดกั้น ไม่ให้น้ำตาไหลร่วงออกมา&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“มีอะไรหรือเปล่า หลบใครหรือเปล่าจึงไม่เปิดมือถือ?”ฝ่ายนั้นถามมาอย่างห่วงใย&lt;br /&gt;มินตราถอนใจ&lt;br /&gt;“หลบอรหรือคะพิมพ์?”&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ”&lt;br /&gt;“ห่วงนะคะ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“เปิดโทรศัพท์หน่อยสิคะ อรอยากคุยด้วย”&lt;br /&gt;คราวนี้มินตราถอนสะอื้น..และเดินไปหากระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำตา ก่อนที่จะมานั่งลงที่เดิม และพิมพ์อักษรส่งกลับไปว่า&lt;br /&gt;“โทรมาเบอร์นี้นะคะ…..”&lt;br /&gt;แล้วเธอก็พิมพ์ตัวเลขเบอร์โทรศัพท์ของเธอส่งให้&lt;br /&gt;“เปลี่ยนเบอร์แล้วหรือคะ? ทำไมคะ?”อีกฝ่ายสงสัย&lt;br /&gt;“มีเหตุจำเป็นค่ะ”เธอพิมพ์ตอบไปแบบนั้น&lt;br /&gt;“อ้อ ค่ะ..”&lt;br /&gt;ครู่เดียว เสียงกริ่งโทรศัพท์ของมินตราก็ดังขึ้น และเธอก็หยิบมารับสาย&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;ทางฝั่งโน้นเงียบไปไม่ตอบรับคำทักทายของเธอ.. เพราะเธอไม่ใช่พิมพ์กระมัง .. ก็พิมพ์นอนอยู่ในนั้น .. ในหีบศพที่ประดับประดาไว้ด้วยดอกไม้ .. พิมพ์ลุกมารับโทรศัพท์จากคุณไม่ได้อีกแล้ว&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”เธอทักทายอีกหน&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ”&lt;br /&gt;“คุณเป็นเพื่อนพิมพ์หรือคะ?”มินตราถามอย่างอ่อนโยน&lt;br /&gt;“ค่ะ.. พิมพ์ล่ะคะ แล้วนั่นเสียงอะไรคะ? ที่บ้านมีงานศพหรือคะ?”&lt;br /&gt;“ค่ะ..”มินตราเสียงสั่น&lt;br /&gt;“คุณ?.. คุณคะ ใครเสียหรือคะ?” เสียงนั้นปริวิตก&lt;br /&gt;“พิมพ์ค่ะ”มินตราตอบด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน&lt;br /&gt;“คะ? .. อะไรนะคะ?”คราวนี้เป็นเสียงคนที่ตกตะลึงพรึงเพริศ&lt;br /&gt;“เครื่องบินตก..”มินตราตอบคนชื่อสนธยาได้แค่นั้น แล้วเธอก็ร้องไห้.. และเสียงทางโน้นก็เงียบหายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลอรจ้องมองรูปผู้หญิงคนนั้นที่ดูสงบนิ่งและเงียบขรึม ที่เธอเอาขึ้นไว้หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอเอื้อมมือไปแตะที่แก้มของพิมพ์.. ผู้หญิงที่รักเธอโดยไร้เงื่อนไข.. รักแม้นไม่เคยพบตัวตน รักและรัก ..รักอย่างที่ในชีวิตของเธอไม่เคยพบเจอมาก่อน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันช่างน่าแปลกและแสนมหัศจรรย์เหลือเกินจริงๆ กับความรักของพิมพ์..เพราะเธอสัมผัสกับมันได้ด้วยความรู้สึก เหมือนมันโหมฮือเข้ามาปะทะตัวเธอด้วยพลังที่แรงกล้า ... ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเจอตัวจริงของผู้หญิงคนนี้เลยแม้นสักครั้งเดียว ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ แม้นพิมพ์จะคร่ำครวญบอกความรู้สึกที่มีต่อเธอสักเพียงไร เธอก็ไม่สนใจมากไปกว่าความทุกข์ระทมที่เธอได้รับจากการถูกทอดทิ้ง แม้นเธอจะรู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแม้นเธอจะเข้าใจความรู้สึกทั้งหมดที่พิมพ์มีต่อเธอ .. แม้นเธอจะรู้สึกมีความสุขเหลือเกินที่ได้พูดคุยกับพิมพ์ .. แม้นเธอจะวาบไหวมากมายไปกับถ้อยคำของพิมพ์ .. แต่เธอไม่สามารถยอมรับได้ว่าเธอรู้สึกเกินเพื่อนกับพิมพ์ เพราะเธอทราบดีว่าพิมพ์มีคนรักอยู่ก่อนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้..&lt;br /&gt;เธอกลับรับทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างง่ายดาย .. แต่.. มันก็เป็นการยอมรับเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว..&lt;br /&gt;“อรรักพิมพ์ค่ะ” เธอบอกต่อหน้าพิมพ์ที่หน้าจอ..&lt;br /&gt;“อรรักพิมพ์.. พิมพ์ได้ยินไหมคะ” นวลอรสะอื้นไห้..และโลกทั้งโลกก็ตกอยู่ในความโศกสลด ราวกับว่าชีวิตของเธอคือตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า ณ บัดนี้ .. ซึ่งเธอจะต้องใช้เวลาอีกเนิ่นนานสักเท่าใดไม่อาจทราบ ที่จะมีโอกาสมองเห็นตะวันดวงเดียวกันนี้เรืองแสงทองอันงดงาม ทาบทาขอบฟ้าอีกด้านหนึ่ง.. อีกครั้ง ...&lt;br /&gt;Tags: รักร้อน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6686168106139697263-7455733583169801070?l=vdcool.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vdcool.blogspot.com/feeds/7455733583169801070/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6686168106139697263&amp;postID=7455733583169801070&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/7455733583169801070'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/7455733583169801070'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vdcool.blogspot.com/2008/04/blog-post_942.html' title='รักร้อน'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263.post-650094743962153004</id><published>2008-04-20T16:04:00.000+07:00</published><updated>2008-04-20T16:05:15.856+07:00</updated><title type='text'>ซ่อนใจ</title><content type='html'>"แพรนอนลืมตาอยู่ในความสลัวของห้อง หอมกลิ่นเส้นผมของคนที่นอนหนุนอยู่ที่แขน ได้ยินเสียงหายใจเข้าออก ..&lt;br /&gt;หลายปีก่อน แพรบอกตัวเองว่าแพรรักผู้หญิงคนนี้หมดหัวใจ และไม่มีวันที่แพรจะรักใครได้อีกแล้วในชาตินี้ .. แพรเฝ้าวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คุณ แพรปรารถนาที่จะสบตากับคุณ ..ปรารถนาที่จะได้เห็นรอยยิ้มของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรกอดคุณ ลูบไล้เส้นผมหอมกรุ่นของคุณด้วยใจอ่อนโยน .. บางคนบอกแพรว่า กว่าคนเราจะได้รู้จักกัน มันเป็นเรื่องพิเศษ ยิ่งคนสองคนได้มาพบกัน และรักกัน ยิ่งเป็นเรื่องพิเศษยิ่งกว่า ใช่แล้ว.. และแพรรู้สึกอยู่เสมอว่าคนทุกคนเกิดมาเพื่อตามหาใครบางคน ที่มีวาสนาต่อกัน ใครบางคนที่จะเชื่อมต่อสายใยใจเข้าด้วยกันเป็นสายเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรจูบคุณที่หน้าผาก .. และนึกถึงจูบแรกที่สัมผัสตรงหน้าผากเกลี้ยงเกลาของคุณ คุณช้อนตามองสบตา ดวงตาคุณเต็มไปด้วยคำถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รักเหลือเกินค่ะ" ..แพรบอก..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรกอดคุณทั้งตัว กอดนิ่งๆ เนิ่นนาน รู้สึกเหมือนลอยคว้างไปด้วยกัน จนกระทั่งแขนสองข้างของคุณยกขึ้นมาโอบรอบตัวแพรไว้อย่างช้าๆ แพรหลับตาลง ซึมซับความรู้สึกอบอุ่นและแสนหวานทั้งหมดไว้ในหัวใจจนเอิบอิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณเกลือกหน้าไปมาอยู่ในอ้อมกอด คุณเองก็กำลังซึมซับความรู้สึก"รัก" ที่ถ่ายเทอยู่เช่นกัน .. หัวใจของแพรร้องอื้ออึงว่า สุขจังเลย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รักแพรไหมคะ?" แพรละเมอถาม ทั้งที่แพรรู้แล้ว แต่แพรอยากได้ยินคำตอบจากหัวใจ ผ่านริมฝีปากที่น่าจูบของคุณ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรจูบคุณในความมืดคืนนี้ .. คุณหลับสนิทดีแท้.. และแพรอดยิ้มให้คุณไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืนนั้นคุณพยักหน้าแทนคำตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรอยากได้ยิน" แพรเว้าวอน แต่มิใช่ออดอ้อน .. เราเคยออดอ้อนกันไหมคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นะคะ" .. เราเพียงแต่เว้าวอน ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณยิ้มละไมน่ารัก คุณลูบหน้าแพร ดวงตาคุณบอกแพรแล้ว แต่แพรยังอยากได้ยินเสียงของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ" คุณบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรรู้สึกผิด .. เริ่มคิดทบทวนหลายอย่าง เริ่มคิดว่าแพรเป็นใคร .. แท้จริงแล้วแพรไม่ควรมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำไป .. แพรกับคุณต่างกันราวฟ้าดิน แพรควรรู้สึกตัวอยู่ทุกขณะจิตสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ.. ขอบคุณนะคะ.." แพรถอนตัวออกจากตัวคุณช้าๆ แพรบอกตัวเองว่าแพรต้อยต่ำเหลือเกิน แพรไม่ควรอยู่ที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เป็นอะไรไปคะ?" คุณถามอย่างสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรก้มหน้านิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอโทษนะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอโทษเรื่องอะไรคะ?"&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;"ขอโทษที่รักคุณ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรกอดคุณที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างๆ หัวใจแพรเต็มไปด้วยความอ่อนโยนทุกครั้งที่เอื้อมมือไปกอดคุณยามหลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รักทำไมต้องขอโทษคะ" คุณสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่ทราบ.."แพรก้มหน้านิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณกอดแพรอย่างอ่อนโยน และทำให้แพรอยากหยุดเวลาเอาไว้แค่นั้นตลอดกาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่รักแพร" เสียงคุณอบอุ่นน่าฟังเหลือเกิน และมันยังดังอยู่ในสองหูของแพรเสมอ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรกอดคุณแนบแน่น หัวใจลำพองคับอก แพรยิ้ม แต่น้ำตาไหล.. คุณรักแพรหรือ? แพรรู้สึกอยู่เหมือนกัน แต่แพรไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าชีวิตแพรจะมีวันนี้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่รักแพร".. คุณบอกอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่รักแพร".. และบอกอีกเมื่อแพรพรมจูบลงบนใบหน้าของคุณ&lt;br /&gt;…&lt;br /&gt;"แพรรักพี่" แพรจูบคุณอีกครั้งที่ริมฝีปากเย็นๆ .. คุณครางเบาๆ แล้วเบนหน้าหนี ก็คุณกำลังหลับนี่นา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรรักพี่ค่ะ" แพรบอกคุณคืนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืนนั้นคุณยิ้มอย่างมีความสุข และโอนอ่อนผ่อนตามน่ารักเหลือเกิน แพรคิดวิงวอนต่ออะไรสักอย่าง เป็นคำวิงวอนที่เกิดขึ้นในใจเสมอทุกครั้งที่มีความรัก&lt;br /&gt;.. ขอให้ความรักครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ แพรมองเห็นตัวเองกำลังฉุดคุณลงเหว.. โอ! คุณคะ .. แพรจะต้องทำอย่างไรดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่คะ" แพรตั้งสติทั้งที่เนื้อตัวสั่น และหัวใจสะท้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสองคนมองตากันนิ่งนาน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอโทษนะคะคนดี" แพรบอกออกมาจากใจ .. คนดีสีขาวของแพร คุณขาวสะอาดงดงามในความรู้สึก .. คุณผ่องแผ้วกระจ่างใสเหมือนแก้วเจียรนัยใบสวย และแพรรู้สึกว่าตัวแพรแสนมอมแมมสกปรกเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรกลั้นลมหายใจ..&lt;br /&gt;คุณรู้ไหมว่าใจแพรจะขาด..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ลืมทุกอย่างในวันนี้นะคะ" เสียงแพรสั่น และน้ำตาร่วงหล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ลืมด้วย ว่าเรารักกัน".. แพรก้มหน้าก้าวเดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นก้าวย่างที่ช้าที่สุดที่แพรเคยเดิน และเป็นก้าวที่ทรมานอย่างเหลือเกินอีกด้วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทำไมเราต้องทำอย่างนั้น" คุณเดินตามมาหยุดที่ประตู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เรารักกัน" คุณบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรขอโทษค่ะพี่" แพรก้มหน้าต่ำกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณคะ แพรช่างต่ำต้อยและกระดำกระด่างเสียเหลือเกิน แพรเป็นคนที่ไม่ควรมีใครมายุ่งเกี่ยวผูกพันธ์ด้วยทั้งนั้น แพรไม่ใช่คนดีเลยสักนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรจะทำให้พี่มีปัญหา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณโอบกอดแพรด้วยความรัก …&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรโอบกอดคุณในคืนนี้ด้วยความรัก.. ด้วยความขอบคุณ .. ด้วยความซาบซึ้งใจ คุณสอนแพรให้รู้ว่ารักจนหมดใจนั้นคืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรแต่งงานแล้ว.." แพรบอกคุณถึงสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว .. คุณรู้ทุกอย่าง รู้แม้นกระทั่งว่า ชีวิตสมรสของแพรแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างไร แต่แพรไม่รู้ว่าคุณเชื่อหรือเปล่า ว่าแพรแต่งงานอยู่กินกับผู้ชายที่รักแพรมาก ดูแลแพรเหมือนเด็กน้อย แพรเองก็รักเขา..แพรรักเขาแบบไหนสักแบบ แพรเคยคิดว่าแพรจะเดินออกไปได้จากถนนสายนี้ .. แต่แพรไม่เคยไปไหนเลย.. สองเท้าของแพรยังอยู่บนถนนสายเดิมอยู่ตลอดเวลา แต่แพรก็อยู่อย่างแตกต่างจากผู้คนอื่น แพรแตกต่างเสมอไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนในโลกนี้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่ทราบ" คุณบอก เสียงคุณแสนอ่อนโยน เหมือนคุณกำลังพยายามประคับประคองแพรไว้ ไม่ให้แตกสลายลงไปตรงนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มันดูประหลาดมากใช่ไหมคะ มันดูน่าเกลียดใช่ไหมคะ มันเหมือนแพรชั่วร้ายเลวทราม มักมากไม่รู้จักอิ่มจักพอ ..แพรเป็นคนที่น่ารังเกียจมาก .. หรือไม่ ก็อาจน่าสังเวชมาก.." แพรรู้สึกสติแตก เหมือนอะไรต่อมิอะไรกำลังระเบิดกระจุยกระจายอยู่ในตัวตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรมองดูตัวคุณ .. มองเข้าไปในดวงตาใสสะอาดของคุณ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณกอดแพรไว้.. ลูบหัวแพร ปลอบโยนแพรเหมือนเด็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่เข้าใจ"&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;"พี่เชื่อแพร"&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;"พี่คิดว่าพี่เกิดมาเพื่อรักคนๆ นี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอีกครั้งที่แพรกอดคุณแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างนี้ ..และเป็นอีกครั้งที่คุณตื่นมาลูบหัวแพรเหมือนเด็กน้อย.. คุณคะ คุณทำให้แพรรู้สึกว่าตัวเองโชคดี แต่คุณกลับโชคร้าย.. โชคชะตาและความรัก ไม่ยุติธรรมสำหรับคุณเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผู้หญิงหลายคนแต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองรู้สึกรักแบบพ่อ" คุณบอกในวันอารมย์ดี ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผู้ชายส่วนใหญ่ ชอบผู้หญิงที่เหมือนน้องสาวคนที่ดื้อที่สุด เพราะอยากแก้ไขนิสัยของน้องคนนั้น"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรมองคุณด้วยความรู้สึกทึ่ง.. คุณวิเคราะห์แพร และเขา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าไม่เป็นเกย์ หรือไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การแต่งงานนาน 10 ปี แต่มีเพศสัมพันธ์เฉพาะสามสี่ปีแรก เพียงไม่กี่ครั้ง ถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ"&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;"ผู้หญิงที่แต่งงานมาสิบกว่าปี ไม่เคยมองอวัยวะเพศของสามี เชื่อได้ว่าเธอไม่ใช่หญิงรักชาย แต่โชคดีที่เธอมาแต่งงานกับผู้ชายแปลกๆ" คุณมองหน้าแพรแล้วยิ้มๆ แพรรู้สึกว่าลึกๆ คุณอาจไม่เชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่จะไม่เชื่อก็ได้นะคะ" แพรบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณยิ้มให้แพร และกอดแพรไว้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรเป็นหญิงรักหญิงถึงแม้นว่าแพรจะแต่งงาน แต่แพรก็ไม่ได้รักคุณสิแบบสามีภรรยา แพรรักเขาแบบอื่น แต่การแต่งงานของแพรคือการหนีจากชีวิตเก่า" คุณอธิบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แพรไม่เคยหนีพ้น.." แพรซุกคุณเหมือนลูกแมวในอ้อมกอดนาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าเป็นคู่อื่น มักจะจบลงด้วยการหย่า" คุณบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่อยากให้แพรเลิกกับคุณสิไหมคะ?" แพรถามตรงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เลิกเพื่อพี่?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรพยักหน้า แพรไม่แน่ใจหรอกว่าจะทำได้ แต่แพรก็อยากจะถาม อยากรู้ความในใจของคุณที่มีต่อตัวแพร คุณสิเป็นคนโผงผาง แต่ใจดีมาก เขารักที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับแพร ดูแลแพร แพรอยากจะบอกว่าเขา"รัก"แพร แต่เขาไม่พิศวาท.. เพราะเหตุนี้จึงอยู่ร่วมกันมาได้นานขนาดนี้ แต่หลายครั้งที่แพรกลับไม่รู้ว่าที่เป็นอยู่นี่ เป็นโชคดี หรือโชคร้ายกันแน่ โชคดีหรือโชคร้ายกันนะที่เราทั้งหลายได้มาพบปะ และเกี่ยวพันกันอย่างคลุมเครือน่างุนงงเช่นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่ทรมานไหมคะ" แพรถาม .. แพรรัก และแพรอยากทราบทุกอย่างในใจของคุณ แพรอยากทะนุถนอมคุณเท่าที่คนอย่างแพรจะทำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณส่ายหน้า..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรรักพี่ หัวใจแพรอยู่กับพี่” แพรบอกอย่างที่หัวใจอยากบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรรู้ว่าพี่รักแพร แต่จะรักได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้” แล้วแพรก็รำพึงรำพัน ปรวนแปร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดูแลดีๆ สิคะ เลี้ยงดูปูเสื่อ..” คุณหยอกเย้าน่ารัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรดูแลคุณดีไหมนะ? แพรทำให้คุณมีความสุขใจบ้างไหม? แพรคิดว่าแพรทำให้คุณหัวเราะได้บ่อยๆ อยู่เหมือนกัน&lt;br /&gt;แพรหัวเราะเบาๆ ก่อนบอกคุณว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปูเสื่อบ่อยๆ พอได้ แต่เลี้ยงโต๊ะจีนบ่อยๆ แพรคงจนไปเลย” แพรมองหน้าคุณ รอหัวเราะพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ช่างว่า” คุณค้อน นานๆ ทีถึงจะเห็นคุณค้อนแบบนี้ซะที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ่อมตัวต่างหากคะ” แพรยิ้มกริ่มสุขใจ.. เวลาผ่านไป และผ่านไป แพรไม่เคยจำว่าเราพบกันวันที่เท่าไหร่ หรือเรา”ผูกพัน” กันวันไหน เดือนไหน แต่เราก็เข้ามาในชีวิตของกันและกัน และรับรู้ความเป็นไปของกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครอบครัวของแพรเป็นครอบครัวแปลกๆ เพราะตอนแรกแพรแต่งงานกับคุณสิ แพรและคุณสิเป็นคู่แต่งงานที่มีกิจกรรมทางเพศกันน้อยมาก แต่กระนั้นเราก็หวังที่จะมีลูกสักคน สี่ปีต่อมาครอบครัวของแพรเป็นครอบครัวปลอดเซ็กซ์ และต่อมา แพรเริ่มมีคู่รักหญิง และคุณสิทำตัวเป็นเพื่อนร่วมบ้านที่แสนจะเฮฮา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรไม่รู้ว่าคุณสิรักแพรแบบไหน แพรได้แต่แอบวิเคราะห์ ว่าแต่ก่อนเขาคงรักแพรแบบผู้ชายรักผู้หญิง แพรถามตัวเองว่ารักเขาไหม .. แพรรักเขา อยากปกป้องเขาจากผู้คนที่คอยเอาเปรียบ แพรเจอเขาตอนที่แพรไม่มีใคร แต่ไม่ใช่เพราะชีวิตไม่มีใคร แล้วเขาผ่านมาจึงรัก แพรไม่คิดว่าตัวเองฉาบฉวยขนาดนั้นนะคะ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงที่เป็นแบบแพรจะรู้สึกรักผู้ชายคนหนึ่ง แพรรู้สึกว่ามันเป็นพรหมลิขิตมากกว่า แพรไม่เคยไม่มีใครนานขนาดนั้น อาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้านั้นแพรอกหักย่ำแย่ในความไม่เที่ยงแท้ และแทบจะหมดศรัทธาในความดีงามของคนไปเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสิเข้ามาด้วยรอยยิ้มของคนใจดี แพรชอบเขาในนาทีแรกเลย ทั้งที่เขาเป็นผู้ชายตัวโต เขามาหาแพรทุกวัน เอาของกินมาให้ทุกครั้ง ของที่เขาให้ไม่ใช่ของที่มีราคาค่างวด แต่เป็นของกินได้ แจกได้ เราพูดคุยกันสบายๆ ในเรื่องมากมาย แต่ไม่เคยคุยเรื่องความรัก พอเขาต้องไปเมืองนอก เขาก็ถามแพรว่าอยากได้อะไร แพรเริ่มถามตัวเองว่าอยากได้อะไรจากเขาบ้าง คำตอบคือไม่อยากได้อะไรเลย แต่คุณสิก็ซื้อเสื้อมาฝากสองตัว เขาไม่ได้ไปเที่ยว เขาไปอบรมได้รับเบี้ยเลี้ยงรายสัปดาห์ พอจะกลับก็มีเงินเหรียญเหลือพอที่จะซื้อของฝากได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรได้ยินมาว่าคุณสิเป็นนักท่องราตรีตัวยง แพรได้ยินว่าเขาเต้นรำเก่งมาก ไม่มีบาร์ไหนที่คุณสิไม่เคยเข้า แต่แพรไม่เคยเห็นคุณสิเต้นรำ เคยเห็นแต่สาวๆ ห้อมล้อมเขา คอยเอาอกเอาใจเพื่อหวังเงินจากกระเป๋าของเขา เคยได้ยินว่าคุณสิเป็นนักดื่ม แต่แพรเคยเห็นเขาดื่มหนเดียวในงานวันเกิดของเขาที่มีผู้ใหญ่เลี้ยงให้ เขาดื่มไปเรื่อยๆ หน้าแดงก่ำ แล้วก็หัวเราะตาหยี แล้วเขาก็บอกว่าเขาจะแต่งงาน!! และหลังจากแต่งงาน คุณสิที่ใครๆ บอกว่าเป็นนักท่องราตรีตัวยง คนที่ใครๆ บอกว่าเป็นนักดื่ม กลับแทบจะไม่ได้เที่ยวราตรีที่ไหน และไม่เคยดื่มอีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาไม่ได้บอกรักแพรแล้วขอแต่งงาน เขาบอกเพียงแต่ว่า เขาจะขอแพรแต่งงาน และแพรก็เพียงแต่รับทราบ .. แพรรู้สึกว่าแพรอยู่กับคุณสิได้ และแพรอยากเป็นผู้หญิงธรรมดาเสียที แพรคิดว่าแพรจัดการกับคนที่ชอบมาเอาเปรียบคุณสิได้ เขาเป็นคนใจดี และปฏิเสธใครไม่เป็น คนมาขอเงินไปทำฟันก็ให้ ขอเงินซื้อข้าวสารหนึ่งกระสอบคุณสิก็ให้ ในขณะที่แพรคิดว่าเป็นการให้ที่เกินความจำเป็น ให้จนเคยตัวทั้งคนให้และคนรับ แพรรู้สึกเจ้ากี้เจ้าการ แพรรักคุณสิ แต่แพรไม่ได้พิศวาส..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสิเป็นคนที่มีตำแหน่ง แต่ไม่มีเงิน เงินเดือนของเขาหมดไปกับการเที่ยวเตร่ และการช่วยคนโน้นคนนี้ทั้งที่มีเหตุผลควรช่วยและทั้งที่ไม่มีเหตุผล แพรรู้สึกว่ามีคนจริงใจกับคนดีคนนี้น้อย รู้สึกว่าเขาต้องการคนดูแลสักคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรแต่งงานกับคุณสิ .. แพรถูกเนื้อถูกตัวกับผู้ชายที่แพรไม่ได้รังเกียจ แพรกลัวนิดหน่อย ตื่นเต้นพอสมควร แต่พอคุณสิเข้ามาก่ายกอด ทำกิจกรรมทางเพศกับแพร.. แพรไม่รู้ว่าคุณสิตื่นเต้นหรือเปล่า แต่ทุกอย่างมันเหมือนกับแพรถูกกอดเฉยๆ ยังไม่ได้ถูกทำอะไรต่อ แต่อีกฝ่ายบรรลุกิจไปแล้ว เขาได้แต่กอดแพรพักหนึ่ง แพรกอดเขา รู้สึกอยากบอกเขาว่าไม่เป็นไร แต่ก็ไม่กล้าบอก..แล้วเขาก็ลงจากตัวแพร และไม่ได้พูดอะไร อาการของคุณสิ เป็นอาการของคนที่อาจป่วย หรืออาจเป็นเพราะตื่นเต้นมากเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรรู้สึกตื่นๆใจ แต่ก็สบายใจกับสิ่งที่เกิดในคืนแรกของชีวิตสมรส .. คุณสิไม่เคยเอ่ยถึงปัญหาในเรื่องนี้ แพรคิดว่าเขาไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาสำหรับเขา หรือสำหรับแพร ซึ่งสมมุติว่าถ้าแพรเป็นผู้หญิงธรรมดา แพรคงมีปัญหา .. แต่เพราะแพรไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา สิ่งที่มันน่าจะเป็นปัญหามันเลยเป็นความสบายใจลึกๆ แต่แพรก็ถามๆ เขาว่าเขาอยากปรึกษาหมอไหม เขาย้อนถามว่าปรึกษาเรื่องอะไร เขาไม่เห็นจะเป็นอะไร แพรรู้สึกแปลกใจแต่ก็หมดห่วงพิกล เพราะเมื่อเขาไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และแพรไม่ใช่ผู้หญิงที่พิศวาทที่จะมีเซ็กซ์กับผู้ชาย แพรจึงรู้สึกสบายๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสิไม่ได้เป็นอย่างคืนแรกทุกครั้ง บางทีเขาก็แข็งแรงพอสมควร แต่เขามีความต้องการในตัวแพรน้อยมาก จนแพรอดคิดไม่ได้อีกว่า ถ้าแพรเป็นคนอื่น คงเลิกกันไปแล้วด้วยปัญหาเรื่องใต้สะดือนี้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น .. แต่แพรกลับสงสารเขา และรู้สึกว่าคุณสิกับแพรอยู่ด้วยกันอย่างนี้ได้ อยู่มีกันและกันอุ่นๆ ..อยู่เป็นเพื่อนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสิเป็นพี่คนโต ส่งเสียน้องจนได้ดีทุกคน ยกเว้นน้องสาวคนสุดท้องที่เกเร และมีอนาคตที่ไม่ดี คุณสิจึงดูแลส่งเสียครอบครัวของน้องคนนี้ตลอดมา ส่งหลานเรียน และจ่ายหนี้สินให้น้องเป็นครั้งคราวเรื่อยมา คุณสิไม่มีใช่คนร่ำรวยที่จะทำให้ใครสุขสบายได้ สิ่งที่คุณสิมีก็คือความเป็นคนดี และการไม่เป็นภาระให้แก่คนที่อยู่ด้วยเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรเกิดในครอบครัวแตกร้าว พ่อแม่แพรเลิกกันตั้งแต่แพรเกิด แพรจำได้ว่าแม่แพรไม่เคยโอ๋แพรสักครั้ง และจำได้ว่าพ่อไม่เคยคุยเรื่องอื่นนอกจากเรื่องการทำมาหากิน แพรไม่เคยมีแม่แบบของความเป็นแม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนหวานและอ่อนโยน และไม่เคยมีแบบอย่างพ่อที่อบอุ่น ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การวิเคราะห์ของคุณเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คุณรู้ไหมคะว่าแพรพบทุกอย่างที่แพรต้องการในตัวคุณ ..แต่การที่แพรมีคุณในขณะที่แพรมีทุกอย่างครบ มันทำให้มีส่วนเกิน .. แพรห่วงความรู้สึกของคุณเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่รู้สึกไม่ดีหรือเปล่าคะ?” แพรถามคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่องอะไรคะ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่องครอบครัว.. เรื่องของเรา” แพรก้มหน้าต่ำ คุณโอบกอดแพรไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรต่างหากที่รู้สึกไม่ดี” คุณลูบหัวแพร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไปมาหาสู่กัน .. คุณมาบ้านแพรอย่างเพื่อนสนิท เพื่อนที่มีอภิสิทธิ์มากมาย.. และนับถือคุณสิเหมือนพี่ชายของเพื่อน .. คุณเข้ามาเป็นลูกสาวอีกคนของแม่ และในบางครั้งคุณก็ร่วมเดินทางไปเยี่ยมพ่อแพรที่ต่างจังหวัดด้วย และเวลาที่ผ่านไปนานวัน แพรรู้จักพ่อแม่พี่น้องคุณทุกคน และคุณก็รู้จักมักคุ้นกับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงที่สนิทกับแพร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณรู้ไหม ว่าเมื่อคุณรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของแพร ด้วยการจับมือแพรไว้แน่น เมื่อแพรมองตามผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านสายตา แพรหันไปมองหน้าคุณ และพบดวงตาดุๆ ของคุณ แพรรู้ว่าคุณหวง แพรดีใจเหลือเกินค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยิ้มทำไม” คุณทำหน้างอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรก้มหน้าแต่ก็ยังยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่ามองใครแบบนี้สิคะ” คุณบอก เมื่อเราเดินห่างออกมาจากจุดเดิมมากแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตาแพรเจ้าชู้” ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรยิ้มมากขึ้น มีใครเคยบอกแพรแล้วล่ะ เรื่องตาเจ้าชู้นี่ แพรก็เชื่ออยู่เหมือนกัน แต่แพรจะรู้ตัวเสมอ ในเวลาที่แพรมองคนที่แพรรัก แพรคิดว่า การที่ใครต่อใครจะมองว่าเจ้าชู้นี่ มันอาจเป็นเพราะในขณะที่มอง เราจะอ่อนโยนเป็นพิเศษ เพราะเป็นคนที่เรารัก แพรนึกไม่ออกว่าแพรได้มองผู้หญิงคนอื่นๆ ด้วยความรู้สึกอย่างเดียวกันนี้ด้วย แพรคิดว่าแพรมองเพราะมีสิ่งน่าสนใจเท่านั้น แต่คุณก็มีท่าทีไม่ชอบ ไม่พอใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่จำเป็นอย่ามองใครนานๆนะคะ” คุณบอก หรือขอร้องก็ไม่ทราบ แต่ตั้งแต่นั้นแพรก็ระวังมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรไม่รู้หรอกว่า ใครเขามองพวกเราอย่างไร และจริงๆ แล้วแพรไม่เคยรู้เลยว่าคุณคิดอะไร เพราะเราไม่เคยคุยกันอย่างจริงจังหรือละเอียดละออในเรื่องเหล่านี้ ทั้งที่แพรตั้งประเด็นขึ้นมาหลายครั้ง แต่ดูเหมือนไม่ได้รับความใส่ใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรทำให้พี่รู้สึกเสื่อมเสียหรือเปล่าคะ?” นี่คือการเริ่มเรื่องอย่างโอดครวญของแพร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เสื่อมเสียเรื่องอะไรคะ?” คุณย้อนถาม ดวงตาคุณสดใสน่ามอง แพรมองว่ามันช่างน่ารัก และใสสะอาดสวยงามเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามองตากัน แพรคิดว่าเราเข้าใจอะไรๆ ทั้งหมดจากการสื่อสารกันด้วยสายตา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ในสายตาคนอื่น มันจะเป็นว่า.. พี่มาเกี่ยวพันกับผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้ว คนจะมองพี่ไม่ดีหรือเปล่า?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณกอดแพรเอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ทำผิดอะไรคะ? ทางพฤตินัยแพรกับคุณสิเป็นเพียงชายหญิงที่อยู่ร่วมบ้านกัน และมันเป็นอย่างนี้มาก่อนที่เราจะพบกัน พี่รู้ว่าความจริงมันเป็นอย่างไรเท่ากับที่แพรรู้ และคุณสิก็รู้ พี่ไม่รู้หรอกค่ะว่าคนอื่นมองพี่อย่างไร พี่ไม่สนใจและไม่อยากรู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้เป็นแพรที่กอดคุณไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม คุณทำให้แพรมั่นใจในความมั่นคงของคุณ แต่ความรู้สึกของแพรที่คิดเสมอว่าแพรฉุดคุณลงมามอมแมมมันยังคงอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรรู้สึกว่าโดนจ้องมองจากผู้คนในชีวิตของคุณ แพรคิดถึงอะไรที่ไม่เท่าเทียมอย่างสุดๆ แต่การมีคุณในชีวิตก็เป็นสิ่งที่มีค่าเหลือเกินสำหรับแพร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เคยคิดอยากให้แพรเลิกกับคุณสิหรือเปล่า?” แพรถามตรงๆ&lt;br /&gt;คุณมองหน้าแพร ดวงตาของคุณเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและเอ็นดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ให้พี่รู้สึกว่าพี่เข้ามาในชีวิตแพรเพื่อเติมส่วนที่ขาดของแพรให้เต็มดีกว่า อย่าให้พี่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของใครเลยนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรไม่รู้ว่าควรดีใจหรือไม่กันแน่ แพรคิดถึงหนังฝรั่ง .. ฝรั่งเขาบอกกันตรงไปตรงมา .. รักฉันจงเลิกกับเขาซะ.. แพรรู้สึกกังขาว่าปากกับใจของคุณตรงกันหรือเปล่า แต่คุณกับคุณสิดูเป็นมิตรกันมาก ทำไปทำมา แพรกลับรู้สึกว่าแพรไม่เข้าใจใครเลยสักคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสิอยู่กับแพรในฐานะสมรสกัน แต่ก็แตกต่างจากคู่สมรสทั่วไป เหมือนคนบกพร่องบางอย่างสองคนเดินทางเร่ร่อนมาเจอกัน และดูแลกันได้ แต่มันก็ยังไม่เต็มสมบูรณ์ จนกระทั่งเมื่อคุณเดินเข้ามาอยู่ข้างๆ แพร ชีวิตแพรจึงเต็ม แต่แพรกลับรู้สึกว่า นั่นคือความเสียสละใหญ่หลวงของคุณทีเดียว มันเหมือนกับว่า คุณเดินเข้ามาในมุมอับ และติดอยู่ตรงนี้ ทั้งที่เส้นทางที่คุณสามารถจะเดินไปได้นั้นมามีมากมาย และล้วนแต่เป็นเส้นทางที่สวยงามและยาวไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราจะอยู่กันอย่างนี้ตลอดไปหรือคะ?” แพรถาม .. ในหัวของแพรเต็มไปด้วยคำถามจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรอยากเลิกกับพี่สิมากหรือคะ ? แพรจะห่วงพี่สิไหมถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน ความจริงแพรกับพี่สิเลิกกันตั้งนานแล้ว แต่อยู่ด้วยกันอย่างคนที่อยากอยู่ด้วยกันน่ะ พี่เข้าใจ ฉะนั้น แพรอย่ากังวลแทนพี่เข้าใจไหม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรเข้าใจหรือเปล่านะ? เข้าใจหรือเปล่าไม่รู้ แพรได้แต่สมมุติว่าถ้าแพรเป็นคุณ แพรคงทุกข์ร้อน แพรคงคิดอย่างคุณไม่เป็นหรอก หรือเพราะแพรเป็นคนเข้าใจอะไรๆ ยากกว่าคนธรรมดา?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไปทำมา แทบจะไม่มีอะไรที่แพรเข้าใจเลย เช่นคุณสิ ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน แต่มีอะไรกันน้อยมาก จนกระทั่งยุติเรื่องบนเตียงกันไปอย่างเด็ดขาด ทำให้แพรแอบสงสัยหลายอย่าง เช่นว่าเขาป่วยหรือเปล่า หรือเขาไม่ชอบผู้หญิง แต่เขาก็ไม่เคยมีท่าทีชอบผู้ชายด้วยกัน และเขาอยู่กับแพรอย่างสบายอกสบายใจดี แพรก็อยู่กับเขาอย่างสงสัยๆ แต่แพรก็สบายๆ ดีเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรเคยเจอถุงยางอนามัยในรถคุณสิ ทำให้แพรรู้สึกอึ้งๆ เพราะมันแปลได้ว่า เรื่องอย่างว่าของเขามันน่าจะมีอยู่อย่างปรกติ เพียงแต่เขาไม่มีกับแพรเท่านั้นเอง พอแพรคุยกับคุณๆ ก็หัวเราะซะใหญ่โต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หวงเหรอ?” คุณล้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ได้หวงค่ะ แต่รู้สึกแปลกๆ ว่ามันคืออะไร คนสองคนอยู่ด้วยกัน แต่กลับไปมีอะไรๆ กับคนอื่น คำถามคือทำไมไม่เดินออกไปจากกัน?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สำหรับคนบางคน ไม่พิศวาทไม่ได้แปลว่าไม่รัก พิศวาทไม่ได้แปลว่าอยากอยู่ด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมความรักความพิศวาทมันช่างเป็นอะไรที่เข้าใจยากเสียจริงหนอ แต่ทำไมคุณเข้าใจไปเสียหมด จิตใจของคุณทำด้วยอะไรหนอ มันจึงพร้อมที่จะเข้าอกเข้าใจไปเสียทุกสิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วพี่รักหรือพิศวาท?” แพรถามด้วยความสงสัย บางทีรู้สึกเหมือนตัวเองแสนจะไร้เดียงสา แต่ว่ากันว่าความไร้เดียงสาบ้าง บางครั้งมันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเหมือนกันนะ เพราะบางทีที่แพรเห็นผู้หญิงโตๆ แล้ว แสดงถึงความไร้เดียงสาจริงๆ ในบางอย่าง แพรก็ยังอดเอ็นดูไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรเห็นคุณยิ้มละไมน่ามอง เมื่อถูกถามด้วยคำถามนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คำตอบทุกข้อที่แพรสงสัย ความจริงมันอยู่ในใจของแพรอยู่แล้วล่ะ แค่แพรยอมรับมันแพรก็จะสบายใจ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรเพียงแต่คิดเสมอว่าทำไมอะไรๆ มันดูแปลก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และมันแปลกไปกว่านี้อีก ที่วันหนึ่ง แพรลุกขึ้นมามีความรู้สึก “รัก” ใครอีกคนหนึ่ง ซึ่งแค่เดินผ่านเข้ามาในเส้นทางชีวิตของแพร แพรรู้สึกเหมือนว่าลึกๆ แล้วตัวเองต้องการความชัดเจน และคนที่เข้ามาใหม่ให้ความรู้สึกนี้แก่แพรอย่างชัดเจนทั้งด้วยแววตา ด้วยคำพูด และด้วยการกระทำ!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าต้องเลือกแพรเลือกที่จะอยู่กับใครคะ?” เธอเอ่ยถาม แพรได้แต่ส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราดูแลกันและกันแค่สองคนได้ไหม?” เธอถามต่ออย่างอ่อนหวานแต่หนักแน่นจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แค่เดินออกมา” เธอเอ่ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรคิดภาพตาม .. แค่เดินออกมาจากบ่วงที่รัดรึง .. บ่วงสองวง.. ซึ่งมันเป็นเพียงฟางและดอกไม้เท่านั้น .. บ่วงบอบบางที่คล้องไว้เพียงแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ .. แท้จริงแล้ว เพียงออกแรงสะบัดสักหน่อย ก็สามารถที่จะหลุดพ้นได้โดยง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แพรคิดถึงนกตัวหนึ่งที่เคยเลี้ยงไว้ ให้อาหารและพูดคุยกันทุกวัน วันหนึ่งให้อาหารแล้วลืมปิดกรง เจ้านกตัวนั้นก็บินออกไป มันหายไปวันกับคืน เช้าวันใหม่มันก็มาเกาะอยู่ใกล้ๆ กรงของมัน ตอนสาย มันเข้าไปกินอาหารในกรง แล้วกลับออกมาเกาะข้างนอก เราจึงเปิดกรงไว้อย่างนั้น และเอาอาหารไปใส่ไว้ให้มันทุกวันอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และคิดถึงกระรอกตัวหนึ่ง ที่เลี้ยงไว้ในกรงที่เปิดประตู ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่ แพรนึกภาพไม่ออกว่า แพรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร กับคนอีกคนที่ชัดเจนจริงจังเหลือเกิน.. และแพรก็มองเห็นแต่ภาพหยดน้ำตาของคุณ ที่จะหลั่งรินให้แพร และมันทำให้แพรรู้สึกหวั่นไหวปั่นป่วนในความคิดเหมือนมีพายุลูกใหญ่หมุนวนอยู่ภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรแคร์พวกเขา” แพรบอกจากใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พวกเขาเป็นครอบครัวของแพร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอเค งั้นพอเถอะค่ะ” ผู้หญิงคนใหม่โบกมือแล้วเบือนหน้าหนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่รู้ว่าโง่หรือฉลาดถึงได้ยอมดักดานอยู่อย่างนี้ คุณเป็นหญิงรักหญิงนะแพร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพรรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นอะไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เลย คุณไม่เคยรู้ตัวเลยว่าที่แท้คุณเป็นอะไร คุณปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ แบบนี้ นอกจากตัวคุณจะเสียหายแล้ว คนที่มาพัวพันกับคุณก็เสียหายไปด้วยในความรู้สึกของสังคม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างของแพรเซนิดๆ เธอต้องตั้งสติรับกับความชัดเจนที่ผู้หญิงคนนี้มีให้ แต่เธอรับมันไว้ไม่ได้นี่นา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเหมือนแพรอกหัก ทั้งที่แพรมีคุณและคุณสิ แพรเพียงแต่เสียคนใหม่ไปและต้องร้องไห้คนเดียวเงียบเชียบ แพรรู้สึกแปลกแยกในความแปลกแยก ขาดแคลนท่ามกลางความเหลือเฟือ เป็นเพราะแพรไม่เด็ดเดี่ยวพอที่จะสละหรือละทิ้งความเคยชินเก่าๆ ในชีวิต หรือเพราะสิ่งที่แพรเป็นอยู่ มันพอดีอยู่แล้วสำหรับแพร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสิหกล้มกล้ามเนื้อฉีกน่าสงสาร คุณมาเยี่ยมและคอยจู้จี้ เป็นความห่วงอาทรที่ไม่เสแสร้ง แพรได้แต่นั่งมองเงียบๆ อยู่ในความรู้สึกอุ่น .. หรือที่แท้ ชีวิตในทุกวันของแพรมีสุขดีแล้ว แต่แพรไม่เคยรู้ หรือเพราะแพรไม่ยอมรับความจริงที่เป็นอยู่แพรจึงไม่สุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าพี่สิต้องเดินอย่างนี้ตลอดไปจะทำไง?” คุณหยอกคุณสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสิหัวเราะร่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ช่างมันเถอะ แค่เดินได้ก็ดีแล้ว” คำตอบนั้นเสียงดังฟังชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพรอดยิ้มไม่ได้ ดูเหมือนคุณสิไม่เคยคิดอะไรให้มันยากสักอย่าง ส่วนคุณ .. คุณรักแพร คุณจึงพร้อมที่จะเข้าใจทุกอย่าง ไม่ว่ามันจะยากหรือง่าย ส่วนแพร แพรมีแต่ปัญหายากๆในสมอง แต่แพรก็ไม่เคยไขปัญหาได้ซักข้อเดียว แพรเริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะใช้คำว่า ช่างมันเถอะ ได้แล้ว .. ช่างมันเถอะนะ แม้นชีวิตจะไม่เหมือนใคร ช่างมันเถอะ.. เพราะภาพบางภาพที่รางสลัว ก็สวยงามดีตามแบบฉบับของมันนี่นา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6686168106139697263-650094743962153004?l=vdcool.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vdcool.blogspot.com/feeds/650094743962153004/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6686168106139697263&amp;postID=650094743962153004&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/650094743962153004'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/650094743962153004'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vdcool.blogspot.com/2008/04/blog-post_4933.html' title='ซ่อนใจ'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263.post-7807935663150659930</id><published>2008-04-20T16:00:00.000+07:00</published><updated>2008-04-20T16:01:45.514+07:00</updated><title type='text'>สาวบัว</title><content type='html'>บัวเป็นสาวบ้านนอก ไม่ใช่คนสวยบาดใจแต่ใครๆ มักบอกว่ามีคารม และมักมีคนติดใจ จึงตั้งแต่แตกสาว มีคนเกี้ยวพาราสีบัวมาตลอด แรกๆ ก็เพลิด หากนานไปก็..งั้นๆ.. บางคนน่ารำคาญ งานการไม่ห่วงมานั่งเฝ้า พลอยทำให้บัวทำอะไรไม่ถนัดไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านบัวเป็นสวนยางอยู่กลางป่า พ่อแม่ถากถางมาด้วยความขยันขันแข็ง พอบัวโต ที่ทางมีราคา ได้ยินคนพูดกันหนาหูนักว่าผู้มีอิทธิพลรุกมาบีบให้ยอมขาย ถ้าดื้อดึงอาจเจ็บหรือตาย ชาวบ้านถูกข่มขู่ต่างๆ นานา ถ้ายอมขายก็ได้เงิน แต่คงไม่มากมายนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนเขาก็ขายที่แล้วพากันย้ายออกไปปลูกตึกอยู่แถวตลาดที่ตำบลโน่น ที่ทางมากมายกว้างใหญ่ ทั้งสวนยางที่ตัดยางอยู่ทุกวัน และทั้งเนินปลูกข้าวไร่ ทั้งที่ สวนสารพัดจะปลูก มีทั้งทุเรียนเอย จำปาดะที่แสนจะหอมหวาน มะนาว พริก ผักสวนครัว แถมท้ายสวนยังมีลำธารไหลผ่าน มีปลาให้จับปิ้งย่าง ทุกอย่างรวมแล้วแลกได้บ้านตึกเพียงหนึ่งหลัง รถกะบะเก่าๆ คันหนึ่ง กับทุนรอนค้าขายของชำอีกนิดหน่อย…มันคุ้มกันหรือเปล่า?.. ไม่รู้สิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็มีบางครั้งที่บัวเข็นรถรุน ลากของในสวนออกไปขายที่ตลาดนัดที่ตำบล ได้เห็นชีวิตผู้คนข้างนอก บัวก็อยากเป็นชาวเมือง ชาวตลาดกับเขาบ้าง แต่พ่อว่าไม่ดีหรอก เป็นชาวเมืองวันไหนไม่มีเงินก็อด ไม่มีอะไรจะกิน ส่วนบ้านบัวบางทีอยู่เป็นเดือนๆ ไม่ต้องซื้ออะไรเลย ไม่หยิบเงินสักบาทก็มีกินทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้บ่าวลูกบ้านหัวควนผักแว่นมักหิ้วเม่น หมูป่า ไก่ป่ามาฝากให้แกง แล้วแบ่งกัน พ่อลุงท้ายควนหัวเก้งทำเนื้อแห้งอร่อยนัก ทั้งเนื้อเม่นเอย ค่างเอย สารพัดล่ะ แม้นแต่ตัวนิ่ม.. พ่อมักใช้ให้พี่บ่าว พี่ชายของบัวขึ้นสะตอ หิ้วไปแลกเนื้อแห้งมาทำกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ควน ภาษาใต้แปลว่าเนิน หัวควนแปลว่าบนเนิน..บ้านในป่านั้น ไม่ได้ปลูกติดกันเหมือนบ้านในเมือง คือที่ของครอบครัวหนึ่งนั้นสมมุติว่า มีสวนยางยี่สิบไร่ ที่สวนสิบห้าไร่ แล้วจากที่ของครอบครัวนี้อาจเป็นป่าหรือเป็นเนินสำหรับปลูกข้าวไร่(ข้าวไร่คือข้าวที่ปลูกบนเนินเขา)ไปอีกสองกิโล จึงเป็นที่ของอีกครอบครัวหนึ่ง ชาวป่าจึงนิยมนับกันว่าบ้านใครอยู่ตรงไหนของควนไหน )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกรับซื้อยางกับพวกนาย(ชาวบ้านชนบททางภาคใต้มักเรียกทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการว่านาย) รู้จักพ่อของบัวดี คุยกันถูกคอ และมักมาทำตาหวานใส่บัว พ่อบัวกว้างขวางพอได้ ใครๆ ว่าพ่อหัวหมอ เพราะพ่อไม่กลัวใคร พ่อบอกว่าพ่อรู้จักทั้งนายและทั้งพวกนักเลง ทำให้พ่อเป็นที่เกรงใจไม่น้อยในนั้น บัวเองอยากเอาอย่างพ่อบ้าง คบหาคนพวกนี้ไว้เพื่อเป็นที่เกรงใจ บัวรู้ว่าเขาเกี้ยว หวังในความสาวของบัว แต่เรื่องอย่างนี้ บัวคิดว่าบัวไม่โง่ บัวรู้จักวิธีเลี้ยวลด บัวไม่พลาดหรอก แต่พ่อสิ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อเลือกลูกเขยเองทุกคน เลือกอย่างดีตามประสาพ่อ เอาชนิดทำมาหากิน และเป็นลูกผู้ชาย เป็นที่นับหน้าถือตาชาวบ้าน ไม่รวยไม่ว่า.. พอมาถึงบัวบ้าง.. พี่เหิมเป็นหนุ่มสิบล้อ มีรถของตัวเอง เทือกเถาไม่เลวเลย โดยเฉพาะประเด็นที่มีอาเป็นสารวัตรเจ้าของค่ายมวยที่ตลาด เรียกว่ามีอิทธิพลพอได้ล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อรู้จักมักจี่กับพี่เหิมในบ่อน และต่อมาก็กินเหล้าด้วยกันถูกคอ..และเขาเองเอาอกเอาใจพ่อสารพัด เพราะเขาชอบบัวอยู่ พี่เหิมเป็นคนมีมาด มาดเขานั้นพระเอกไงงั้นเทียวแหล่ะ เป็นพระเอกอย่างหนังบู๊ที่ดูบึกบึนเข้มแข็ง ประเภทแรมโบ้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อให้บัวแต่ง บัวก็แต่ง เพราะไม่มีใครเคยขัดใจพ่อได้สักคน บัวก็ใจนักเลงเหมือนกัน แต่งก็แต่ง ไม่รักหรอก แต่ก็ไม่เกลียด …จริงๆ แล้วบัวยังไม่เคยรักใครเลย ที่มีคนเกี้ยวพาราสีมากมายเป็นเรื่องสนุกใจ แต่ก็ยังไม่ได้ปักใจแน่นอนกับคนใด ยังสนุกไปได้เรื่อยๆ ตามประสาสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อกำลังมีเรื่อง ก็เรื่องที่เรื่องทางนั่นน่ะ บัวเข้าใจดี บัวมักรู้สึกว่าเข้าใจพ่อ พ่อฉลาด กว้างขวาง ใจนักเลง บัวอยากเหมือนพ่อ บัวมีนิสัยเหมือนพ่อหลายอย่าง คนว่าบัวเด็ดขาดเหมือนพ่อ และพ่อก็รักบัวมาก พ่อเรียกบัวว่าสาวบัว คนทางใต้ ลูกสาวคนใดถูกเรียกว่าสาว หมายถึงเป็นลูกที่พ่อแม่รักกว่าลูกสาวคนอื่นๆ ที่มีอยู่ และบัวภูมิใจลึกซึ้งนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวแต่งงานแล้ว แม้นจะย้ายออกมาอยู่ตลาด (ชาวชนบททางใต้มักเรียกบริเวณในเมือง ในตำบลหรือที่ๆ เจริญในท้องถิ่นของตนว่าตลาด)อยู่บ้านค่ายมวยของอาสารวัตรของพี่เหิม แต่ตั้งแต่นั้นมา เรื่องของพ่อก็เบา ไม่มีใครไปขู่พ่ออีกเลย แต่บัวกลับมีปัญหาในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะที่บ้านหลังนั้นเป็นค่ายมวย มีทั้งนักมวย ทั้งผู้คนไปมาหาสู่ คนใหญ่คนโตก็เข้าออก บัวเป็นคนขยันงานบ้านงานเรือน ครอบครัวอาสารวัตรก็ได้บัวช่วยทำงาน ช่วยรับรองแขก พวกแขกเหรื่อหรือแม้นแต่คนในบ้านก็พูดจาดีกับบัว หยิกหยอกกันบ้าง คงไม่มีใครคิดเกินเลย แต่พี่เหิมก็หึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แรกๆ บัวก็ชอบ ออกจะภูมิใจ แต่บ่อยครั้งมันมากไป นานวันมาดพระเอกก็หาย ที่สุดถึงกับตบตีกัน บัวรู้สึกว่าตัวเองไม่ผิดสักนิด ถึงจะขึ้นชื่อว่าผัว ก็ไม่มีสิทธิ์ตบตีบัว..ใช่ว่าบัวทำอะไรเลวทรามที่ไหน แค่คุยกับคน ..&lt;br /&gt;บัวเพิ่งรู้ว่าพี่เหิมขี้หึง หึงแรง หึงไร้เหตุผล คิดเอาเองสารพัดอย่างที่ไม่น่าคิดไปอย่างนั้น คิดอย่างนั้นดูถูกบัวชัดๆ ..บัวเลยเอาปืนไล่ยิงเขา ไม่โดนหรอก บัวก็แค่ยิงปืนได้แต่ไม่แม่น นับว่าโชคดีที่ไม่แม่น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวหนีเขาไปหาพี่สาวที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง พี่เหิมก็ตามไปง้องอนสารพัด&lt;br /&gt;ป่วยการ บัวมีแต่ชิงชังเสียแล้ว บัวชังกระทั่งพ่อและการตัดสินใจของตัวเองที่ยอมเชื่อพ่อแต่งงานกับผู้ชายคนนี้..บัวพูดกับพี่เหิมดีๆ ว่าขอเวลาบัวสักพัก ถ้าสบายใจดีแล้วบัวจะกลับเอง เขาเองก็คล้อยตามแม้นจะฮึดฮัดบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอตกดึกเขาก็ปลุกปล้ำบัว..มันผิดอะไรกับการถูกขืนใจนะ อาจผิดกันแค่เขาเป็นคนที่บัวแต่งงานด้วย บัวจึงไม่อาจกรีดร้องไปให้ได้อายขายหน้าผู้คน&lt;br /&gt;บัวรู้ความคิดของพี่เหิมดี ที่คิดว่า ภายหลังการร่วมหลับนอนกันแล้วบัวจะตามเขาไปต้อยๆ แต่ผิดแล้ว เพราะมันกลับทำให้บัวเกลียด เกลียดทั้งความคิดทั้งการกระทำเถื่อนๆ แบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาไม่แยแสการขัดขืนของบัวสักนิดเดียว ..สิ่งที่เขาทำไม่ได้เรียกว่าการร่วมรักหรอก แต่เรียกว่าการขืนใจ เป็นการกระทำที่ทำให้บัวทรมาณทั้งร่างกายและจิตใจ..อะไรคือความสุขหนอ? และอะไรหรือคือการถึงสวรรค์อย่างที่ผู้คนร่ำรำพันกัน..ทำไมบัวไม่รู้จักสักนิดเดียว บัวรู้แต่ว่า บัวพลาด…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวไม่ยอมไปกับพี่เหิม และเขาก็มีงานที่รอเวลาไม่ได้ เขาจึงกลับไปก่อน บัวไปขอทำงานอยู่กับคนที่พี่สาวบัวรู้จัก เป็นงานบ้านกินอยู่เสร็จ บัวให้พี่สาวปกปิดทั้งพ่อและทั้งพี่เหิม ให้บอกว่าบัวหนีไปแล้ว บัวต้องการหนีจริงๆ แต่ไม่รู้จะไปไหนเพราะบัวไม่เคยไปไหนเลย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านที่บัวมาทำงานอยู่นั้นเป็นร้านค้า ค้าขายยุ่งทั้งวัน ตัวเจ้าของร้านสองผัวเมียมีอายุน้อยกว่าพ่อแม่บัวนิดเดียว สองคนมีลูกคนเดียวเป็นครูทำงานอยู่ไกลถึงถิ่นอีสานโน่น ที่บ้านอยู่กับห้าคน โดยมีเจ้าของบ้านสองคน ลูกจ้างเป็นเด็กผู้หญิงช่วยขายของคนหนึ่ง และอีกคนเป็นชายวัยกลางคนแล้ว เป็นคนส่งของ และมีบัวอีกคน บัวเป็นทำงานบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะทำความสะอาด ซักเสื้อผ้า ทำกับข้าว บัวทำให้ที่นั่นสบายขึ้นกว่าเดิม พอว่างบัวก็ออกมาช่วยขายของด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวทำงานได้ไม่นานนัก ลูกสาวเจ้าของบ้านก็กลับมาเพราะโรงเรียนหยุด พี่จุกมีท่าทางคล้ายผู้ชาย แต่ตัวบาง ผิวพรรณดี เป็นคนยิ้มง่าย ท่าทางใจดี พี่จุกแก่กว่าบัวสองปี เป็นครูบ้านนอก แปลก..คนบ้านนอกอย่างบัวคิดอยากเข้าเมือง แต่คนเมืองกลับเสาะแสวงที่จะออกไปอยู่ ไปทำงานบ้านนอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมพี่จุกคนนี้ยังทำตัวง่ายๆ สมถะเป็นอย่างยิ่ง หน้าตาไม่แต่ง ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ใส่ทองหยองแม้นแต่เท่าหนวดกุ้ง เห็นบอกว่าเสียดาย&lt;br /&gt;พี่จุกว่าเก็บเงินไว้พัฒนาอะไรๆ ที่จะมีประโยชน์สำหรับคนหลายๆ คนจะดีกว่าที่จะเอามาสะสมไว้ที่ตัวเองคนเดียว..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางอย่างบัวก็ไม่เข้าใจที่พี่จุกบอกหรอก แต่บัวก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นสิ่งดีๆ เป็นความคิดดีๆ อย่างคนมีการศึกษาเขาคิดกัน บัวคุยกับพี่จุกแล้วเยือกเย็นและรู้สึกศรัทธา&lt;br /&gt;ไอ้ที่บัวเคยรู้สึกแปลกๆ ต่อท่าทางของพี่จุกเมื่อแรกเจอนั่นก็หายๆ ไป แต่กลับรู้สึกวางใจ และกล้าที่จะเล่าเรื่องของตัวเองให้พี่จุกฟัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โธ่เอ๊ย แล้วทำไมบัวไม่คุยกับเขาดีๆ ล่ะ หนีอย่างนี้จะยิ่งทำให้เขาโกรธมากรู้ไหม..จะหย่าหรือจะอยู่มันต้องเอาให้แน่สักเรื่อง คาราคาซังอย่างนี้ อีกหน่อยถ้าบัวพบใครที่บัวจะรักจะชอบจริงๆ มันจะยิ่งมีปัญหานะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บัวกลัว ถึงบัวจะพูดกับเขา พี่เหิมเขาคงไม่ยอมแน่ๆ ค่ะ พี่จุกไม่รู้จักพี่เหิม พี่จุกไม่เคยมีผัว ไม่รู้อะไรหรอก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้าวๆ ..เฮ้อ..เอาล่ะ ..บางทีพี่อาจไม่รู้อย่างที่บัวว่า แต่พี่ว่าพี่รู้อะไรอย่างหนึ่งนะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อะไรคะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้บัวจ้องพี่จุก และพี่จุกก็จ้องบัวด้วยสายตาอ่อนโยนปราณียิ่งนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่รู้ว่าบัวไม่ยอมคน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าแล้วพี่จุกก็หัวเราะ พี่จุกเป็นคนไม่เคร่งเครียดกับสิ่งใดนานๆ เธอมักจะคลี่คลายบรรยากาศให้ดีขึ้นเสมอ ไม่ใช่รังแต่จะหมกมุ่นครุ่นคิดหนักไปกว่าเดิมอย่างบัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจเป็นได้ที่บัวร้อน จึงชอบที่จะได้อยู่ใกล้ๆ ความเย็นของพี่จุก พี่จุกเป็นครู จึงมักสอนโน่นสอนนี่เสมอ ชอบที่จะยื่นความรู้ให้บัว และคนที่อยู่รอบข้างเธอ..ทุกวันเธอจะช่วยพ่อแม่ขายของ แต่บางทีก็ออกไปข้างนอกกับเพื่อน หรือบางทีก็ทำอะไรๆ บนบ้าน บางวันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานทั้งวัน เห็นว่าเขียนโครงการขอทุนอะไรสักอย่างนี่ล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอนอนดึกทุกคืน และชอบออกมาดูดาวที่ระเบียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ยังไม่นอนอีกหรือคะพี่จุก"บัวไปห้องน้ำ กลับขึ้นมาเห็นพี่จุกที่ระเบียงจึงแวะถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ยังเลย เมื่อยตัวน่ะ เลยเดินออกมาสูดอากาศหน่อยนึง ไปห้องน้ำมาหรือบัว?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ..พี่จุกนอนดึกทุกคืนนะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ชินแล้วล่ะ จะให้พี่นอนแต่หัวค่ำอย่างบัว พี่นอนไม่หลับหรอก ไปนอนเถอะไป พรุ่งนี้บัวต้องตื่นแต่เช้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บัวไม่ง่วงแล้วล่ะค่ะ คืนนี้ฟ้าเปิดนะคะ ดาวเต็มฟ้าเลย" บัวแหงนหน้าดูฟ้า แล้วเขยิบเข้าใกล้ กลิ่นแป้งหอมมะลิกระจายฟุ้งออกจากตัวสาวบัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฟ้าเปิดเหรอ"พี่จุกแหงนหน้ามองตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่เข้าใจหรือคะ?"บัวหัวเราะเบา ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ที่บ้านบัวเรียกกันอย่างนี้นี่คะ คืนที่เห็นดาวเยอะๆ เรามักจะทักกันว่าคืนนี้ฟ้าเปิด ไม่มีเมฆหมอกเลย มีแต่ดาวเต็มไปหมด..สวยจังนะคะพี่จุก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฮื่อ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดาวพระศุกร์ดวงไหนคะ"บัวถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รู้จักด้วยเหรอ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รู้จักสิคะพี่จุก แหม ดาวพระศุกร์เป็นหนังในทีวีดังออกจะตายไป"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โธ่บัว..เรานี่" พี่จุกหัวเราะเอ็นดูบัว แล้วเธอก็บอกว่าจะไปนอนแล้ว…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวรู้สึก…ดีจัง ดีที่ได้เห็นท่าเอ็นดูบัวเหมือนบัวเป็นเด็กไร้เดียงสา..บัวอยากเป็น.. อยากไร้เดียงสา อยากกลับบริสุทธิ์ดังเดิม.. ไอ้ที่เคยรู้สึกลำพองใจคับอกเมื่อถูกเกี้ยวพาราสี ที่เคยกระหยิ่มเมื่อมีคนมาปักใจ เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนๆ ไปเสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่จุกไม่เหมือนพี่คนใดๆ ของบัว อาจเพราะพี่ๆ ของบัวไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆ พี่จุกเหมือนผู้ชายที่ร่าเริง และเหมือนๆ ว่าเธอสามารถปกป้องบัวได้ ทั้งที่ร่างกายออกจะบอบบางปานนั้น ถ้าเป็นผู้ชายหรือ ก็คงเป็นได้อย่างพระเอกยี่เกแหล่ะ จะให้แบกจอบแบกเสียม เดินเทิ่งๆ เข้าป่า ขุดมันขุดเผือกอย่างบัวคงทำไม่ไหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นิ้วพี่จุกยาวเรียว ไม่มีแหวนสักวง ของบัวยังมีแหวนทองหลายวง ทองล้วนๆ ไม่มีหัวอย่างนี้แหล่ะ อับจนเข้าขายกินได้ ราคาไม่ตก แต่อย่างพี่จุกมีความรู้ คงไม่กลัวอับกลัวจน บัวรู้สึกของบัวเองว่าคนมีความรู้เขาตวงกินได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งชีวิต ไม่ต้องมาพะวังกลัวอย่างที่บัวกลัว ..เพราะกลัวกระมัง คนเราจึงได้กักตุนอะไรต่อมิอะไร..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่บัวดูว่าพี่จุกมีความรู้และทำงานสบายนั้นต่อมาชักลังเล เพราะมือพี่จุกสากกร้าน ไม่นิ่มอย่างที่บัวคิดว่าเธอสบาย หนหนึ่งพี่จุกข้ามถนนหน้าบ้าน ที่บัวข้ามมาแบกของฝั่งตรงข้าม พี่จุกคงสงสารจึงข้ามมารับ เธอช่วยบัวขนของ แถมจับจูงบัวเหมือนบัวเป็นเด็กนักเรียนของเธองั้นล่ะ.. แต่บัวรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในกกปีกอันอบอุ่น รู้สึกถึงการดูแลเอาใจใส่…แม้นเล็กน้อย แต่บัวก็รู้สึกของบัวว่ามันยิ่งใหญ่ และอ่อนโยน ไม่เคยพบ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครจะเชื่อหนอว่าคนที่เป็นลูกรักอย่างสาวบัว คนที่แต่งงานมีผัวแล้วอย่างนี้จะไม่เคยพบกับความรู้สึกอย่างนี้…บัวรู้แล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นในหมู่บ้าน ที่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีท่าทางอย่างพี่จุกนี่…บัวรู้แล้วว่ามันเป็นไปได้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย้อนกลับไปดูวันวาน บัวเองก็เคยหยามหยันเขาเหมือนกัน แทนที่จะสงสารและพยามเข้าใจ…คนซึ่งโดนชาวบ้านนินทาอย่างมาก คนที่ถูกรังเกียจ โดนแบะปากเมื่อคล้อยหลัง.. มันคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรักและความเข้าใจในคนสองคน.. คนอื่นนอกนั้นล้วนแต่เป็นคนนอกทั้งสิ้นแล้ว…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวกรี๊ดลั่น เมื่อเห็นพี่เหิมยืนอยู่กับสองผัวเมีย นายจ้างของบัว หรือก็คือพ่อแม่ของพี่จุก… บัวเพิ่งลงมาจากชั้นบน เมื่อเห็น บัวก็วิ่งพรวดเดียวขึ้นไปใหม่ คุดคู้อยู่ข้างตัวพี่จุกที่นั่งเขียนหนังสืออยู่ที่ระเบียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อะไรกันน่ะบัว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวสั่น พูดไม่ออก ทำอะไรก็ไม่ถูกด้วย รู้สึกอย่างเดียวว่าตรงนี้แหล่ะปลอดภัยที่สุด แต่กระนั้นภัยก็ตามมาอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บัว กลับบ้าน" เสียงห้าวของพี่เหิมตะคอกเมื่อตามขึ้นมาพบสภาพของบัวแบบนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้าว มีอะไรกัน คุณเป็นใครกัน"พี่จุกร้องถาม ยังงงๆ อยู่นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อย่างนี้เองที่ไม่ยอมกลับบ้าน อ้างสารพัด ที่แท้มาหลงตัวเมียด้วยกันนี่เอง มันทำได้อย่างกูหรือวะอีบัว?" ท้ายๆ ประโยคเขาคำรามเหมือนสัตว์ป่า เส้นคอปูดโปนออกมาด้วยแรงเคียด สองตาจับจ้องมาที่พี่จุกเขม็ง และบัวก็สั่นพั่บๆ อยู่ข้างหลังพี่จุกนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่จุกค่อยลุกขึ้นยืน สงสารเธอนักหนา อยู่ๆ ก็ทำให้เธอโดนด่าหยาบๆ คายๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ออกไปเดี๋ยวนี้" พี่จุกตวาดกลับไปบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองคนจ้องกันเขม็ง..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ชั้นบอกให้ออกไปจากบ้านชั้น"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บัวไปกับพี่"&lt;br /&gt;ไม่หรอก..บัวไม่ไป บัวเกาะพี่จุกไว้แน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ส่งเมียกูมานะอีกะเทย"เขาแว้งกัดพี่จุกอีก&lt;br /&gt;บัวเห็นพี่จุกหลับตากล้ำกลืนความเจ็บปวดกับน้ำคำประนามต่ำข้านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พอเสียที ไปว่าเค้าทำไม หยาบคายกับเค้าทำไม"บัวตะโกนโต้ตอบบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไปจากบ้านชั้นเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ชั้นจะเรียกตำรวจมาลากคอแกออกไป"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อี"..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อีกคำเดียวแกไปนอนในคุกแน่.."พี่จุกขู่เอาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หยาบคายป่าเถื่อนอย่างนี้ล่ะสิ บัวถึงได้หนีแกมา บัวเขาเป็นเมียแกนะ ไม่ใช่ทาส ที่จะเที่ยวขู่ตะคอก หรือจะฉุดกระชากลากถูตามใจชอบ เขาก็คนเหมือนอย่างแกเหมือนกัน คนเหมือนกัน ทำไมไม่พูดคุยกันดีๆ ล่ะ"&lt;br /&gt;พี่เหิมกระทืบเท้าย่ำโครมๆ กลับลงไป พี่จุกถอนหายใจ หันมาปลอบบัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บัว..ไม่เป็นไรนะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่จุก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ยังไง หาเวลาพูดคุยกันดีๆ เถอะนะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บัวไม่รู้จะคุยว่าไงดี บัวจะว่ายังไงล่ะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บัวอยากให้เป็นไงล่ะ อยากอยู่ยังไงก็พูดจาตกลงกันดีๆ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้อายคนอย่างนี้ อย่าให้พี่ต้องไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของบัวเกินไปเลยนะ เพราะว่าพี่ก็มีอะไรๆ ของพี่ที่จะต้องคิดต้องทำเหมือนกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"…ค่ะ.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำพูดของพี่จุกทำให้บัวเกรงใจเธอเหลือเกิน เกรงใจในความเป็นผู้ใหญ่ของเธอ และเคารพนับถือเธอที่เธอให้การปกป้องคุ้มกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกันก็รู้สึก…รู้สึกว่าพี่จุกก็ปกป้องความเป็นตัวเองเช่นกัน…ก็เพราะบัวแหล่ะ เพราะบัวเธอจึงถูกด่าว่า ถูกมองไม่ดี..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันต่อมาพี่สาวบัวมาตามบัวไปพูดกับพี่เหิมที่บ้าน พอบัวไป ก็ไม่สามารถจะพูดจากันให้รู้เรื่องได้หรอก เพราะเขาเมามาย และพอเห็นหน้าบัว เขาก็คลุ้มคลั่งด่าทอหยาบคาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พูดกันดีๆ ก็ได้นี่พ่อเหิม ฉันก็เห็นแก่พ่อเหิมนะ ถึงได้ไปตามอีสาวมันมาให้ ก็ไหนว่าจะคุยกันดีๆ นี่มาเมาแบบนี้จะรู้เรื่องอะไรกันเล่า?" พี่สาวก็ว่าไปตามที่เป็นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็น้องสาวพี่ มันทำผมเจ็บปวดนัก พี่ก็เห็น หรือพี่เป็นใจกะมัน เห็นดีไปกับมัน ที่มันไปมีอะไรกับอีทอมนั่นน่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นี่ๆ พอเสียที ลงอย่างนี้อย่าคุยกันเลยจะดีกว่า คนเขาอยู่ดีๆ เอาความไปใส่ให้เสีย ครูจุกน่ะเขาคนดีนะพ่อเหิม เขาอยู่ของเขาที่บ้านเขา อยู่ๆ ก็ไปเอะอะบ้านเขา ไปด่าเขาอย่างนี้มันจะถูกเรื่องหรือ เขาไม่แจ้งความเอาก็เพราะเขาเห็นแก่หน้าอีสาวบัว เห็นแก่ว่าเป็นผัวสาวบัวมัน ไตร่ตรองดูเถอะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่บุญไม่เข้าใจ พี่บุญมาเป็นผมสิถึงจะเข้าใจ อีบัวเมียผมมันชอบให้ท่าคนไปทั่ว มันเจ้าชู้ยังกะอะไร มันหนีผมมานี่ มันมาติดใจอีนั่นน่ะไม่ว่า มันยอมให้ผมนอนกับมันดีๆ เสียที่ไหนกัน เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปมาก พี่ต้องไปเห็นมันซุกมันซบอยู่กับอีทอมนั่น พี่ต้องเห็นอย่างผม พี่ถึงจะเชื่อ มันหยามผมขนาดนี้ พี่ยังจะเข้าข้างมันอีกเร๊อะ ผมจะฆ่ามัน..ผมเป็นผู้ชายนะพี่บุญ อีบัวมันเหยียบย่ำผม มันหนีผมไปมีชู้ มันเห็นผมเป็นอะไรไปแล้วล่ะนี่ ศักดิ์ศรีผมไม่มีเหลือแล้ว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่เหิมคร่ำครวญร้องไห้..ก็ฤทธิ์เมานั่นล่ะ..บัวอยากจะเข้าใจเขาเหมือนกัน แต่บัวเกลียด.. ชิงชังสิ่งที่อยู่ในความคิดของเขาทั้งหมด..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่เหิมผลุนผลันลุกขึ้น คนอย่างนั้นจะทำอะไรก็ลุแก่โทษะ และยิ่งเมาด้วย…ใครจะห้ามเอาไว้ทัน ร่างกายเขากำยำยังกะช้างกะม้า บวกับแรงหึงบ้าๆ บัววิ่งตามขึ้นรถไปด้วย บัวรู้ว่าเขามุ่งไปบ้านพี่จุก..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่เหิม พี่จุกเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย อยากให้ฉันกลับฉันก็จะกลับ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มึงมันพูดดีทุกที มึงกลัวชู้ทอมมึงตายใช่ไหมอีบัว อีอัปรีย์ กูจะไปดูหน้ามันอีกซักที จะไปถอดกางเกงให้มันดู จะดูซิว่ามันจะว่าไง…มันอยากเป็นนักไม่ใช่หรือ ผู้ชายน่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัวเบือนหน้าหนี..น้ำตาไหลพรากๆ อนิจจา …น่าเวทนานัก เขาคนนี้ไร้ค่า ไร้ราคาสำหรับบัวแล้วจริงๆ วาระอย่างนี้แหล่ะ ที่คนเขาว่าเรื่องเพศเป็นของต่ำ ..ก็วาระที่นำมาด่าทอประจาน และเหยียบหยามผู้อื่น ในขณะที่หลงชูยกเพศของตนว่าเหนือกว่า…บัวเหมือนเห็นผู้ชายคนนี้เป็นสัตว์ประหลาด มีอวัยวะสืบพันธุ์อันใหญ่ยักษ์เที่ยวได้ชูอวดผู้คนทั่วไป…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถเขาจอดหน้าบ้านพี่จุก เขาลงจากรถไปกดออด กดแล้วกดเล่าและพร้อมตะโกนเรียกแถมด่าทอไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ออกมา ออกมาพูดกะกูอีกะเทย กูจะให้มึงดูของดี ..ของกูสิวะของจริง ทำได้ทุกอย่างทุกท่า มึงมาดูสิวะ…ฮ่า ฮ่า…ฮ่า… เมียกูมันร่าน มันอยากรู้อยากลองไปหมด"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พอทีเถอะพี่เหิม พอเสียที"…บัวเนื้อตัวสั่นเทา ร้อนไปทั้งตัวทั้งใจ ทั้งขายหน้าอับอาย ทั้งสงสารพี่จุก สงสารตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มึงเรียกมันออกมาพูดกะกูเดี๋ยวนี้ เรียกซีวะอีบัว เรียกมันออกมาดูกะบองของกู เผื่อมันจะชอบ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หยุดนะ บอกให้หยุดได้ยินมั๊ย หยุดเสียที ฉันทนไม่ได้แล้ว พอกันที..เราเลิกกันเถอะ เราอย่าอยู่ด้วยกันอีกเลย ฉันอยู่กับคนอย่างแกไม่ได้อีกแล้ว"&lt;br /&gt;เชือกเปื่อยๆ ของบัวขาดผึง เสียงของบัวแหลมสูง ตะโกนเหมือนคนกำลังพูดอยู่ในพายุ บัวไม่เห็นอะไรนอกจากหน้าของเขา ที่หันขวับมามอง .. มองอย่างตะลึงเหมือนหายเมา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แล้วเขาก็ตบบัวกลิ้งโค่โล่ … แล้วถลาเข้ามาคล่อมตัวบัวไว้ จากนั้นก็กระหน่ำความโกรธสารพัด บัวไม่มีทางสู้ได้เลย บัวจึงนอนเหยียดยาวอยู่ตรงนั้นเหมือนเศษเนื้อ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มึงกล้าท้าเลิกกูหรืออีบัว เพราะอีฉิ่งนั่น มึงจะเลิกกับกูเหรอ?"&lt;br /&gt;…บัวไม่รู้สึกเจ็บที่ตัวแล้วในตอนนั้น แต่ที่ใจมันเจ็บหนึบด้วยความแค้น..และบัวรู้สึกว่ามีบางอย่างเหนียวเหนอะ ไหลออกมาจากช่องคลอด เปื้อนเลอะกางเกง…อา…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หยุดนะนายเหิม"…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่จุก..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่จุกไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่เธอไปไหนมาไม่ทราบ เธอมากับเพื่อนผู้หญิงคนนั้น ลงจากรถได้พี่จุกก็ปราดเข้ามาห้าม ห้ามไม่ฟังหรอก กลับยิ่งหนักมือหนักตีนเข้าไปอีก เหมือนไฟได้ลมโหมฮือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ชู้มึงมาแล้วไงอีบัว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หยุด..ได้ยินไหม บอกให้หยุด นี่เมียแกนะไม่ใช่หมาใช่แมว แกทำกับเขาอย่างงี้ได้ยังไง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จุก จุก..ระวังนะจุก.."&lt;br /&gt;เพื่อนพี่จุกก็พยามจะฉุดให้พี่จุกออกไปจากที่นั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็เมียกูน่ะสิ เรื่องของผัวเมียมึงอย่ายุ่งจะโดนดี"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผัวเมียกันเขาทำร้ายกันอย่างนี้น่ะหรือ ทำอย่างนี้จะเป็นผัวเป็นเมียกันไปทำไม บัวเขาสู้แกไม่ได้หรอก แกเป็นผู้ชายยังไงทำคนไม่มีทางสู้ คนที่แกทำก็ไม่ใช่ศัตรูที่ไหน เป็นเมียของแกเองแท้ๆ น่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ว๊าย…จุก..เลือด!!!!"เสียงเพื่อนพี่จุกร้องกรี๊ดออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อตำรวจมา พี่เหิมถูกจับข้อหาบุกรุก ทำร้ายร่างกาย และหมิ่นประมาท บัวถูกพาส่งโรงพยาบาล.. บัวตกเลือด..แท้งลูก!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บัวไม่เสียใจเลยนะ ช่างเถอะ บัวคิดถึงเรื่องหย่า คิดถึงเหตุผลที่จะฟ้องร้องหากเขาไม่ยอมหย่าดีๆ เขาทำร้ายบัว และฆ่าลูกตัวเอง…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อล่ะ พ่อคงต้องออกจากที่ๆ เคยอยู่ ถ้าไม่มีอะไรให้คนเกรงใจแล้ว ช่างปะไร ช่างเถอะ บัวคงทำให้พ่อได้เท่านี้แล้ว ชีวิตที่เหลือก็ขอบัวเถอะพ่อ.. บัวเข้าใจอะไรๆ ในโลกนี้ขึ้นอีกมากมาย บัวเข้าใจแล้วว่า ผู้หญิง ผู้ชาย คิดต่างกัน และสำหรับบัวแล้ว "ไอ้นั่น" มันเป็นได้แค่เครื่องเพศ แต่ความรักและความดีสิ .. เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับชีวิตและจิตใจสำหรับมนุษย์เรา…&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6686168106139697263-7807935663150659930?l=vdcool.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vdcool.blogspot.com/feeds/7807935663150659930/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6686168106139697263&amp;postID=7807935663150659930&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/7807935663150659930'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/7807935663150659930'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vdcool.blogspot.com/2008/04/blog-post_5579.html' title='สาวบัว'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263.post-2287573620553830301</id><published>2008-04-20T15:58:00.000+07:00</published><updated>2008-04-20T16:00:19.160+07:00</updated><title type='text'>นายกับดารา</title><content type='html'>"สวัสดีค่ะ...ดาราพูดค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดารา นายไปหาคุณหรือเปล่า?" เสียงคุ้นๆ ที่แม้นเขาจะมิได้บอกว่าเป็นใครที่พูดสายกับเธอ แต่เธอก็จำเขาได้ เขาโทรมาถามถึงภรรยาของเขา...และเขาคือสาริน นายตำรวจใหญ่ เขาซึ่งเป็นสามีที่รักนายเหลือเกิน น้ำเสียงเขาไม่ดีเลยวันนี้ เกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ นานมาแล้วที่ดาราเคยคิดว่าอาจมีสักวันหนึ่ง ที่ครอบครัวนี้จะพบความยุ่งยาก และความยุ่งยากนี้จะเกิดขึ้นเพราะนาย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คะ? เปล่าค่ะมีอะไรหรือคะสาริน?" เธอรู้สึกห่วง ห่วงผู้หญิงคนนี้.. นายไม่เหมือนใครที่เธอเคยรู้จัก ความคิดความอ่าน..ความรู้สึกของเธออีก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายหายไป.."เสียงเขาเบาหวิว ไม่ขึงขังสมตำแหน่งการงานเลยสักนิดแล้วในเวลานี้ และมันทำให้ดาราอ่อนแรงลงด้วยเช่นกัน ร่างที่เล็กและแบบบางของดาราจึงค่อย ๆ ก้มลงนั่งที่เก้าอี้ เพื่อเธอจะได้มีแรงคุยกับเขาต่อไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไปเที่ยวกระมังคะ นายอาจไปเที่ยวก็ได้นี่คะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผมภาวนาให้เป็นอย่างนั้น...แต่ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา นายไม่เคยไปไหนโดยไม่บอก...ผมโทรหาเขาจนทั่วแล้ว..นายไม่ได้ไปหาใครเลย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าคะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เปล่าครับดารา ผมกับนายไม่เคยมีเรื่องกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เอ่อขอโทษนะคะที่..ที่ถามไปอย่างนั้น" ดารารู้สึกว่าคอแห้งผาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้านายไปหาคุณ ผมอยากให้คุณช่วยบอกผมด้วยนะครับ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณครับดารา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาวางสาย เธอวางสายตามแต่เธอยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ลุกไปไหน.. นายลุกมาทำอะไรอีกล่ะทีนี้.. ดารารำพึงในอกที่หวั่นไหว นึกถึงผู้ชายผึ่งผายที่ชื่อสาริน สารินที่รักนายเหลือเกิน รักทั้งที่นายเป็นผู้หญิงเจ้าอารมย์ เป็นผู้หญิงหลายอารมย์ และเต็มไปด้วยความขัดแย้งสารพัดภายในตัวตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตเธอคงสบายเกินไปจนเธอไม่มีความสุขกับสิ่งดีๆ ที่รายรอบเธออยู่ แต่ดาราก็รู้ดีว่านายมีอะไรบางอย่างที่น่ารัก และทำให้ทำใจเกลียดเธอไม่ลง..ไม่รู้สิ ..แรก ๆ ที่รู้จักกันดาราก็ชอบ ชอบในความเป็นคนช่างพูดช่างคุย สามารถต่อปากต่อคำกันไปได้เรื่อยๆ และมีนิสัยครึกครื้นเฮฮาและไร้เดียงสาเหมือนแกล้งทำ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็ไม่ใช่การแกล้งทำ.. นายเหมือนคนที่โง่และซื่อ แต่บางอย่างนายก็ฉลาดและรู้มาก ใครต่อใครรู้สึกต่อนายเหมือนว่านายเป็นคนโสด ทั้งๆ ที่นายมีครอบครัวอย่างเป็นเรื่องเป็นราว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่รู้สึกกันอย่างนี้อาจเป็นเพราะนายไม่มีลูก และเพราะนายไม่เหมือนผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วคนอื่นๆ ..เพราะนายน่ะ คิดจะไปไหนนายก็ไปได้ทุกเมื่อ เพียงบอกว่าจะไป เป็นเพียงการบอกกล่าว แต่ไม่ใช่การขออนุญาติ ครอบครัวของนาย นายแสนจะอิสระ เพราะสารินจะยอม ทุกอย่างไม่เคยขัดใจสักครั้ง ..ยอมนายเสียจนบางทีก็ดูน่าสงสาร...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ต่อมายิ่งดาราใกล้นายมากขึ้น ดาราก็บอกไม่ถูกว่า จากที่ชอบนั้นได้กลายเป็นอะไร หลายอย่างของผู้หญิงคนนี้คาบเส้นคาบดอกอยู่ระหว่างไร้เดียงสากับน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง ระหว่างดีเยี่ยม อ่อนโยนเป็นยอดกับความยอดแย่ เป็นความขัดแย้งที่รวมกันอยู่ในตัวเธออย่างไม่น่าเป็นไปได้&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่งดาราได้เห็นความเป็นเธอส่วนหนึ่งและให้รู้สึกอึ้ง... ดาราและใครอื่นไม่มีใครกล้าอย่างนั้น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกรถชนตางปากซอยเล็ก ๆแห่งนั้น ซอยที่ได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยซ่องโสเภณี!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"กะหรี่ถูกรถชน.." ใครคนหนึ่งบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เป็นเอดส์หรือเปล่าวะ?".. คนในกลุ่มไทยมุงเอ่ยขึ้นพลางกุมอก แล้วใครต่อใครก็พากันเบี่ยงตัวหลบทำท่าว่าเรื่องอะไรจะเสี่ยงเข้าไปช่วย..ดาราได้ยินและได้เห็น...แต่นายจะได้ยินหรือเห็นสีหน้าและอาการของใครหรือไม่ไม่ทราบ..แต่..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างสูงของนายก็เดินลงจากรถที่นั่งๆกันอยู่ด้วยการจราจรติดขัดเพราะอุบัติเหตุอันเกิดแก่ผู้หญิงที่นอนจมกองเลือดอยู่นั่น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในท่ามกลางความแปลกใจ นาวก้าวลงไป..ตรงไปหาร่างนั้นอย่างใจจดใจจ่อแล้วก้มลงช้อนร่างนี้นอุ้มมาที่รถ เนื้อตัวนายเปรอะเลอะไปด้วยเลือด..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไป" เสียงนายสั่งอย่างมีอำนาจ ...ระหว่างทางไปโรงพยาบาล ดาราได้ยินเสียนายเอ่ยแก่คนเจ็บอย่างอ่อนโยนว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ถึงหมอ"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราจำได้ว่าที่นั่งตัวหดลีบด้วยใจขยาดและรู้สึกรังเกียจเดียจฉันท์นั้น กลับค่อยๆ คลายตัวลงและซึมซับเอาความอ่อนโยนนั้นเข้ามาแทนที่.. รู้สึกว่าคนๆนี้มีความอบอุ่น และรู้สึกปลอดภัยที่อยู่ใกล้ๆ .. ดารารู้สึกซาบซึ้งถึงคำว่าน้ำใจ... และน้ำใจที่นายมีมันช่างไร้ขอบเขตุและเงื่อนไข..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งๆ ที่มันเหลือเชื่อ เพราะนายคนเดียวกันนี้ แม้นเสียงประทัด เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ายังเนื้อตัวสั่น .. บางทีความเป็นเธอก็แสนจะบอบบางและเขลาขลาดเหมือนเด็กเล็กๆคนหนึ่ง ซึ่งแม้นแม่มีดบาดมือนิดเดียวก็ผวา..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกันถามนายที่โรงพยาบาลว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่กลัวเหรอนาย? ผู้หญิงคนนั้นเขาว่าเป็นผู้หญิงหากินนะ ..แกอาจเป็นเอดส์ก็ได้" คนถามมองเสื้อผ้าเนื้อตัวของนายที่เต็มไปด้วยเลือด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"กลัว.. นายกลัวเลือดที่สุด.. แต่นายก็สงสารเค้า ชีวิตคนสำคัญกว่านะถ้าไม่รีบพามาหาหมอเค้าอาจตายก็ได้ ..มันต้องมีคนหนึ่งเข้าไปช่วยเค้า"..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเคยมีท่าทีบางอย่างกับเธอ...ดารารู้สึกได้..มันเริ่มจากรู้สึกอย่างเบาบางจนกระทั่งมันค่อยๆชัดเจนขึ้นทุกวัน และเธอก็แอบฉงนใจ นายมองเธอแปลกกว่าผู้หญิงธรรมดจะมองกัน บางทีมีแววสงสารเจือเคล้าอยู่ในสายตานั้นด้วย และทำให้ดาราไม่ค่อยกล้าสบสายตากับเธอและเริ่มระแวง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดารามีคนรักแล้ว คนรักของดาราเป็นทอมชื่อปุ่น ปุ่นเป็นทอมบอยสะโอดสะอง คบหากันมานาน แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพียงแต่เป็นคนรักที่ไปมาหาสู่กัน เที่ยวเตร่และค้างแรมด้วยกันเป็นระยะ ๆเพราะครอบครัวของดารารับไม่ได้หากเธอจะอยู่กินกับคู่รักที่เป็นผู้หญิงด้วยกันอย่างจริงจังเหมือนคู่สมรส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อแรกดาราเคยพาปุ่นเข้าบ้านระยะหนึ่ง แล้วก็เกิดปัญหาใหญ่โต จึงทำให้ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ได้แต่ไปมาหาสู่กัน แต่เธอรู้ว่าปุ่นไม่ผิดที่เป็นทอม ปุ่นมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ และดาราก็คิดว่าเธอไม่ผิดที่จะรักทอม ขณะเดียวกันเธอก็เข้าใจความรักและความปรารถนาดีของคนในครอบครัวของเธอเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีใครผิดหรอก เพียงแต่ยอมรับกันไม่ได้เท่านั้น ดาราไม่ สามารถตัดข้างใดข้างหนึ่งออกจากชีวิตได้เธอจึงคบปุ่นข้างนอก วันหยุดของเธอ ๆจะมาอยู่กับปุ่น แม้ว่าถูกว่ากล่าวจากทางบ้านเธอก็เฉยเสีย ครั้นนายเข้าใครๆ ก็คร้านที่จะว่า..&lt;br /&gt;ปุ่นย้ายบ้านครั้งกลังสุดมาอยู่ตรงข้ามบ้านของสองสามีภรรยาที่แต่งงานกันมาห้าปี นั่นคือครอบครัวของสารินและนาย ต่อมาปุ่นและนาย เพื่อนของปุ่นและเพื่อนของนายก็กลายเป็นเพื่อนกัน รวมทั้งดาราด้วย...ด้วยความที่อายุเท่ากัน การศึกษาระดับเดียวกัน และความที่นายเป็นคนที่มีด้านหนึ่งสนุกสนานเฮฮาน่ารัก จึงเข้ากันได้ง่ายดาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราไม่กล้าเดาความคิดและความรู้สึกของสารินว่าคิดอย่างไรกับการที่นายมาสนิทสนมกับกลุ่มของปุ่น และคิดอย่างไรกับความเป็นทอมของปุ่น สารินไม่เคยแสดงความรู้สึกอย่างใดในทางไม่ดีออกมาให้เห็นเลย เขาเป็นคนสุภาพ ใจดียิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา แต่ลือกันทั่วไปว่าสารินไม่เคยไว้หน้าใคร ในการทำงานเขาเป็นคนฉียบคมไม่ได้ใจดีอย่างที่เห็น แต่กับภรรยาเขารักและตามใจไปเสียทุกเรื่อง เขาเหมือนซานตาครอสใจดีที่ตามใจทุกอย่างไม่มีขีดจำกัด และนายก็เหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่เอาแต่ใจตัวโดยไม่มีเหตุผลอะไรมากนัก นอกเสียจากคำว่า "นายชอบ" "อยากได้" "จะเอา.." หรืออะไรในธรรมนองนี้.. พรรคพวกเคยถามสารินเล่นๆ ว่าถ้านายเกิด"สงสาร" ผู้ต้องหาสักคนที่เขาจับมา เขาจะยอมปล่อยไหม?.."ไม่รู้สิ"...เขาหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายไม่เคยก้าวก่ายเรื่องานของสาริน..นายพอมีสมองบ้างนิดหน่อย" นายว่าอย่างนั้น เล่นเอาคนถามแหยไปเหมือนกัน ทั้งที่นายอาจจะว่าไปอย่างนั้นโดยไม่มีเจตนาจะเสียดแทงใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายมีข้อดีตรงที่เธอไม่ใช่ผู้หญิงเจ้าชู้ เรื่องไม่เอาไหนของนายคือเรื่องการเอาแต่ใจตัวและเรื่องอารมณ์ที่ขึ้นลงง่ายๆ และความเพ้อเจ้อเหมือนเด็ก..เท่านั้น ความจริงนายเป็นคนถือตัวทีเดียว เพราะเมื่อได้ยินใครเอ่ยดูถูกผู้หญิงนายจะเอาเรื่องเอาราวขึ้นมาทันที เพราะในครอบครัวของเธอไม่มีการหมิ่นแคลนผู้หญิง และไม่มีการยกตัวเป็นนายของชาย ไม่ว่าชายคนนั้นจะอยู่ในตำแหน่งอะไร พ่อ พี่ หรือสามี..ล้วนเท่าเทียมกันในความเป็นคน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามีของนายเป็นนายตำรวจใหญ่ แต่สามารถลอดราวผ้า เก็บผ้าแห้งทุกชิ้นที่นายซักตากไว้ นายทำกับข้าว สารินก็มีหน้าที่ล้างจาน นายทำงานบ้านเอง แต่เธอก็แบ่งหน้าที่บางอย่างให้เขาด้วยและเขาเองก็เต็มใจช่วยทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายมีงานอดิเรกที่โปรดปราน ที่เรียกว่าเป็นความสุขของเธอคืองานปักสะดึง สะดึงปักของเธอมีมากมายหลายขนาด ดาราชอบภาพนายเวลานั่งปักผ้า เพราะเป็นภาพของคนที่มีสมาธิดีและดูสงบ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่านายจะอารมณ์ขึ้นลงประการใด หรือจะเป็นคนที่มีอะไรแปลกๆ ดีๆ ร้ายๆ รวมหลอมอยู่ในตัวเองอย่างไร งานผ้าปักที่นายทำแต่ละผืนก็ล้วนสวยงามในความรู้สึกของดารา ..ผ้าของนายปักด้วยไหมสีธรรมดาที่บางผืนอาจแซมไหมทองหรือเงินลงไปบ้าง หรือบางผืนก็ปักลูกปัดแก้วเล็ก ๆ ลงไปบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีชิ้นไหนที่แวววาวทั้งผืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ปักทองทั้งผืนใครจะกล้าใช้..แล้วจะใช้ไปไหนสักกี่งาน? ผ้าของนายถ้าให้ใครก็อยากให้เขาได้ใช้ในชีวิตจริง.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราหนึ่ง ดาราคุยถึงเรื่องโปรแกรมพักร้อนว่าจะไปบาหลีกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เห็นนายเคยบอกว่าอยากไปบาหลีนี่ ไปด้วยกันกับดาราสิ" ปุ่นเป็นคนออกความคิดเห็นเรื่องนี้ ปุ่นเป็นคนที่ชอบเสนอความคิดเห็นแทบทุกเรื่อง และสำหรับปุ่นแล้ว ปุ่นมองนายเหมือนยายเด็กจอมยุ่งคนหนึ่ง ทั้งที่อายุเท่ากัน แต่กลับรู้สึกต่อนายเหมือนนายแค่สิบขวบ เป็นเด็กประเภทไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ประสีประสาอะไรเลย.. ทำนองนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งที่ในความเป็นจริง นายเป็นหลักเป็นฐานกว่าปุ่นเยอะ นายมีสามี มีครอบครัว ส่วนปุ่นยังโสด...ปุ่นมักจะบ่นเรื่องไม่เอาไหนของนายเสมอ แต่ในน้ำเสียที่เต็มไปด้วยแววเอ็นดู บางทีดาราก็รู้สึกขัดเคือง.. มันเป็นความหึงบาง ๆ ..หึงแบบไม่มากมาย แต่ไม่นานนักก็หาย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายตกลงใจจะร่วมทัวร์ไปกับดาราและเพื่อนด้วย นายไม่ต้องถามสาริน เพียงแต่บอกให้รู้เท่านั้นว่าจะไปไหนกับใคร นายไม่เคยสนใจว่าอีกฝ่ายจะอยากให้ไปหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไปตามที่เธอต้องการอยู่ดี ถ้าไม่ใช่สารินละก็คงอยู่กันไม่ยืดแน่..คงจะมีไม่มากหรอกนะผู้ชายที่จะทำได้อย่างสารินน่ะ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเดินทางนายหิ้วกระเป๋าร่าเริง ..แต่ระหว่างทางกลับเงียบเหม่อ เหมือนเธอคิดอะไรต่อมิอะไรไปตามก้อนเมฆที่มองเห็นจากหนาต่างเครื่องบิน สายตานายที่มองสรรพสิ่งที่สวยงามนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและเหมือนกล่าวคำชมเชย ..มันดื่มด่ำอย่างที่ดาราไม่เคยเห็นจากนัยน์ตาของใคร แม้นแต่แววตาของปุ่นที่เคยทอดมองอ่อนหวานมายังตาของเธอ..ซึ่งนั่นก็นานมาแล้ว... ดาราคิดว่าดวงตาของปุ่นยังไม่ซื่อใสลึกซึ้งเท่าที่นายมองก้อนเมฆบนฟ้า แล้วยิ้มนิดๆ ชมเชยความงามของมัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ตอนนายเป็นเด็ก มีวันนึงนะนายจะไปหาเพื่อน..."เธอเล่า แต่ตายังจับอยู่บนฟ้าเหมือนวางใจไว้บนนั้น..บนก้อนเมฆที่สวยงามที่ตาชื่นชมอยู่...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แต่นายหลงทาง จำทางไปบ้านเค้าไม่ได้ แต่นายไปเจอบ้านหลังหนึ่ง หลังคามุงจากนะหลังเล็กนิดเดียวเอง มีเฉลียงด้วย มีคูน้ำหน้าบ้าน มีสะพานไม้เล็ก ๆ แค่สองสามก้าวเท่านั้นเอง ที่ริมน้ำน่ะมีดอกไม้สีเหลือง สีส้มสดๆ ขึ้นเป็นกอๆสวยมากเลย ไม่รู้ว่าเรียกดอกอะไรนะดารา นายเคยจำได้แต่ตอนนี้ลืมแล้ว...นายอยากปลูกบ้านอย่างนั้นในที่ของนายบนดอยปรกหล้า ที่นายสวยนะดารา..แต่ป๊าบอกนายว่าเป็นที่ตาบอด อีกหน่อยถ้าใคร ๆ เขาขายที่กันหมด ที่นายจะไม่มีทางออกให้นายขายไป แต่นายชอบ นายไม่ขายหรอก.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเหมือนคนอย่างผู้หญิงคนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำว่าชอบ หรือไม่ชอบเท่านั้น ง่ายๆและไม่สนใจเหตุผลแวดล้อมอื่นนอกเหนือไปจากนั้นอีกเลย... และอีกเช่นกันที่เธอมักจำอะไรบางอย่างเล็ก ๆ น้อยๆสับสนและเรียกไม่ถูกแม้นแต่ขิงข่าตะไคร้ก็แยกไม่ถูกเรียกสับสนปนเปไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บางอย่างเธอกลับจำได้แม่นยำ จดจำเป็นภาพสวยงามอยู่ในความทรงจำ จำไปคล้ายแกล้ง แต่นับวันดาราก็มั่นใจว่าเธอไม่ได้แกล้ง...เธอเป็นอย่างที่ดาราเห็นจริงๆ และดูเหมือนว่าเสน่ห์ของนายอยู่ที่ตรงนี้ด้วย.. ตรงที่เหมือนเด็ก..เด็ก โง่.. เด็กซื่อ..เด็กช่างฝัน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่บาหลีคืนนั้นในห้องพักของโรงแรม นายแหงนหน้าดูดาวนานแสนนานตรงหน้าต่างและคิดอะไรอยู่กับตัวเอง ดารานอนหลับไปตื่นหนึ่งแล้วนายก็ยังคงอยู่ที่นั่นในท่าเดิม..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นอนเถอะนาย พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ถ้าสายจะเสียเวลาคนอื่นนะ" ดาราลุกไปเรียกเบา ๆ นายตามมาอย่างง่ายดาย ขึ้นเตียงมุดผ้าห่มและ...กอดดาราเอาไว้...เวลานั้นนายเหมือนเด็กเหงาคนหนึ่ง... ดารานอนนิ่งแต่นายเลื่อนมือเชื่องช้าบนตัวเธอ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านั้นนายเคยบอกเธอว่า......"บางทีนะดารา..บางทีนายไม่เข้าใจตัวเองเลย รู้สึกว่ามันมีความสับสนมากเหลือเกิน" ตอนนั้นดาราไม่เข้าใจ แต่เพิ่งเข้าใจและพลอยสับสนในความเป็นนายไปด้วยในนาทีนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หนาวไหม?" นายถามดาราเบาหวิว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ร้อน!" ดาราตอบอย่างหงุดหงิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่น่าร้อน" นายว่าด้วยเสียงสั่น ดาราขยับตัวออกช้าๆ แต่นายขยับตาม รูปร่างของนายสูงใหญ่กว่า ถ้านายจะทำอะไรจริงๆ ถ้าหักหาญคงทำได้ไม่ยากนัก ซึ่งทำให้ดาราไม่กล้าฮึดฮัดทั้งที่ดาราไม่พอใจอย่างมาก..แต่แค่ไม่พอใจเท่านั้น...ดาราคิดทบทวน...ว่าที่ผ่านมาเธอไม่ถึงกับเกลียดนาย..แค่ไม่พอใจ เพราะรู้สึกเหมือนถูก "ลองเล่น"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายสุงสิงกับกลุ่มทอมของปุ่น แรกๆ เมื่อฟังเสียงปุ่นเอ่ยถึงนาย ดาราไม่ชอบใจ คิดไปว่าปุ่นอาจมีใจกับนายบ้าง แต่กลับเป็นว่านายซึมซับเอาความเป็นทอมมา..และมาลองเล่นกับเธอ.. นายหอมแก้มเธอสองสามที แต่ดารามุดหน้าหนีและผลักตัวนายออก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายยอมแยกตัวออกแต่โดยดี ถอนหายใจและลงไปนอนกับพื้นหน้าเตียง ดารานอนตะแคงนิ่งทั้งที่ไม่หลับอย่างนั้นทั้งคือ ส่วนนายกระสับกระส่ายนอนไม่หลับเช่นกันแต่เธออยู่นิ่งไม่ได้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟ้าสางคาตา นายลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ดาราอาบน้ำแต่งตัวบ้าง ขณะกำลังเตรียมตัวจะออกจากห้องนายก็ตรงเข้ามากอดไว้ทั้งตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายขอโทษ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เราจะยังคบกันต่อไปไหมดารา?"..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.............ดาราคิดว่าเข้าใจผู้หญิงคนนี้ที่ตรงและไร้มายา...เข้าใจเหมือนเห็นกุหลาบที่กลีบดอกแหว่งวิ่นมีหนอนเกาะว่างามดีไม่มีพิษภัย แต่..แต่ก็ใช่ว่าดาราจะทำใจให้เหมือนเดิมก่อนที่จะมีเหตุการณ์อย่างเมื่อคืนนี้เกิดขึ้นได้...ดารายังไม่เก่งขนาดนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้านายจะ...จะไม่ทำอย่างนั้นอีก"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราบอก..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายรักดารา"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราเงียบ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่ดารา..." ดารารู้ตัวเมื่อถูกเขย่าแขนเบา ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เป็นอะไรไปคะ?" น้องที่ทำงานด้วยกันยื่นกระดาษเช็ดหน้าส่งให้... ดาราเพิ่งรู้ตัวว่าน้ำตาไหล...โอ... เธอรีบขอตัวลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราจำวันนั้นได้ดีและจากนั้นมาดาราก็ไม่เคยมีความสุขเลย และเธอก็รู้ด้วยว่านายไม่มีความสุขเช่นกัน เที่ยวไม่สนุก กินไม่อร่อย นอนก็ไม่ค่อยหลับ.. แต่จมเจ่าอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคิดไปสารพัด.. นายไม่ได้ทำอะไรเธอมากมาย ทั้งที่ถ้าจะทำก็คงทำได้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เธอก็รู้สึกเสียหาย...และไม่สามารถเหมือนเดิมได้อีก... บางทีเธอก็รู้สึกรังเกียจ ที่คนอย่างนายไม่มีข้อจำกัดความ ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีกติกา ไม่มีอะไรเลย ถ้าหากดาราตอบสนองนายอย่างที่อารมณ์นายต้องการอะไรจะเป็นเช่นไรก็นึกไม่ออก จะยุ่งยากสับสนอีกเพียงไหนไม่รู้ ทำไมนายไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้?..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับจากเที่ยวได้ไม่นาน ดาราก็ได้รับจดหมายจากนาย ในซองจดหมายนั้นมีบทกวีบนหนึ่ง...นายเคยบอกว่าชอบเขียนบทกวี แต่ใคร ๆ มักจะยิ้ม และคิดว่านายเพ้อฝันและเพ้อเจ้ออีกแล้ว แต่เมื่อดาราได้อ่านแล้วเธอก็เปลี่ยนความคิดนั้นเสียสิ้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดารา "ฉันขอโทษ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฉัน เรียนรู้ที่จะมองลึกเข้าไปในตัวฉันเอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันพบเธอในนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือสิ่งที่ฉันค้นหาคำตอบตลอดมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และฉันเจ็บปวดยิ่งกับความไม่มีเหตุผลครั้งนี้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นาย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราเห็นบ้านหลังนั้น.. บ้านที่นายเคยเล่า เธอคิดว่าเธอรู้ว่าจะพบนายได้ที่ไหน...อาจเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง หรืออาจจะผิดก็ได้ แต่ความฝันของผู้หญิงชื่อนายนั้นน่าขัน ด้วยมีแต่ผู้คนจะฝันถึงคฤหาสน์โอ่อ่า นายกลับฝันถึงกระต็อบมุงจาก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราเดินทางเสาะหาความฝันนั้นของนาย...พักร้อนปีนี้จุดหมายไม่แน่นอน แต่อารมณ์เดียวกับปีก่อนหากแต่ชัดเจนกว่า ดาราเผื่อใจไว้ครึ่งหนึ่งแล้วสำหรับความผิดหวัง แต่ก็ไม่คิดเลิกล้มความตั้งใจ... ไม่พบก็ไม่เป็นไร .. แต่จะมีคราวต่อไปและต่อไปเรื่อย ๆ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และทุกที่ ทุกแห่งหนที่ดาราผ่านไป เธอรู้สึกเสมอว่าอาจมีนาย...ผู้หญิงคนนั้นอาจปะปนอยู่ในฝูงชน เพียงแต่เธอต้องค้นหาให้เจอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารินเองก็เสาะหานายจนทั่ว นายไม่ได้ถูกใครลักพาตัวไป เธอไปของเธอเองด้วยเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด แต่สะดึงสารพัดขนาดพร้อมอุปกรณ์ปักผ้าของเธอ เธอขนของเธอไปจนหมด หนังสือหลายเล่มที่นายโปรดปราน..ทุกสิ่งเหล่านี้ยืนยันได้แน่นอนว่าเธอไม่ได้ถูกใครจับไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแม่ญาติพี่น้องของนายก็พากันเดือดร้อนทุกข์ใจ ..ผู้คนที่รู้จักนายพากันครหาวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นานวัน... ทุกอย่างก็ค่อยกลับเข้าสู่ความเป็นปรกติ เพื่อนฝูงเลิกหงอยเหงา และ...สาริน...ก็มีผู้หญิงเข้ามาวอแว คงแต่พ่อแม่พี่น้องของนายเท่านั้นล่ะที่ยังคงเดือดเนื้อร้อนใจ... และสำหรับดารา...เธอยังคงรอคอยโทรศัพท์ทุกกริ๊งเข้ามา ดาราภาวนาเสมอขอให้เป็นนาย...แต่ไม่เคยใช่ กลับมักจะเป็นปุ่น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีนี้อีกเช่นกันที่ดาราไม่ไปไหนไกลๆ แต่เดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของนาย ถามไถ่ถึงนายด้วยความหวัง และปลอบใจพวกท่านเมื่อไม่มีข่าวใดๆของนาย ..แต่ถึงอย่างไรทั้งเธอและทุกคนที่ยังคงรักและรอนายต่างยังไม่ทิ้งความหวัง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราเดินทางต่อไปอีก ไปยังที่ๆเคยไป..ที่ๆ นายเคยบอกเล่าให้ฟังว่า..."ที่ นายสวยนะดารา...นายชอบ นายไม่มีวันขายหรอก"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีก่อนในช่วงพักร้อนอย่างนี้ดาราก็มา เธอต้องหยุดที่บ้านญาติของนายที่เชิงดอย เพื่อไหว้วานให้พามายังที่ดินผืนสวยของนายแห่งนี้ แต่คราวนี้ดารามาเองไม่ต้องไหว้วานใคร...หนนี้ หญ้าที่รกเรื่อหายไปบ้างบางส่วน ปรากฏต้นไม้หลากหลายขึ้นมาแทนที่... และนั่น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระต็อบ!!! กระต็อบเล็ก ๆ เห็นอยู่รำไร..มีเฉลียงกว้างใหญ่เสียยิ่งกว่าตัวกระต็อบเองเสียอีก... นั่นสะดึงขนาดใหญ่วางพาดอยู่ตามแนวนอน...มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งปักผ้าอยู่หน้าสะดึง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;........น า ย !!!........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราเดินข้ามสะพานไม้เล็ก ๆ ที่ทอดไว้สำหรับข้ามลำน้ำสายเล็กกระจ้อยร่อย...มีกอพุทธรักษาขึ้นอยู่ดกดื่น ออกดอกสีเหลือง ส้มแสด และแดงสดสวยงาม...ป่านนี้ นายจะเรียกชื่อดอกไม้ที่เธอชื่นชมได้ถูกต้องหรือยังหนอ?...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดารา..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราหลุดเข้าไปสู่ความฝันของผู้หญิงชื่อนาย แปลกนักที่เธอรู้ว่าจะได้พบกันอีกแน่ แปลกเหลือเกินที่เธอมั่นอกมั่นใจ แปลก... ที่ดาราเข้าใจความเป็นนาย เข้าใจเสียยิ่งกว่าที่ควรจะเข้าใจตัวเอง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายมิได้ตรงเข้ามากอดดาราทั้งตัวอย่างที่คิดว่าน่าจะเป็น แต่นายยิ้มตื้นตันดีอกดีใจ หน้าตานั้นบอกว่าเธอกำลังได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์เหลือเชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดารา..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราจับมือเย็นที่ยื่นเข้ามาหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สวัสดีนาย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สวัสดีดารา...รู้ได้ยังไงว่านายอยู่ที่นี่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เดาเอาน่ะ" ดารายิ้มให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่ได้พบกันนาน..สบายดีเหรอนาย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายพยักหน้า..หน้านายยิ้มละไมลึกซึ้ง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกระท่อมของนายมีภาพปักที่เหมือนภาพที่ดาราได้รับเป็นของขวัญในวันปีใหม่ แต่ภาพนี้มีพื้นสีดำสนิท... ดาราได้เข้ามาในความล้ำลึกแห่งจิตใจคนๆหนึ่ง และแน่ใจว่าเป็นความจริง ความจริงที่คล้ายฝัน...บัดนี้ ทุกอย่างชัดเจนด้วยตัวของมันเองและทำให้ดาราอยากจะทรุดลงตรงนั้นแล้วร้องไห้... เพราะเธอรู้สึกว่าเธอปะทะกับความรักรุนแรงของคนๆ หนึ่งที่ไร้มายาสาไถ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดาวประกาย..."นายมาอยู่เบื้องหลังเธอ บอกกล่าวถึงภาพที่ดารากำลังยืนมองอยู่ด้วยน้ำเสียที่ร่าเริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ที่อยู่กับดาราชื่อดาราวิไล.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราหันมามองสบตาแล้วยิ้มให้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายอยู่คนเดียวได้ยังไง?"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็อยู่อย่างนี้ อย่างที่ดาราเห็นนี่แหล่ะ"...นายหัวเราะเบา ๆ ดารารู้สึกถึง บุคลิกใหม่ของเธอที่นิ่งสงบ และดูมีความสุขอยู่กับความโดดเดี่ยวนี้ ดูแล้วไม่น่าเชื่อ และคงไม่มีใครเชื่อว่านายจะอยู่อย่างนี้อย่างมีความสุขดี...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนี้คือคนที่อยากได้อะไรแล้วต้องได้ และต้องได้ทันทีด้วย.. แค่อ่านพบว่ามีน้ำหอม เครื่องสำอางค์เซทใหม่เข้ามา หรือมีเครื่องประดับใหม่ๆที่ต้องตาต้องใจ นายจะรุดไปทันที...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อยู่อย่างง่ายๆ ค่อยๆเรียนรู้ไปว่าควรทำอย่างไรบ้าง นายปลูกดอกไม้ ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่ไว้กินไข่ บางวันก็ไปทอดแห.." เธอหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อะไรนะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จับปลาน่ะดารา สนุกนะ แต่นายไม่ได้ฆ่าปลาเองหรอก ชาวบ้านเขาทำให้น่ะ เราช่วยกันจับแล้วแบ่งปันกัน คนที่นี่เอื้อเฟื้อกันดีนะ ให้กันไปให้กันมา... บางทีนายก็ทำขนมไปแจกเด็กๆ ที่โรงเรียน บางทีก็ไปช่วยแม่บ้านเค้าทำอาหารกลางวัน.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แล้วความปลอดภัยล่ะนาย อาชีพล่ะ?" ดาราห่วงเธอเหลือเกิน ห่วงไปสารพัดมากมาย รู้สึกต่อนายเหมือนตัวอ่อนที่ไม่น่าจะคุ้มภัยให้ตัวเองได้ .. ในความเป็นคนจำเป็นต้องมีเปลือกห่อหุ้มตัวเองเหมือนกัน... เมื่อก่อนยังมีสาริน.. สารินซึ่งสามารถคุ้มครองดูแลนายได้ทั้งชีวิต...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วยังมีปุ่นและใครต่อใครคอยเป็นเขี้ยวเป็นเล็บ คอยเป็นเดือดเป็นร้อนแทน คอยปกป้อง...แม้นว่านายไม่ใช่เด็กอ่อนทารก แต่เป็นผู้หญิงที่โตแล้ว หากนายเต็มไปด้วยความฝัน และอยู่กับมันจนเหมือนว่าโลกแห่งความจริงเป็นสิ่งที่นายไม่คุ้นเคย .. โลกใบนี้มีผู้ไม่หวังดีมากกว่าผู้หวังดี และผู้คนต้องระวังตัวบ้าง ไม่ใช่จะปล่อยชีวิตตามสบาย คิดจะอยู่ที่ไหนอย่างไรก็ได้อย่างนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่มีใครมาทำอะไรนายหรอกดารา นายไม่มีอะไรจะให้ใคร"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายไม่เข้าใจ...โอ... ดาราจำไม่ได้เลยว่าในชีวิตของเธอเคยห่วงใยใครมามากแค่ไหน แต่ไม่เคยห่วงใครมากมายเท่านี้...ดารามองดูนายอย่างไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เติบโตมาจนป่านนี้ได้อย่างไรกัน ความนึกคิดของเธอจึงเกลี้ยงเกลาถึงเพียงนี้ เกือบๆจะปัญญาอ่อน...แต่ไม่ใช่กระมัง... หรืออาจใช่..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือจะเป็นโชคดีของนายที่นายไม่รับความเลว ไม่เข้าใจโลกในด้านเลวทราม .. และนี่กระมังที่ผู้คนต่างปกป้องเธอด้วยสัญชาติญาณ..ผู้คนห่วงเธอด้วยสัญชาติญาณของผู้ที่รู้สึกว่าตนเข้มแข็งกว่า อย่างสารินที่ดูแลเธออย่างดี ..อย่างปุ่นและใครๆ ..เพื่อนพ้องต่างพากันรู้สึกต่อเธอเหมือนเด็ก เหมือนเป็นน้องน้อย ไม่ใช่เพื่อนและ...ไม่ว่าเธอจะได้เคยแผลงฤทธิ์เดชสักปานใด ก็ไม่มีใครเกลียดเธอได้ลงคอ เพราะต่างรู้ว่าข้างในนั้นอ่อนซื่อ ไร้เล่ห์เหลื่ยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายเอาผ้าปักไปฝากขายที่ร้านขายของที่ระลึกในรีสอร์ท อยู่ในนี้ไม่ต้องใช้เงินมากหรอกดารา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก่อนหน้านี้ล่ะนาย...นายอยู่ที่ไหน?"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"..นายก็เที่ยวไป..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราเห็นนายยิ้ม แต่ตาเริ่มเรื่อแดง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแล้วก็เริ่มกระพริบตาถี่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มันเหมือนกับลูกโป่งเลยนะดารา... มันต้องพุ่งสะเปะสะปะไป อยู่เฉยๆ ไม่ได้เลย...ไม่มีความสุข.." นายร้องไห้ ร่างสูงกว่า ใหญ่กว่าผวาเข้าหา...และดารารับเธอไว้ในอ้อมแขน... อา... นี่ถ้านายและดาราพบกันก่อนหน้านี้...ก่อนที่ใครจะมีพันธะลึกซึ้ง..ดาราคิดว่าเธอยินดีที่จะรักนาย..."รัก"..อย่างหมดหัวใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ดั่งหนึ่งได้แตะต้องกับความรักตรงๆ แรงๆ ที่ไร้สมมุติ ไร้เพศพันธุ์ ความรักที่ไม่มีกรอบและขอบเขตุ ไม่มีแบบแผนต้องยึดเหนี่ยว แต่มีสิ่งยึดเหนี่ยวที่เหนียวหนาคือตัวความรักเอง มันเป็นทุกอย่างเบ็ดเสร็จอยู่ในนั้น...มันอบอุ่นสมบูรณ์พร้อมพรั่งด้วยความเข้าใจ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราตื่นนอนตอนเช้าบนเตียงแคร่ไม้ไผ่ ที่ปูด้วยที่นอนนุ่นหุ้มด้วยผ้าแพร ห่มผ้านวมนุ่มๆ อุ่นๆ ที่ปักด้วยไหมเป็นลวดลายเครือเถาว์ นายไม่ได้นอนตรงหน้าแคร่แล้ว เธอตื่นแต่เช้าเก็บเครื่องนอนเรียบร้อย และดาราได้กลิ่นกาแฟกรุ่นอายหอมหวล...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคืนที่ผ่านมาเธอและนายไม่ได้แตะต้องกันด้วยกาย แต่ต่างรู้สึกอบอุ่น...สบายใจ และเมื่อรุ่งเช้ามาถึง ดารายิ่งรู้สึกสบายใจที่ระหว่างเธอและนายไม่ได้ลงเอยกันอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักที่มีต่อกันนั้นถูกวางไว้สูงกว่าอารมณ์ที่แล่นผ่านชั่วแล่น และนายเรียนรู้ว่าความรักมีค่ากว่าการจะกระทำตามใจ... ไม่รู้สิ..แต่ดาราคิดว่าดีแล้วล่ะ เธอเองยังไม่พร้อมที่จะมีสัมพันธ์กับนายอย่างนั้น มันดูซ้อนทับ.. ดูชุ่ย..ถ้าจะเลยเถิด... และถ้ารักษาระดับไว้ได้อย่างนี้ มันดูเป็นสิ่งที่มีค่าอยู่ในจิตใจ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารเช้าบนดอยสูงมีไข่ดาว ขนมปังกรอบทาเนยราดด้วยน้ำผึ้งป่าหอมหวลกับกาแฟรสอร่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;" ชาวบ้านเค้าไม่ทานกันอย่างนี้หรอกนาย .. ยังไงนายก็ไม่เหมือนชาวบ้านอยู่ดี" ดาราหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ความเคยชินน่ะดารา นายว่าถ้านายจะเอาอย่างชาวบ้านมันคงยุ่งน่ะ คนอื่นเขาใช้แรงงานมาก ต้องทำสวนทำไร่ ต้องเดินไกลๆ ไปปลูกป่า เขาต้องกินข้าวกินกับเป็นเรื่องเป็นราว ต้องกินมื้อหนักทุกมื้อ นายกินอย่างนั้นไม่ได้ คงไม่สบายตัว... พรุ่งนี้ทำข้าวต้มก็ได้นะดารา บางวัน เช้า ๆ นายก็ต้มข้าว ใส่กุ้งแห้งเป็นข้าวต้มกุ้ง หรือข้าวต้มเปล่ากินกับผักดอง เนื้อเค็ม... นายทำเองพอกินได้อยู่หรอกนะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ผักดอกน่ะเหรอ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทำเองทั้งนั้นล่ะ ..ทำตามตำราน่ะ" เธอหัวเราะ... ดาราคิดว่าน่าจะมีความสุขดีเหมือนกันนะกับชีวิตอย่างนี้...ชีวิตเรียบง่าย สบาย ๆ ได้อยู่ในที่ๆอากาศดี ชาวบ้านมีน้ำใจ...มันเมืองในฝันชัดๆเลยล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ความจริงก็คือว่า ถึงอย่างไร คนเราก็ควรมีชีวิตที่ระวังภัยเอาไว้บ้าง นายเป็นใครหรือที่จะถูกละเว้นจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ...ถึงอย่างไรดาราก็ห่วง ... นายเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวจะปลอดภัยไปได้นานแค่ไหน ที่นายอยู่มาได้หลายเดือนนี่ก็เสี่ยงมากเหลือเกินแล้ว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน?" ดาราเอ่ยถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทำไมเหรอ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ความจริงที่นี่มันก็น่าอยู่นะ แต่...มันไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง...นายคง เข้าใจนะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเงียบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"กลับเมืองเถอะนาย..." คราวนี้สบตากัน และดาราเริ่มอึดอัด นายมองเลยไปทางอื่นแต่ยังคงเงียบอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พ่อแม่นายเป็นห่วงมากนะ สารินเองก็...ยังตามหานายอยู่"..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายลุกขึ้นเดินไปหยุดอยู่ริมธาร มองลงไปในน้ำ...มองสายน้ำไหลเรื่อยริน เห็นปลาตัวเล็กๆหลายตัวในนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นาย" ดาราเดินตามไปหยุดอยู่เบื้องหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายไม่เข้าใจเลย .. ทำไมสิ่งต่าง ๆ ลบแล้วเริ่มใหม่ไม่ได้ เกิดใหม่ทั้งยังไม่ตายได้ไหมดารา หรือต้องตายเสียก่อนถึงจะ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อย่า..." ดาราจับตัวเธอไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อย่าพูดอย่างนี้อีกนะนาย คนทุกคนจำเป็นต้องอดทนต่อปัญหาทั้งนั้น ต้องแก้ปัญหาไม่ใช่หนีอย่างนี้... นาย.. นายอยากเริ่มใหม่ต้องสางปัญหาเก่าก่อน ต้องจบเรื่องเก่าก่อน...เข้าใจไหม?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพูดออกไปแล้วก็เหมือนกับดาราพูดกับตัวเองด้วย...ดาราคิดถึงปุ่น...ยังตันตื้อ.. การที่ใครจะตัดสินใจออกจากชีวิตใครนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดูไปเหมือนเฉือนเนื้อตนและผู้นั้นไปพร้อมกัน... ความเจ็บนั้นคงตราตรึงนานเนาว์.. คงบาดใจกันไปชั่วชีวิต และทุกครั้งที่คิดถึงคงรื้อความเจ็บปวดขึ้นมาใหม่เสมอ นายเองคงคิดเช่นนี้เหมือนกัน...กรณีของนายนั้นหนาแน่นกว่านัก... แต่นายจะหมกตัวอยู่อย่างนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราอยู่กับนายหลายวัน เป็นหลายวันในรอบหลายปีที่เธอรู้สึกดี นานแสนนานแล้วที่ดาราเคยไปในที่ๆ ไม่มีไฟฟ้าอย่างนี้ ดูเหมือนจะเป็นวันที่ยังเยาว์วัย ถูกพ่อแม่พาไปบ้านนอก ตื่นเช้าได้ยินเสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง พลบค่ำยินเสียงกบเขียด ส่วนเสียงหริ่งหรีดเรไรนั้นระงมทั้งวันทั้งคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยู่ที่นี่กับนาย ทานอาหารอร่อยทุกมื้อ ฟังเสียงเพลงจากเครื่องเมโรเดี้ยนที่นายเป่าให้ฟังสารพัดเพลงเพลิดเพลินใจ... ถ้าไม่คิดกังวลถึงวันเวลาและปัญหาที่ผ่านมาและที่กำลังจะมาถึงคงมีความสุขแสนปลอดโปร่ง ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อนาคตจะเป็นเช่นไรไม่ทราบ และนายปฎิเสธที่จะออกไปพร้อมเธอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไปก่อนเถอะดารา ถ้าจะไปจากที่นี่นายจะไปเอง..นะจ๊ะ"ดาราไม่รู้ว่านายคิดอะไร แต่นายไม่ใช่เด็กที่เธอจะฉุดดึงไปตามใจชอบ ที่ทำได้ก็เพียงแต่หวังไว้ในใจว่า ไม่นาน จะได้พบกันอีกในเมือง...จะพบกันอีก.. ไม่ว่าจะสภาพใด...ถึงอย่างไรก็เป็นเพื่อนกัน... แม้นว่าข้างในจะมีอะไรลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนมากมาย ถึงอย่างไรก็ตามดาราก็จะรักและจะห่วงใยนายไปตลอด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายไปส่งดาราที่ท่ารถ...เมื่อรถมาจอดแล้วดาราก็ใจหาย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไปนะนาย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดารา... จะว่าอะไรไหม ถ้านายจะขอกอดดาราสักครั้ง"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ได้... ได้สิ"..ดาราน้ำตาไหล สองแขนที่โอบตัวเธอนั้นเหมือนผ้าห่มที่อบอุ่นละมุนละไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นาย เราจะพบกันอีกใช่ไหม?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ใช่... ดาราพูดถูก นายต้องแก้ปัญหา.. นายจะไม่หนีปัญหาอีกต่อไป"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดารายิ้ม... และสองคนก็ถึงคราจากลา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายมาหย่ากับสารินแล้วนะดารา" ปุ่นบอกวันหนึ่ง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดารางงงันไปชั่วขณะ&lt;br /&gt;"แปลกนะ อยู่ดี ๆก็หนีไปไม่มีปี่มีขลุ่ย อยู่ดี ๆก็โผล่มาขอหย่า แล้วไปบวชชีพราหมอยู่ที่วัดป่า"...นี่คือทางออกของนาย นี่คือการเกิดใหม่ทั้งยังไม่ตายอย่างที่นายเคยว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ร้องไห้ทำไม?" เสียงปุ่นแปลกใจ แต่ปุ่นก็โน้มตัวดาราไปกอดไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เพื่อนปลอดภัยและไปดีน่าบ่อน้ำตาตื้นจริงดารานี่ ดีแล้วล่ะใคร ๆจะได้หายข้องใจ หายห่วงกันเสียที อีกอย่าง ผู้หญิงของสารินน่ะ..จะได้ตีตราเสียที"...โลกก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ มีอะไรบ้างที่แน่นอน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาต่อมาอีกไม่ถึงสองปี ปุ่นเองเป็นฝ่ายทุรณทุรายที่จะไปจากดารา ..ปุ่นมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งพร้อมที่จะอยู่กับเธอ ติดขัดตรงที่ปุ่นยังมีดาราไปมาหาสู่ และดาราก็กลัวการอยู่โดยไม่มีใคร.. มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะเลิกรากัน แต่การทนอยู่อย่างดันทุรังก็แสนจะทรมาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดารา เราอยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้วนะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สิบปีแล้วมั้ง..ทำไมเหรอ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เปล่า..ก็..ถามไปงั้นล่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ปุ่นมีอะไรอยากบอกหรือเปล่า?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เอ่อ.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ปุ่นอยากเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า?"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฮื่อ..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราอดใจหายไม่ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ว่าไง?"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ปุ่นอยากมีครอบครัว...แบบที่อยู่ด้วยกันทุกวัน ตื่นมาก็เห็นกันทุกเช้า"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่คือสิ่งที่ปุ่นเคยบอกว่าไม่เป็นไรมาตลอด แต่ตอนนี้กลับเรียกร้องเมื่อเวลาผ่านไปนานสิบปีแล้ว..และดารารู้ว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ได้สิ.."..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปุ่นสบตาเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คนที่ปุ่นต้องการคงไม่ใช่ดาราใช่ไหม? สิบปีแล้วที่เราอยู่กันมาได้โดยไม่มีเงื่อนไขนี้" ดาราออกเดิน และปุ่นไม่ตามเธอ ปุ่นจะไม่ตามเธออีกแล้ว...ช่างเถอะ..เจ็บปวดเหมือนกันนะ แต่จะเป็นไรไป...ไม่ตายหรอก..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่งดาราคิดว่าเธอเคยรู้สึกว้าวุ่นทรมาณมากกว่านี้อีก..ครั้งที่กลับมาจากบาหลีคราวนั้น.. ภาพดาราวิไลเป็นที่ ๆ ดารามายืนน้ำตาคลออยู่เสมอ ..คิดถึงเหตุการณ์กลางดึกที่บาหลี..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดถึงที่นอนนุ่มบนดอยปรกหล้า หอมกลิ่นกาแฟกรุ่น ๆ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตดารดูโล่ง ๆ เมื่อไม่มีใคร..แต่ก็ดูจริงใจต่อตัวเองอย่างยิ่งแล้วนี่..เหมือนได้ถอดหน้ากากขว้างทิ้งไป แต่ก็เหงาบ้าง หนาวบ้าง...นาย..เธอเป็นอย่างไรบ้าง เธอมองไปบนฟ้าบ้างหรือเปล่า? ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าต่างมองดาวบนฟ้า ต่างเหยียบฝ่าเท้าลงบนฝืนดินเดียวกัน ..ก็คงอบอุ่น สัมผัสแตะต้องการผ่านผืนดิน และแผ่นฟ้าต่างดวงตาที่มองหากัน..ผ่านความคิดฝันและจินตนาการ.. ดารารู้สึกเหมือนได้กลายเป็นนายไปแล้วส่วนหนึ่ง ออกจะเหลือเชื่อแต่มันก็เป็นไปได้ และเป็นไปแล้วกับตัวเธอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฮัลโลดาราพูดค่ะ" ดารารับโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดารา.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฮัลโล..สวัสดีค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายเองดารา.."...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกบรรเลงเพลงที่ไพเราะที่สุดแล้วในเวลานั้น..เพลงที่แผ่วพลิ้วมาจากซอกมุมต่าง ๆ หวานแสนหวาน.. ดารายิ้มทั้งน้ำตาเอ่อออ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายเหรอ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายคิดถึงดาราเหลือเกิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เป็นชีพูดอย่างนี้ได้เหรอ?" เธอหัวเราะออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สึกออกมาตั้งนานแล้ว" ทางโน้นหัวเราะมาตามสายอย่างแจ่มใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โทรมาจากไหนคะ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หน้าออฟฟิตนี่เอง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าชีวิตไม่อ่อนแอนัก..ก็คงไม่ตายง่าย ๆ ดาราและนายจึงมีวันเวลาเหล่านี้ ..นายกลับไปอยู่บนดอยปรกหล้าอีกครั้ง ไม่สอนและส่งเสริมงานฝีมือแม่บ้าน เธอปลูกบ้านพักหลายหลังในสวน รับเด็กผู้หญิงหลายคนมาฝึกอาชีพเย็บปัก ทอผ้า และทำให้นายสามารถอยู่ที่นั่นได้อย่างปลอดภัยและมีประโยชน์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเข้าหุ้นกับเจ้าของรีสอร์ทเปิดร้านขายสินค้าของพวกแม่บ้านและเด็กผู้หญิงที่เธอสอน ใครมีอะไรก็เอามาวางขาย ใครสนใจติดต่อให้ไปสอน เธอก็ส่งคนไปสอนไม่ว่าที่นั้น ๆจะไกลสักเพียงไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"น่าสนใจนะนาย" ดาราหมายถึงสิ่งที่นายทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มากเลยหล่ะ" นายยิ้มและหัวเราะเสียงใสอยู่ใต้แสงเทียนที่โต๊ะอาหาร ดาราตักอาหารใส่จานให้เธออย่างเอาใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายผอมลงนะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"บนดอยไม่มีอาหารแบบนี้นี่ ..นาน ๆทานทีก็อร่อยดีเหมือนกันนะดารา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราอมยิ้มอย่างเอ็นดู.. มองผู้หญิงตรงหน้าแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย วันนี้นายมีดวงตาที่แจ่มใส แม้นผิวพรรณคล้ำด้วยแดดลม และไม่เหลือรอยความละเมียดละไมเรื่องเครื่องประทินโฉม ทั้งเนื้อทั้งตัวคือเสื้อผ้าฝ้ายสีตุ่น กับกางเกงยีนส์ เส้นผมยาวหยิกฟูก็ปล่อยตามสบาย จะสยายไปทางใดเจ้าตัวมิได้ใส่ใจ ใบหน้านั้นก็เกลี้ยงเกลา ไม่เขียนคิ้ว ไม่เคลือบปากด้วยลิปสติกสีสวย ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดาราก็เห็นเธอสวยงามด้วยใจรักที่มีให้เธอ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายเข้าเมืองบ่อยไหมคะ?" ดาราเอ่ยถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่หรอก..ไม่ค่อยอยากมา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทำไมเหรอ?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้นายมองหน้าดารานิ่ง ๆอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แล้วทำไมวันนี้ถึงมาได้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"วันนี้อยากมา" ว่าแล้วเธอก็หัวเราะเบา ๆ เขิน ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ปุ่นมีผู้หญิงคนใหม่" ดาราบอกเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายล่ะ..นายมีใครหรือเปล่า?" ดาราถาม ทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้านายตอบว่ามี หรือเพียงแต่พยักหน้า เธอจะรับได้หรือไม่.. ก็คงต้องได้ ..แต่ก็คงเสียใจและคงร้องไห้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายมีดารา" .. นายทำให้ดาราหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลย้อยอ้อยอิ่งออกมาจากสองตาในท่ามกลางแสงเทียน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายรักดารา..นายรู้ว่าต้องมีวันนี้สำหรับเราสองคน" นายเอื้อมมือมาจับมือดาราไว้ มือเธอสากเล็กน้อย แต่เป็นมือที่ใหญ่และอบอุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายนอนที่บ้านดาราในคืนนั้น และทุกครั้งที่ลงจากดอยปรกหล้า ดาราวันนี้อยู่ในวัยผู้ใหญ่เกินกว่าที่ใครในครอบครัวจะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเธอ และอาจเป็นเพราะลักษณะของนายต่างกับปุ่นมากก็ได้ นายจึงไม่มีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์กับพ่อแม่พี่น้องของดารา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายไม่ได้มาบ่อย ๆ สองสามเดือนจึงจะมาเสียที บางทีก็ไม่ได้ค้างเพราะเอาชาวบ้านมาโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉินบ้าง เธอเพียงแต่แวะมาหาประเดี๋ยวเดียว แล้วก็ต้องกลับไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเป็นคนใจดี ดารารู้สึกอ่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร ..รู้สึกว่าใครที่อยู่กับนายจะอบอุ่นและปลอดภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่บ้านของดารามักจะชอบฟังนายเล่าเรื่องของใครต่อใครบนดอย เรื่องตื่นเต้นที่แม่คนหนึ่งวิ่งมาหานาย เมื่อมีนายหน้ามาชักชวนลูกสาวของนางที่เพิ่งจบประถม 6 ไปทำงานกรุงเทพฯ นายหน้านั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นหญิงสาวที่เคยเติบโตในหมู่บ้านเดียวกันนี้ และได้จากไปทำงานที่อื่น อาจเป็นกรุงเทพฯ หรือไกลกว่านั้น...และได้กลายเป็นคนที่กร้านโลก กร้านชีวิต ซึ่งได้ย้อนกลับมาดึงเด็กสาวรุ่นหลังให้ตามไปด้วยกันในเส้นทางที่ไม่ควรแก่ความภูมิใจ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายแล่นไปพบคนกลุ่มนั้นทันทีเหมือนแม่ไก่ที่กางปีกพองขน พร้อมปกป้องคุ้มกันลูกเจี๊ยบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่กลัวเหรอฮะพี่นาย" น้องชายของดาราขยับตัวตื่นเต้นเมื่อนายเล่าถึงตรงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"กลัว"..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้าว!" ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แต่กลัวก็ต้องเก็บเอาไว้" นายว่าซื่อ ๆ ตามประสาของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็เด็กอยากไป"..พ่อว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นั่นสิ พ่อแม่เขาเองยังเอาไม่อยู่นี่" แม่เห็นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มันผิดกฎหมาย" นายว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายบอกเขาว่ามันผิดกฎหมาย บอกเด็กว่าถ้าอยากไปให้อายุเกิน 18 ปีค่อยไป บอกพวกมันว่าให้รีบไปก่อนที่ตำรวจจะมา..เด็กก็โกรธนายนะคะ..เค้าเห็นคนไปแล้วมีเงินมาปลูกบ้านให้พ่อแม่ มีเงินแต่งตัวสวย ๆ มีรถเก๋งขับขึ้นมาอวด เค้าว่านายแส่เรื่องของเค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายบอกว่าถ้าเค้าไป พ่อแม่จะถูกจับเพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้พ่อแม่ขายลูก ตัวเขาเองก็จะถูกจับเพราะเป็นโสเภณี..คนที่มาซื้อบริการจากโสเภณีเด็กก็ต้องถูกจับข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนบนดอยกลัวตำรวจมาก.. ถ้าขู่ต้องเอ่ยถึงตำรวจถึงจะยอม ถ้าอธิบายอย่างอื่นจะไม่เข้าใจง่าย ๆ ยังไงก็ต้องว่าจะถูกจับไว้ก่อน เขาก็หยุด ตอนหลังนายหาหนังสือเกี่ยวกับการกวาดล้างซ่องไปให้พ่อแม่เขาอ่าน ..ก็หวังจะให้เค้ากลัว.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไปขวางลำคนพาลพวกนี้ ไม่กลัวบ้างหรือลูก" แม่อดห่วงไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไม่มีใครขวางเสียบ้าง ใครคิดจะทำอะไรก็ทำได้ง่าย ๆสิคะ อยู่ดี ๆ ขับรถมาพูดจาหว่านล้อมจะเอาลูกคนอื่นไปขายกินง่าย ๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถูกของนายค่ะแม่ดาราเห็นด้วย ถ้าเรากลัวกันหมดมิแย่หรือคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็นายเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว" แม่ว่าอย่างห่วงใยอีกนั่นแหล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คนเดียวที่ไหนแม่ นายเค้าพวกเยอะนะ" พ่อว่าพลางหัวเราะพลาง พ่อคงคิดถึงชาวบ้านที่ติดรถนายเข้าเมืองมาโรงพยาบาลบ้าง มาซื้อของกันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พอนายแล่นไปเดี๋ยวเดียว ชาวบ้านก็แห่ไปเต็มเลยค่ะ ถือปืนแก็บบ้าง ปืนลูกกรดบ้าง บางคนก็ถือมีดพร้าจอบเสียม.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ทุกคนหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พ่อว่ามันไม่ได้กลัวที่นายไปขู่มันล่ะมั้ง มันกลัวชาวบ้านจะรุมกระทืบมากกว่าฮ่า..ฮ่า .." พ่อหัวเราะชอบใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในท่ามกลางความขบขันสนุกสนานกับเรื่องเล่า นายก็ได้จิตใจของคนใกล้ชิดด้วย ดาราอดคิดไม่ได้ว่าถ้าปุ่นไม่มีลักษณะเป็นทอม ปุ่นก็คงไม่มีปัญหาในการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับครอบครัวของดารา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันเวลา และวาระเหล่านั้นมันก็ผ่านพ้นไปแล้ว..และความจริงมันคงไม่ใช่ปัญหานี้เพียงปัญหาเดียวที่ทำให้ปุ่นไขว่คว้าหาคนอื่นเพื่อเห็นหน้ากันทุกเช้า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นาย.." ดารากอดนายอยู่ใต้ผ้าห่ม ศีรษะหนุนท่อนแขนของนายอยู่แนบชิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มีอะไร?" นายยิ้มละไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายเคยอยากตื่นมาเห็นหน้ากันทุกเช้าบ้างไหม" ดาราถาม แม้นรู้สึกว่าเป็นการเอาปัญหาของคนหนึ่งมาถามอีกคนหนึ่งก็ตาม.. หากนายล่วงรู้ นายคงไม่ชอบใจนักหรอ แต่ดาราก็อยากรู้คำตอบ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายหวังแค่รักดารา".. นายจูบแผ่วเบาที่แสกหน้าของเธอ อ่อนโยน ทะนุถนอมเหมือนสมบัติมีค่า..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ส่วนอย่างอื่นเหมือนผลพลอยได้ ..อย่างเรื่องเซ็กซ์ หรือเรื่องการอยู่ด้วยกัน..นายไม่ได้หวัง..พูดอย่างนี้โกรธไหม?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราส่ายหน้า ไม่โกรธสักนิด เพราะเธอก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แค่ได้รักกันแค่มีวันนี้..เธอก็พอใจมากแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เมื่อไหร่ที่นายว่างเราไปบาหลีกันอีกนะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฮื้อ.." นายทำเสียงขึ้นจมูก แล้วหัวเราะหยอกเย้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รื้อฟื้นความหลังหน่อย..นะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นายจะพยามทำตัวให้ว่างเร็ว ๆ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จริง ๆนะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"จริง"...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ตอนนั้นแย่จัง..กินอะไรก็ไม่อร่อย เที่ยวไม่สนุก มองอะไรก็ไม่สวย.." ดาราว่าเหมือนบ่น แต่หน้าเธอยิ้มละไมอยู่ในอ้อมอกของนาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันเหรอ เห็นเช้ยเฉย" นายลูบหัวเธอเบา ๆ จูบที่จมูกและริมฝีปากที่อวบอิ่ม...ยินเสียงครางแผ่วเบาที่เพราะจับใจ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองคนรักกันหอมหวาน ปล่อยกายและใจผสมผสานตามกันลอยล่องไปในคลื่นรัก..วันนี้ฟ้างามจับใจ ฝูงนกโบยบินเริงร่าในเสรีภาพที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตุ แว่วเสียงมาจากที่ไกล บอกมาว่า วันนี้ทะเลมีคลื่นปานกลาง..สาดซัดสู่ฝั่งเป็นระลอก..ๆ.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6686168106139697263-2287573620553830301?l=vdcool.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vdcool.blogspot.com/feeds/2287573620553830301/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6686168106139697263&amp;postID=2287573620553830301&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/2287573620553830301'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6686168106139697263/posts/default/2287573620553830301'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vdcool.blogspot.com/2008/04/blog-post_4840.html' title='นายกับดารา'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6686168106139697263.post-3152800638425810884</id><published>2008-04-20T15:57:00.000+07:00</published><updated>2008-04-20T15:58:36.695+07:00</updated><title type='text'>ชมพูวาวพราวม่วง</title><content type='html'>โทรศัพท์ส่งเสียงกริ๊งกร๊าง ..... บีมตัดพ้อฉันผ่านกล่องบันทึกข้อความอีกแล้ว เธอรู้ว่าฉันอยู่นี่ไม่ได้ไปไหน และ ฉันได้ยินทุกคำ..ได้ยินแม้นแต่เสียงสั่นสะอื้น มันครั่นครืนเหมือนเสียงคลื่นลูกใหญ่ มันครืนครื้นเป็นพายุ.. มันทำให้ห้องทั้งห้องปั่นป่วนไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้สึกว่ากำลังฝืนตัวเองอย่างสุดกำลัง ทุกๆ สิ่งเคลื่อนออกจาที่ทางอันปรกติ เพดานตะแคง โป๊ะไฟเลื่อนไถลแล้วล้มลง หลอดไฟแตกเปรี้ยง ตู้เตียงระเนระนาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเพลงจากเครื่องเสียงชุดใหญ่ที่ล้มคว่ำ กลับกำลังบรรเลงเพลงแปลกที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มันฟังดูจัดจ้านเผ็ดร้อน มันแผดเสียงกระแทกกระทั้นทำสำเนียงอย่างจะเสียดจะสี แต่ฟังดีๆ ฉันว่าฉันได้ยินวี่แววเศร้าซึมซุ่มซ่อนอยู่ มันแทรกมันซุก ซ่อนซ้อนมากับท่วงทำนองกราดเกรี้ยวนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวฉันหมุนคว้างกระแทกผนัง กระดอนมาชนโต๊ะเก้าอี้แล้วล้มลงกับพื้น ที่เกลื่อนไปด้วยหนังสือ เครื่องเขียน และบรรดากระปุกเครื่องสำอาง&lt;br /&gt;ขวดน้ำหอมที่ตกแตกอยู่บาดแก้มฉันเป็นรอยยาว เลือดผุดซึมออกมาอย่างรวดเร็ว มันไหลย้อยเป็นทางสีแดงสด .. มันทำให้ฉันรู้สึกแสบและคันรุนแรง ได้กลิ่นคาวผสมกลิ่นหอมจัด มันช่างฉุนเฉียว มันกระจายกำจายกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วห้อง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีดอกไม้เล็กๆ ผุดจากตรงนั้นและตรงนี้ แล้วก็ตรงโน้นด้วย .. มันผุดงอกออกมาจากพื้นพรมสีเทาเข้ม จากผนังสีครีม ผุดออกมาตามซอกตามมุม หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งที่ล้มกะเท่เร่ มันงอกงามหลากหลายสีสันจากเพดาน และเกาะงอกอยู่ตามใบพัดลมเพดาน และโคมระย้า มันผุดอยู่ทุกที่ทุกทางแม้นแต่บนหัวของฉัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นอีก มันเหมือนเสียงที่ดังมาจากโทรโข่งอันใหญ่ริมสนามแข่งขัน ... มันร้องบอกออกมาว่า... นี่คือความรัก ... ชมพูกำลังมีความรัก .. นี่คือชมพู ความรักของชมพูในลู่วิ่งที่สาม .. เอ้าเข้าที่ ... ระวัง เตรียมตัว ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คนที่กำลังมีความรักกำลังน้ำตาไหล แม้นว่าริมฝีปากจะแย้มยิ้ม มีเลือดย้อยที่แก้ม .. รู้สึกบาดเจ็บ แต่ความเจ็บปวดรวดร้าวนี้มันหอมละไม มันสวยจัง .. สวยเหมือนดอกไม้กำลังบาน ... มันบาน ... บาน ... บาน... มันแกว่งไกวทักทาย .. มันผุดผาด เบ่งบานสะพรั่ง มันสะบัดกลีบอยู่ไหวๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดอกไม้กำลังบานไปทั่วทั้งโลก และแล้ว ก็รู้สึกถึงความสับสนอลหม่าน ด้วยทุกอย่างสลับที่สลับทาง ไม่มีอะไรอยู่ในตำแหน่งแห่งที่ดั้งเดิมของมันอีกต่อไป...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บีมไม่เข้าใจฮะ”&lt;br /&gt;เสียงเธอคร่ำครวญหวนหา มันช่างเป็นสุรเสียงไร้เดียงสาน่ารัก และไพเราะจับจิตจับใจ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันนอนเกลือกอยู่กับเศษขวดน้ำหอมที่แหลมคมบาดเนื้อหนังมังสา ตรงนั้นตรงนี้.. เจ็บแสบสิ .. มันหอมและคาวในขณะเดียวกัน ... น้ำตาหรือก็ไหลเปียกชุ่มหน้า ยิ่งทำให้แสบแสน แต่นี่คือความเสียใจที่เปี่ยมสุข!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันชิงชังตัวเองพอๆ กับที่พอใจในตัวเองอย่างยิ่งยวด แต่ฉันก็เสียใจลึกซึ้ง ... ความรู้สึกอย่างนี้มันช่างแปลกประหลาดมหัศจรรย์จริงๆ ....&lt;br /&gt;เราจะไม่พบกันอีกหรอกคนดี .. ฉันกระซิบบอกบีมในใจเงียบๆ คิดถึงผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวสะอ้าน คือบีมผู้เคยมีเส้นผมยาวถึงกลางหลัว ผู้หญิงที่วิ่งตามฉันเพื่อยื่นกระเป๋าสตางค์ส่งคืนให้ และฉันอุทานใส่จริตเบาๆ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อุ๊ยตาย”...ฉันเอ่ยขอบคุณจริงใจ ยื่นมือออกไปรับ ... บีมมองมือฉัน ฉันสวมแหวนทองสัญลักษณ์หญิงคู่ ... ทาเล็บสีชมพูเหลือบม่วงแวววาวสีที่โปรดปราน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเป็นผู้หญิงตัวโตโค่ง ที่สวมเสื้อผ้าสีเนื้อเรียบ แลดูเรียบ เหมือนเรียบร้อยดี แต่ฉันเป็นแฟนบอลอิตาลีตัวจริงของแท้ ตอนบอลโลกกำลังระอุอุณหภูมิอย่างนั้น ฉันมีสติ๊กเกอร์รูปลอกธงชาตินี้ที่แก้ม ก็แก้มข้างที่ตอนนี้ถูกขวดน้ำหอมบาดเลือดย้อยอยู่นี่แหล่ะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมมองฉันแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดวงตาเธอมีประกายสุกสกาว มีแววสนุกสนาน บีมเป็นคนขี้อายที่อารมณ์ดีมาก และความจริงยิ่งกว่านั้นคือเธอเป็นคนดี คนดีที่ไม่เคยต้องโฆษณาความดีของตัวเอง แต่คนเรามักรู้สึกกันได้เมื่ออยู่ใกล้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมเป็นคนที่เมื่อเรากอดกัน ... ฉันสามารถร้องไห้โดยไร้เหตุผล และ ... เราก็จากกันอย่างไร้เหตุผลที่จะอธิบายให้คนดีคนนี้เข้าใจ&lt;br /&gt;ฉันอาจทำให้บีมรู้จักตัวเองขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ด้วยหลังจากที่รู้จักกันพักใหญ่ บีมก็ซอยผมสั้น และ... ใส่กระโปรงน้อยลง .. ในขณะที่เธอแตะต้องเนื้อตัวฉันมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนฉัน ..&lt;br /&gt;ฉันเหมือนคนที่กำลังมองเด็กคนหนึ่งกำลังหัดเดินเตาะแตะ ... ซึ่งฉันมองดูความเปลี่ยนแปลงของเธอด้วยความรู้สึกที่บรรยายได้ยากมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รักบีมบ้างไหม?”...&lt;br /&gt;บีมกระซิบในค่ำคืนที่โลกพร่างไปด้วยสีชมพูแสนหวาน เราแตะต้องกันและกันอย่างอ่อนโยน ดั่งลูบไล้ไปบนผืนแพรที่น่าถนอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันถามตัวเองเช่นกัน รักเธอบ้างไหมนะ... เออ ทำไมล่ะ? ถ้าฉันไม่รักผู้หญิงคนนี้ ... คนดีๆ น่ารัก คนที่มีหัวใจงดงาม และหัวใจดวงงามดวงนี้ก็มีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้นในตอนนั้น..และกระทั่งตอนนี้...ฉันรู้สึกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และความรู้สึกนี้มันรุนแรงจนอื้ออึง มันมีพลังแผ่ซ่านออกมา และมีฤทธิ์ทำให้ขนลุกเรียว ฉันไม่รักบีม ฉันคงเป็นผู้หญิงที่มีหัวใจมืดบอด หนวกใบ้ ... ไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีความรู้สึกที่หยาบกระด้างอย่างร้าย ฉันหมายถึงในส่วนของความเป็นผู้หญิงสีม่วง ...หรือ หญิงรักหญิง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมเป็นความสวยงามในชีวิตสีม่วงอ่อนของฉัน เป็นเหมือนผีเสื้อตัวน้อยที่เพิ่งคลานพ้นออกมาจากคราบดักแด้ บีมพบโลกใหม่อีกใบหนึ่ง มีดอกไม้มากมาย ดอกไม้แต่ละดอกมีเกสรและน้ำหวานต่างรสกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมคลุกเคล้าจิบดื่มน้ำหวานจากดอกไม้แรกด้วยหลงไหลในรสชาด แต่ต่อไปเธอต้องโผผินบินไปมาในสวนที่มีดอกไม้มากมายหลายสี หลากกลิ่น และมีน้ำหวานหลายรส ...&lt;br /&gt;ในสวนที่มีดอกไม้มากมาย งดงาม ... งาม ... งาม ... และงามแสนงาม ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมรู้แล้วใช่ไหม ว่าในความงามมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง ... และในตอนนี้เธอกำลังมองเห็นรอยแหว่งเว้าขาดวิ่น ที่เจ้าแมลงมันกัดแทะกลีบดอกบางกลีบ และ น้ำหวานจากดอกไม้ที่บานเต็มที่แล้ว กำลังๆ จะโรยราลงแล้วนั้น มันมิได้หวานใส... รออีกนิดเดียวแหล่ะ มันจะกลายเป็นรสขมเปรี้ยว และอาจแปรเปลี่ยนเป็นพิษภัยอันร้ายแรง มันเริ่มแผลงฤทธิ์บ้างแล้วล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยว่า มันทำให้เธอมึนเมา ร้องร่ำคร่ำครวญหวนหารสชาดที่เคยลิ้มลอง และหลงไหล...&lt;br /&gt;ทอมใหม่ๆ หมาดๆ สะอาดสะอ้าน โอบกอดผู้หญิงตัวโตๆ อย่างแสนถนอม ... สำหรับฉันแล้ว มันช่างเป็นภาพที่งดงามที่สุด อย่างว่าแหล่ะ ความรู้สึกรักของใคร ก็ย่อมงดงามอย่างเลอเลิศสำหรับคนๆ นั้นเสมอ ไม่ว่าแท้จริงแล้ว ใครหรือคนส่วนใหญ่จะมองเห็นเป็นอย่างไร.. ช่างปะไร ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้สึกถึงพลังแห่งความรักที่บีมมีต่อฉัน ว่ามันมากมายมหาศาล และในสมองของผู้หญิงคนนี้ก็บรรจุความนึกคิดที่น่าศรัทธา ไม่บ่อยนักที่ฉันจะรู้สึกมีศรัทธาในตัวใคร โดยเฉพาะคนที่อายุน้อยกว่า .. แต่เราสองคนมีความศรัทธาในบางอย่างร่วมกัน ... เราศรัทธาในความดีของมนุษย์ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ขณะเดียวกัน ฉันเองรู้สึกเสมอว่าฉันเอารัดเอาเปรียบเธอมากมาย ซึ่งทำให้ฉันถกเถียงกับตัวเอง ขัดแย้งต่อตัวเองเสมอ ฉันรู้ดี ... รู้ดีว่าฉันรักบีมไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรมันก็ดูจะน้อยกว่าน้ำหนักความรักที่ผู้หญิงคนนี้มีให้ฉัน ... ฉันเป็นดอกไม้ดอกแรกในชีวิตผีเสื้อ .. ฉันเข้าใจ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันมีเรื่องที่เคยพบเจอมามากมาย มันทำให้ฉันเข็ดหลาบต่ออะไรหลายอย่าง ฉันเคยถูกความรักพันธนาการ มันจิกใช้ฉัน ให้ต้องทำอย่างนั้น และอย่าทำอย่างนี้ ฉันรู้สึกมืดตัน ก็ทั้งที่ฉันรู้ว่าไปทางนี้ไม่มีหนทางไปไหนอีกแล้ว แต่ฉันก็ด้นไปตันอยู่ในนั้น .. มันทั้งแคบ ทั้งหนาว ทั้งสกปรก ทั้งกดดันให้รู้สึกต่ำต้อยน้อยค่า รู้สึกเต็มไปด้วยภายันอันตรายและอัปยศอดสูแก่ใจตนเสียยิ่งนัก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้สึกว่าฉันแหลกสลาย และต่อมา ... ฉันก็เปลี่ยนไป .. ฉันเกิดมิติใหม่ เริ่มมองโลกใหม่ เริ่มรู้สึกว่าโลกมันกว้างขวางสว่างไสว มีแสงตะวันสาดส่อง มีเส้นทางมากมายหลายสายที่คนเราเดินเข้าไป และสามารถเดินออกมา ... เพียงแต่ปลดบ่วงพันธนาการทิ้งไปเท่านั้น ... ฉัน.. ไม่ยินยอมให้ความรู้สึกรักแทบขาดใจมันมาตรึงแขนตรึงขา และกำกับสมองของฉันให้ไร้อิสรภาพอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงใคร และไม่ต้องการที่จะให้ใครมาเปลี่ยนแปลงฉัน ถ้าความเปลี่ยนแปลงมันจะหเกิด มันควรเกิดขึ้นเองต่างหาก ไม่มีใครสั่งการให้ใครเป็นอะไร ไม่มีใครบงการให้คนเป็นทอม เป็นดี้ เป็นไบเซ็กช่วล ทุกอย่างเคลื่อนไหวไปด้วยตัวของมันเองเหมือนธรรมชาติของปรอท ... ซึ่งถึงอย่างไร มันย่อมเสาะแสวงหากันเพื่อไหลรวมกันเป็นเนื้อเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรักบีม ...&lt;br /&gt;ผู้หญิงที่กำลังจะให้อำนาจฉันในนามของความรัก ... ฉันกำลังวิ่งหนีมัน ฉันไม่ต้องการอย่างนั้น ฉันไม่ต้องการอยู่เหนือชีวิตและจิตใจของเธอ ไม่อยากเอารัดเอาเปรียบเธอ แม้นว่ามันเป็นความเต็มอกเต็มใจของเธอ แต่มันไม่ใช่ฉันที่จะเป็นอย่างนั้นกับเธอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นขิงแก่ที่เผ็ดร้อน กำลังจะเผาปากเด็กเล็กๆ อย่างเธอ ... เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังอยู่เสมอ มันดังขึ้นตลอดเวลาที่เธอคิดถึงฉัน มันฟังเพราะพริ้งราวเสียงดนตรีจากสวรรค์ ... เพราะทุกกริ๊ง มันบอกว่า รัก ... รัก... รักกัน ...เรารักกัน ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ไม่ฉันหรอกที่จะอยู่กับเธออย่างราบรื่นเรียบง่าย และมีความสุขยั่งยืนอย่างที่เธอคิดฝัน ... มันคงต้องเป็นคนอื่นนะบีม ... คนที่ดีกว่าฉัน คนที่เข้าใจง่ายกว่า อ่านง่ายกว่า คิดอะไรที่ง่ายกว่า และ... ที่สำคัญ ต้องเป็นคนที่รักเธอมากกว่าฉัน ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ริ้วรอยที่หางตา เครื่องสำอางช่วงดึงรั้งไว้ไม่ได้ ฉันต้องยอมรับมันใช่ไหม? ..... รอยยิ้มของฉัน บางหนก็สับสนว่าจริงจากใจหรือเสไสไปตามมารยาท ฉันไม่รู้จริงๆ ...&lt;br /&gt;ฉันเป็นสีชมพูเคลือบด้วยสีม่วงอ่อนที่แวววาว แต่มันไม่เป็นสีใดสีหนึ่งสักสี ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีมยังอ่อนเกินไปสำหรับผู้หญิงหลากมิติอย่างฉัน ... เจ็บเท่านี้เถอะบีมจ๋า อย่าทนฝืนเพื่อวันหน้าเจ็บกว่านี้ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกของฉัน ฉันมีริ้วรอยมากมายในชีวิต แต่ละรอยมีเรื่องราวบอบช้ำ และฉันอยู่กับมัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจฉัน บางครั้ง หลายครั้ง และบ่อยไปที่ฉันไม่เข้าใจตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ฉันรู้ว่าฉันควรอยู่ที่ไหน อย่างไร และกับใคร...แต่ไม่ใช่กับเด็กน้อยๆ อย่างเธอแน่ เธอรับความเป็นฉันตลอดไปไม่ไหวหรอก ... จริงๆ นะ ฉันแน่ใจอย่างนั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเป็นผีเสื้อเล็กๆ ที่มีปีกสีม่วงใส เธอไม่อาจยืดชีวิตอยู่ได้ด้วยน้ำหวานจากดอกไม้ที่กำลังจะเฉาอย่างฉัน ... เธอไม่ทรหดพอ .. ไม่บ้าพอที่จะดื้อดึง และแม้นเธอจะรักฉันมาก แต่มันก็คงไม่มากพอที่จะอยู่กับฉัน โดยยังคงให้อิสระฉันที่จะแกว่งไกวไหวเอนไปมากับเสียงดนตรีรักในจังหวะต่างๆ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าอุทิศตัวเพื่อทรมาน เพื่อรู้สึกไร้ค่าในตัวตน เพื่อฉัน เพราะมันเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าแม้นแต่น้อยนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;เสียงจอดรถหน้าบ้าน&lt;br /&gt;เสียงไขประตู&lt;br /&gt;เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังสลับกันอึงอล... เสียงผู้ชายบ่มงึมงัม แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดออก และแล้ว เสียงทักทายทุ้มนุ่มของผู้ที่ฉันมิได้หันไปมอง... ฉันรู้ว่าเป็นเขา .. ฉันไม่แยแสเขา ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาผู้ทนได้ทุกอย่าง ...&lt;br /&gt;เขาเหมือนคนไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ฉันไม่เคยรู้ว่าเขาคิดอะไร เสียใจไหม ผิดหวังหรือไม่ เขาไม่เคยดีใจหรือแสดงความเจ็บปวดใด ไม่เคยบ่น ไม่เคยว่า ไม่เคยบูดบึ้งตึงเครียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อยู่ในนี้กี่วันแล้ว” เขาถาม แต่หาได้คำตอบไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อกหักอีกแล้วสิ”... เขานั่งลงข้างๆ พยุงให้ฉันลุกขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปกินข้าวกัน” ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หิว” ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อกหักไม่ตายหรอก แต่อดข้าวอาจตายได้ – ไปเถอะ” เขาลุกขึ้นยืน ยื่นแขนใหญ่ที่แข็งแรงให้เกาะ และคอยพยุงไม่ให้ล้มลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาพาไปกินข้าวร้านโปร่งๆ ลมโกรกสบายๆ ริมทะเล ไม่มีใครทำได้อย่างผู้ชายคนนี้หรอก ... ผู้ชายคนนี้เมื่อสิบปีก่อน เขาบอกฉันว่าเขารักฉัน – แต่งงานกันเถอะ ...&lt;br /&gt;ฉันเบื่อหน่ายตัวเอง ด้วยฉันอกหักเสมอกับการเป็นหญิงรักหญิงในฐานะทอมบอยคนหนึ่ง ... ผู้คนในสังคมมองฉันเป็นตัวประหลาด พวกเขาแอบมองฉัน สนใจขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวของฉันเพื่อเย้ยไย ฉันได้ยินเสียงเสียดสีจากปากคนตลอดเวลา แต่ฉันรู้สึกไม่มีตัวตนในสังคมนั้น ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ – รักเขาหรือเปล่า? ก็รักเขา ... เรามองตากัน แปลก ที่ฉันมองเห็นตัวเองในดวงตาของเขา เขาเรียบเรื่อย ลึกลงไปเขาเป็นคนใจดี ลึกลงไปอีก เขารักฉัน และลึกลงไปอีกชั้น ... ซึ่งคงเป็นชั้นที่ลึกที่สุด ... ฉันรู้สึกว่า เขาต้องการเปลี่ยนฉัน ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตสมรส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราต่างเป็นผู้ชายและผู้หญิงที่คุยกันไม่รู้เรื่อง เรามีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เอาไหน .. และเพราะไม่เอาไหน เราจึงไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกันในเรื่องนี้ ... แต่เราก็ไม่เคยทะเลาะกันหรือทำให้เรื่องไม่เอาไหนนี้ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เราไม่เคยถกเถียงกัน ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่ง เราก็ถอนทะเบียนกัน แต่เราก็ยังอยู่ด้วยกัน ... เราคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่เราก็เข้าใจกัน...&lt;br /&gt;ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเราอยู่กันในฐานะไหน เราไม่มีอะไรผูกพันกัน ไม่มีเซ็กซ์ ... และฉันกลับไปใช้ชีวิตแบบหญิงรักหญิง ... เพียงแต่ตอนนี้ฉันไม่ยึดติดกับความเป็นทอมหรือดี้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรัก หรือที่ถูกคือความรู้สึกว่าคือรักนั้น บางทีมันเป็นสิ่งที่ปั้นทำ บางทีก็ไม่ ...&lt;br /&gt;ฉันไม่อยากเอาเปรียบใครมากเกินไป แต่ฉันกายังชอบที่จะรู้สึกรัก ฉันชอบยามดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ในหัวใจ .. ฉันรักคนโน้น ชอบคนนี้ ... แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังอยู่ในที่ของเขา ฉันรู้สึกว่าเขารักฉันโดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาผูกพันกับฉันโดยไร้ข้อผูกมัด เขาทำให้ฉันรู้สึกอิสระ แต่ขณะเดียวกันก็ยังรู้สึกว่ามีคนหนึ่งคน ที่จะยื่นมือหนาใหญ่มาให้ฉันเกาะพยุงตัวลุกขึ้นมาอย่างนี้ น่าแปลกประหลาดที่ฉันไม่เคยพบความรักชนิดนี้ในผู้หญิงคนไหน&lt;br /&gt;แม้นวันนี้บีมจะรักฉันมาก แต่ก็ไม่มากพอที่จะเข้าใจฉัน และไม่มากเท่าผู้ชายคนนี้ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่เคยคิดที่จะอดทนกับใคร เหมือนที่เขาคนนี้อดทนกับฉัน แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ต้องอดทนอะไร เขาปรกติธรรมดามาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่สนใจกฎเกณฑ์ บางทีฉันมีคู่รักเป็นดี้ บางทีก็เป็นทอม แล้วที่สุดฉันก็จะรู้สึกเศร้า บางทีก็ผิดหวัง บางทีฉันเสียใจที่ทำให้คนที่รักฉันผิดหวัง ฉันไม่ต้องการเรียกร้องอะไร ฉันรักอิสระเหลือหลาย ซึ่ง สิ่งนี้เองที่บีมไม่เข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอต้องการให้ฉันเลิกกับผู้ชายคนนี้ .. ความจริงเราปลดปมที่มัดเราเข้าด้วยกันออกนานแล้ว โดยมิใช่ด้วยคำสั่งของใคร... บีมต้องการให้ฉันอยู่กับเธอ แต่เราจะอยู่กันสักกี่วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่ต้องการอะไรจากใคร ไม่เรียกร้อง และขณะเดียวกัน ก็ไม่ต้องการให้ใครเรียกร้องอะไรเช่นกัน ทุกอย่างมันควรเคลื่อนไปด้วยตัวของมันเองต่างหากเล่า&lt;br /&gt;แต่ทุกทีฉันก็เสียใจ ที่รู้สึกว่าตัวเองทำให้คนเสียใจผิดหวัง หรือเมื่อถูกทำให้ผิดหวังเสียใจบ้าง ทั้งๆ ที่ฉันไม่หวังอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ฉันมักคิดว่าทุกคนเป็นคนดี และความรักจากทุกหัวใจเป็นความงาม แต่บางทีมันก็ไม่ใช่ มันกลับเป็นหน้ากากที่ซ่อนซุกอยู่ในหน้ากากอีกอันหนึ่ง และโปะไว้ด้วยหน้ากากอีกอันหนึ่ง และที่สุด ต่างกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอย่างเหลือเชื่อ ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กินอีกสิ ข้าวอีกจานนะ” เขาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่” ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไอศครีมไหม เชอเบทส้ม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผลไม้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กาแฟ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่! ไม่! ไม่! ไม่! ไม่! ไม่!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเห็นเขายิ้ม ฉันถอนใจ แต่แล้วก็ค่อยๆ ยิ้มออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีขึ้นแล้วนี่” เขาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันยักไหล่ ฉันอยู่กับเขา และเขาก็อยู่กับฉันต่อไป เขาทรหดพิลึก ... เขาจะเคยมีใครหรือไม่ ก่อนหรือหลังจากที่เขารู้จักฉัน .. ฉันไม่รู้ แต่ถ้ารู้ว่ามี ฉันคงไม่รู้สึกอะไร ฉันรู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนกันโดยไร้เพศ บีมไม่เข้าใจ และ ...แน่สิ มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะเข้าใจกันได้ง่ายๆ นี่นา ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันก็ยังคงต้องมีความรักต่อไป ความรักครั้งแล้วครั้งเล่ากับผู้หญ
